Trending Now

ดูแลผิวหน้าตามวัย

ในแต่ละช่วงวัยตลอดชีวิต  ผิวเกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย การดูแลใบหน้าให้ได้ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในแต่ละวันของวงจรชีวิตของคุณ ซึ่งในแต่ละช่วงวัยของชีวิตจะมีการดูแลที่แตกต่างกันไป เพื่อช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีไม่ว่าจะมีอายุเท่าไรก็ตาม

ในช่วงอายุ 15 – 20ปี จะพบกับปัญหาน้อยมาก ยกเว้นเสียจากปัญหาที่เกิดจากความมันบนใบหน้า และปัญหาของสิว เมื่ออายุใกล้ 30มากเท่าใด สารคอลลาเจนที่ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผิว เริ่มมีปริมาณลดลงในอัตราโดยเฉลี่ยร้อยละ1ในทุกๆ ปี โดยเฉพาะในบริเวณที่กระทบแสงแดด

ดูแลรักษาผิวพรรณและป้องกันปัญหาต่างๆ รวมทั้งริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นตามวัย ด้วยการเลือกสบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวพรรณที่มีส่วนประกอบพื้นฐานไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง รวมทั้งสบู่ที่ไม่มีสารช่วยความหอมผสม (Fragrance – Free)

และเพื่อป้องกันสิวควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท Benzoyl Peroxide ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งจะให้ผลดีกับคุณมากกว่ายารักษาสิวที่เป็นครีม เช่นพวก Clearasil และใช้แอสทรินเจนท์อย่างอ่อน ซึ่งเป็นตัวที่ช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วที่ทับถมอยู่บนผิวหน้าของคุณ ลบริ้วรอยที่เกิดจากสิวด้วย Retin – A ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิตามินเอ และเพื่อป้องกันผลร้ายที่ตามมาที่เกิดจากแสงแดด ควรใช้ซันสกรีนที่มีค่า SPFขั้นต่ำที่ 15ให้ติดเป็นนิสัย

เมื่ออายุ 30ปี คุณจะสามารถสังเกตเห็นรอยตีนกาที่ขึ้นเป็นริ้วบางๆ ที่หางตา ความยืดหยุ่นบนผิวหนังจะเริ่มคลายตัว เปลือกตาจะเริ่มตก รอยกระเพิ่มมากขึ้นจนเห็นชัด เส้นเลือดฝอยจะปรากฏที่ผิวหน้ามากขึ้น และผิวของคุณจะเริ่มหมองลง

ควรใช้ซันกรีนทุกครั้ง โดยเพิ่มค่าของ SPFที่ใช้ จาก 15ขึ้นเป็น 20 – 30ซึ่งขึ้นอยู่กับความอ่อนไหวของผิวคุณ จะช่วยให้ผิวของคุณดูดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หากการเสียหายของผิวหน้าอยู่ในระยะเวลาเริ่มต้น และใช้ Retin – A เพื่อช่วยในการกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วที่อยู่บนผิวหน้า

วิธีดังกล่าวนี้นับเป็นการปรับสีผิวอย่างช้าๆ ของคุณ ด้วยการกำจัดจุดสีน้ำตาลที่ขึ้นบนใบหน้า อีกทั้งยังช่วยรักษาริ้วรอยและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก

การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์มิใช้เพื่อช่วยกำจัดริ้วรอยบนใบหน้า แต่ในความเป็นจริงนั้นมอสเจอร์ไรเซอร์จะเป็นตัวเพิ่มเติมความชุ่มชื้นให้กับรอยย่นดังกล่าว นับเป็นเทคนิคการพรางตามากกว่าการรักษาและป้องกันอย่างถาวร

ผลการวิจัยพบว่า สารที่ช่วยกำจัดและลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย ที่มีส่วนประกอบของ Alpha Hydroxy Acids (AHA) วันละ 2 ครั้งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน 22 สัปดาห์ ร้อยละ 70 ของผู้ใช้สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนบนใบหน้า และรอยหยาบกร้านที่หายไปในช่วงแขน

ดังนั้นคราวต่อไปให้ลองมองหามอยส์เจอร์ไรซิ่งครีมที่มีส่วนประกอบ ร้อยละ 8เป็น Glycolic Acid หรือร้อยละ 8ของ Lactic Acid

เมื่ออายุ40ปี คุณจะเริ่มมีริ้วรอยเป็นเส้นขวางบนหน้าผาก เส้นบริเวณขอบจมูกที่เห็นชัดขึ้นหรือเส้นที่ขอบปากที่นับวันจะเรียงกันเป็นริ้วรอยหนามากขึ้น รอยกระสีน้ำตาลที่อยู่บนใบหน้าเริ่มปรากฏ ผิวจะเริ่มแห้งไปตามวันเวลา แม้จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่อาจเห็นชัดมากขึ้นก็คือ รอยคางที่เป็น 2ชั้น

ในวัยย่างเข้า50 ปี ผิวหนังจะเริ่มหลวมไม่มีสปริงบางคนอาจมีจุดด่างดำ หรือ ขี้แมลงวันมากขึ้นตามผิว ริมฝีปากเริ่มห้อย การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารครบทุกหมู่อย่างสม่ำเสมอทุกวัน จะช่วยให้ความยืดหยุ่นผิวหนังดีขึ้น และชลอการเสื่อมโทรมลงได้มาก ครีมบำรุงผิวควรจะมีอุดมด้วยน้ำมันไขมันธรรมชาติและสารชุ่มชื้นผิวเพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหายไปจากผิวหนังธรรมชาติ

ควรใช้มอยส์เจอร์และซันสกรีนให้ติดเป็นนิสัย เพื่อต่อต้านริ้วรอยบนใบหน้า รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ปัญหาใหญ่ก็คือเมื่อผิวหนังขยายตัวตามน้ำหนักตัวที่มากขึ้น แต่ไม่สามารถที่จะหดตัวลงได้เท่าเดิมเมื่อน้ำหนักตัวลดลง ส่งผลให้ผิวเหี่ยวย่นและมีริ้วรอย เมื่อเทียบกับช่วงที่ก่อนจะลดน้ำหนัก

วัยเปลี่ยนผิวก็เปลี่ยน มาดูแลผิวให้เหมาะกับแต่ละวัยกันเถอะบอกแล้วไง ผู้หญิงอย่าหยุดสวย!!

 

โดย    นภัสสร

arrow
%d bloggers like this: