ปวดหัวตอนเช้า เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

หลายคนตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัวในตอนเช้า ซึ่งนั่นไม่ใช่การเริ่มต้นวันที่ดีเอาเสียเลย แล้วอาการนั้นมันเกิดขึ้นได้จากอะไร มีสาเหตุหลักๆ ที่น่าสนใจที่ทำให้คุณปวดหัวตอนเช้าๆ ได้ ดังนี้

1. นอนหลับไม่เพียงพอ

ปกติร่างกายเราต้องการนอนพักผ่อน 7-8 ชั่วโมง ซึ่งหากคุณนอนไม่พอก็พอจะเดาได้จะต้องมีอะไรผิดปกติ การตอบสนองโดยสู้หรือหนี จะทำให้อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น และเครียด และทั้งหมดนั้นก็ทำให้ปวดหัวได้ ซึ่งหากมีอาการปวดมาก คุณอาจทานยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการการปวด และหากคุณยังรู้สึกมึนๆ อยู่ก็ให้งีบกลับสัก 20-30 นาที ก็จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน (การงีบนานกว่านี้จะทำให้คุณงัวเงียและยิ่งทำให้ปวดหัวมากขึ้น)

2. นอนมากเกินไป

ในทางกลับกันการนอนหลับนานเกินกว่า 9 ชั่วโมงก็จะทำให้ระดับฮอร์โมนเซอโรโทนินลดลง ซึ่งจะทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลงและทำให้คุณปวดหัวได้ ซึ่งส่วนใหญ่สาเหตุนี้มักจะเกิดในช่วงสุดสัปดาห์ที่คุณมักจะนอนยาวๆ เพื่อชดเชย แต่ทางที่ดีคือพยายามอย่านอนหลับนานเกิน 7-8 ชั่วโมงจะดีกว่า

 3. เอ็นดอร์ฟินตก

เอ็นดอร์ฟินในร่างกายของคุณจะอยู่ในระดับต่ำสุดในช่วงเช้า ซึ่งสำหรับบางคนอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวได้  ระดับเอ็นดอร์ฟินต่ำสามารถส่งผลต่อสารส่งผ่านประสาทอื่นๆ เช่น ฮอร์โมนเซอร์โทโรนินที่จะไปบีบเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอและทำให้ปวดหัวได้ ที่แย่ก็คือทางการแพทย์ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าสาเหตุที่ว่าทำไมถึงเกิดกับบางคน อย่างไรก็ตามมีคำแนะนำให้ออกกำลังกายเป็นกิจกรรมแรกของวันก็จะช่วยบรรเทาเพิ่มการหลั่งเอ็นดอร์ฟินได้

4. ดื่มหนักไป

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป จะทำให้ปวดหัวในเช้าวันรุ่งขึ้นได้ หรือแม้การดื่มเพียงไม่กี่แก้วก็ทำให้ร่างกายขาดน้ำซึ่งจะไปลดระดับการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมองและทำให้คุณปวดหัวได้  นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังจะทำให้คุณนอนหลับได้ไม่ดีอีกด้วย ตัวช่วยคือให้ดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป นอกจากนี้ การทานวิตามินซีก็จะช่วยให้ตับขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้นด้วย

5. นอนกรน

การกรนเป็นสัญญาณที่บอกถึงภาวการณ์หายใจติดขัดขณะนอนหลับ ซึ่งอาจทำให้เกิดการหยุดหายใจชั่วขณะขณะที่คุณนอนหลับอยู่ได้ด้วย ซึ่งภาวะดังกล่สวแม้เพียงไม่กี่วินาทีก็ส่งผลต่อระดับออกซิเจนในสมอง แม้ผู้เชี่ยวชาญจะยังไม่ฟันธงว่ามันอาจส่งผลต่ออาการปวดหัว แต่ตามหลักแล้วระดับออกซิเจนในสองที่ต่ำก็จะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองขยายและไปเพิ่มการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ซึ่งความดันที่สูงขึ้นทำให้ปวดหัวได้

6. ดื่มกาแฟไม่ตรงเวลา

กรณีของคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำหากคุณไม่ได้ดื่มมันตามเวลาปกติที่ควรจะเป็น ก็อาจทำให้คุณมีอาการปวดมึนหัวได้ หากเป็นเช่นนั้นการดื่มกาแฟสักแก้วก็อาจจะช่วยคุณได้ หรือหากคุณกำลังอยู่ในช่วงลด ลพ เลิกกาแฟก็ให้ลดจำนวนลงทีละน้อยๆ แทนที่จะหักดิบเอาดื้อๆ

7. มีอาการหดหู่

การปวดหัวจากความหดหู่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันเกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนเซอร์โรโทนินที่ลดลง ซึ่งความรู้สึกหดหู่นี้อาจจะไปรบกวนการนอนหลับของคุณให้นอนมากหรือน้อยเกินไปและทำให้คุณปวดหัวในช่วงเช้าได้ในท้ายที่สุด  และอาการปวดหัวนั้นก็ยังส่งผลต่ออารมณ์ และกลายเป็นวงจรแย่ๆ ให้กับคุณได้ ซึ่งการบำบัดที่ดีที่สุดคือพยายามแก้ที่ต้นเหตุของความกังวลใจ หรืออาจไปปรึกษาคุณหมอเพื่อให้ยาหรือทการบำบัดเป็นเรื่องเป็นราวค่ะ

8. ความดันโลหิตสูง

เมื่อความดันโลหิตขึ้นสูงก็จะทำให้การสูบฉีดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองสูงขึ้นและทำให้มีอาการปวดหัวได้ และน่าเป็นห่วงว่าคนที่มีความดันโลหิตสูงมักจะไม่รู้ตัว  คำแนะนำคือไปพบคุณหมอหากคุณมีอาการปวดหัวบ่อยๆ โดยไม่มีสาเหตุ เพื่อตรวจว่าคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูงจริงหรือไม่ โดยคุณหมอจะได้ให้คำแนะนำให้ปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และให้ยาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในกรณีที่คุณเกิดอาการปวดหัวในตอนเช้า แม้ว่าโดยปกติจะสามารถบรรเทาได้ก็ตาม มันอาจเป็นสัญญาณบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซีเรียสจริงๆ ก็เป็นได้ เช่น เนื้องอกในสมอง หรือเส้นเลือดในสมองตีบ ดังนั้น หากคุณปวดหัวบ่อยๆ มากกว่า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3-6 เดือน ไม่ว่าจะเป็นเฉพาะช่วงเช้าหรือเวลาไหนก็ตาม ควรไปพบคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แต่จริง และทำการรักษาได้แต่เนิ่นๆ ค่ะ

 

ที่มา womenshealthmag

arrow
%d bloggers like this: