พร้อมก่อนสตาร์ท 5 วิธีขับรถฝ่าหมอกเที่ยวหน้าหนาวให้ปลอดภัย

เทศกาลท่องเที่ยวรับลมหนาวมาเยือนแล้ว นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างพากันเดินทางสัมผัสลมหนาว และทะเลหมอกกันอย่างคึกคักทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน ในระหว่างการเดินทางเราจะพบกับอากาศที่หนาวเย็น และเผชิญกับหมอกที่หนา และบางสลับกันไปมา ซึ่งในการขับรถยนต์ฝ่าหมอกนั้นจะต้องมีความชำนาญความระมัดระวังอย่างมาก อย่าประมาท และจะต้องมีเทคนิคการขับขี่ที่ปลอดภัยเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวอย่างไม่สะดุด ว่าแล้วเรามาดูวิธีเตรียมตัวกันเลยค่ะ

ศึกษาเส้นทางการเดินทาง และเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนการเดินทางเสมอ

ไม่ว่าจะเดินทางไปจังหวัดไหน หรือภาคไหนควรจะศึกษาเส้นทางให้พร้อมก่อนเสมอ เพื่อป้องการหลงทาง และเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งนี้ต้องเช็คสภาพรถให้พร้อมควบคู่กับเส้นทางการเดินทางด้วย โดยเฉพาะระบบไฟทั้งหมดมีความสว่างพอหรือไม่ ระบบการไล่ฝ้ากระจกทำงานได้ดีหรือไม่ และระบบการฉีดน้ำกระจกพร้อมใบปัดน้ำฝน ควรอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และไม่ชำรุดเสียหาย เป็นต้น

 

ใช้ไฟตัดหมอก ในกรณีหมอกลงจัด

ในกรณีที่ขับมาเจอสภาวะที่หมอกลงจัดจนมองไม่เห็นทาง ให้เปิดใช้ไฟตัดหมอก ซึ่งในการใช้ไฟตัดหมอก แนะนำให้ใช้ร่วมกับไฟหน้าเพื่อให้ความสว่างที่เพียงพอ และทัศนวิสัยในการมองทางที่ชัดเจน ข้อควรระวังในการใช้ไฟตัดหมอก ควรปิดไฟเมื่อมองเห็นทางที่ชัดเจนแล้ว ไม่ควรเปิดไฟตัดหมอกทิ้งไว้เพราะจะทำให้ไฟตัดหมอกไปรบกวนสายตาของผู้ที่ขับขี่รถคันอื่นได้ และที่สำคัญอาจถูกจับปรับได้

กดปุ่มไล่ฝ้า ในกรณีเกิดฝ้าที่กระจกรถยนต์

เมื่อเกิดฝ้าที่กระจกรถยนต์ ให้กดปุ่มไล่ฝ้าเพื่อช่วยไล่ และป้องกันไม่ให้เกิดละอองฝ้าที่กระจกด้านในของตัวรถ หรือในกรณีที่รถยนต์บางคันไม่มีระบบไล่ฝ้าให้ปรับอุณหภูมิของแอร์รถยนต์ให้ต่ำกว่าอุณหภูมิข้างนอก และใช้ผ้าแห้งเช็ดที่กระจกรถ หรือหาที่จอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย แล้วค่อยใช้ผ้าแห้งเช็ดตามกระจกที่เป็นฝ้าทั้งหมด แต่ถ้าเกิดฝ้าที่บริเวณด้านนอกของกระจกให้ฉีดน้ำพร้อมใช้ที่ปัดน้ำฝนไล่ละอองฝ้าที่ติดกระจกด้านนอกออกให้หมด

 

ขับรถด้วยความระมัดระวัง อย่าขับรถเร็ว!

เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเส้นทางได้ไม่ดี จึงส่งผลโดยตรงต่อการขับรถยนต์ ฉะนั้นควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับเป็นอย่างมาก และควรใช้ความเร็วในการขับรถที่ต่ำไม่ควรขับรถเร็วเด็ดขาด! โดยความเร็วที่ใช้ประมาณ 60 – 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง และไม่ควรขับจี้คันหน้าจนเกินไป ควรเว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่แซง หรือเปลี่ยนช่องทางอย่างกระชั้นชิด และไม่ควรหยุดรถอย่างกะทันหัน ถ้าต้องการหยุดรถควรเปิดให้สัญญาณไฟเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และที่สำคัญไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับรถ เพราะอาจทำให้รถที่ขับตามมาเข้าใจผิดจนเกิดอุบัติเหตุได้

ถ้าทัศนวิสัยแย่มากจนขับรถไม่ได้ ให้จอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย

กรณีที่หมอกลงจัดจนขับรถยนต์ต่อไปไม่ได้ แนะนำให้หาที่จอดรถที่ปลอดภัยที่สุด เช่น สถานีบริการน้ำมัน จุดบริการประชาชน ศาลาริมทาง หรือจอดลงข้างทางโดยให้จอดบริเวณที่ปลอดภัยมีไฟที่ส่องสว่าง ไม่เป็นที่เปลี่ยว โดยให้จอดรถติดชิดริมถนนมากที่สุด พร้อมเปิดสัญญาณไฟ หรือนำป้ายสะท้อนแสงมาตั้งไว้บริเวณด้านหลังรถ เพื่อให้ผู้ใช้รถที่ผ่านไปมาสังเกตเห็นได้ง่าย และป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นด้วย เมื่อหมอกจางลง หรือทัศนวิสัยในการมองดีขึ้นแล้ว ให้ขับรถไปต่อจนถึงจุดหมายปลายทาง

จะเห็นได้ว่าการขับรถในช่วงที่หมอกลงจัดนั้นถ้าไม่จำเป็นที่จะต้องรีบเดินทาง ให้หยุดพักรถ และหาที่พักที่ปลอดภัยระหว่างทางเพื่อให้หมอกได้จางลงเสียก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยเดินทางต่อ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องรีบเดินทางควรที่จะระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก อย่าประมาท และควรมีสติ พร้อมทั้งปฏิบัติตามเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้นก็จะทำให้เดินทางถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย

arrow
%d bloggers like this: