Trending Now

พูดให้คนเข้าหาต้องทำยังไง? 5 STEP คุยง่ายๆไม่ต้องเกร็ง !

รอบๆตัวคุณมีเพื่อนที่ “คุยด้วยแล้วสนุก” หรือ “อยากจะคุยด้วยอีก” บ้างไหม?

คนที่ต่อบทสนทนาเก่ง มีแต่เพื่อนเข้าหาอย่างเป็นธรรมชาติ และมีรอยยิ้มบนใบหน้าอยู่เสมอ ต่างก็มีจุดร่วมเช่นเดียวกันทั้งนั้น ในบทความนี้เราคัดมา5ขั้นตอน ให้ไปปฏิบัติตามกันง่ายๆค่ะ

STEP 1 : พออีกฝ่ายพูดอะไรให้คล้อยตามด้วยคำว่า “ใช่เลย” “โอ้โห” อยู่เรื่อยๆ

ก่อนอื่นเริ่มด้วยวิธีง่ายๆนี้เลย เพราะถ้าเอาแต่นั่งเงียบ ไม่หือไม่อือ ผู้พูดอาจเป็นกังวลได้ว่า “ตกลงฟังอยู่รึเปล่าเนี่ย?” แต่ถ้าเราสร้างความต่อเนื่องในบทสนทนาด้วยคำสั้นๆง่ายๆว่า “จริงด้วย” “โห สุดยอด” ผู้พูดก็จะคลายความกังวลได้เพราะรับรู้ว่าผู้ฟังนั้น ฟังสิ่งที่ตัวเองกำลังพูดอยู่จริงๆ ถ้าเราแสดงปฏิกิริยาให้ดูเว่อร์เล็กน้อย ผู้พูดก็จะพอใจมาก (แต่อย่าให้เว่อร์เกินไปจนดูประดิษฐ์ล่ะ)

STEP 2 : เริ่มบทสนทนาด้วยรอยยิ้มและคำทักทาย

คราวนี้เราลองมาดูวิธีชวนคุยบ้างดีกว่า ถ้ามีคนที่เรารู้จักอยู่แล้วอยู่ในวงสนทนาด้วยก็คงชวนคุยได้ง่ายๆ แต่ถ้าเข้าไปตามสถานที่ทำงานใหม่ๆแล้วเจอแต่คนที่เพิ่งเห็นหน้าเป็นครั้งแรกล่ะ? ก็ให้เริ่มด้วยการทักทาย+หัวข้อสนทนาเลยค่ะ ตัวอย่างเช่น “ว่าไง วันนี้อากาศร้อนเนอะ” หรือ “บ๊ายบาย ดึกมากแล้ว กลับบ้านดีๆนะ” เป็นต้น เพียงแค่เริ่มด้วยคำทักทายตามด้วยประโยคสั้นๆก็ทำให้ดูดีขึ้นมา และยังทำให้อีกฝ่ายคิดกับเราว่า “คนนี้คุยง่ายจังเลยนะเนี่ย” อีกด้วย

และที่สำคัญก็คือระหว่างบทสนทนา อย่าได้ลืมที่จะยิ้มแย้มอยู่เสมอล่ะ แล้วก็อย่าไร้อารมณ์จนดูเป็นหุ่นยนต์ด้วย เพราะรอยยิ้มเนี่ยแหละจะช่วยให้คู่สนทนาผ่อนคลายขึ้น ถึงจะแค่คุยกันสั้นๆ ใช้ระยะเวลาไม่นาน แต่ก็อย่าลืมพกรอยยิ้มเชียวนะ

STEP 3 : เทคนิค 6 หัวข้อกันตาย!

จบเรื่องคำทักทายแล้ว มาต่อกันด้วยเนื้อหาบทสนทนากันเลยค่ะ เคล็ดลับที่จะทำให้วงสนทนาครึกครื้นก็คือการดึงฝ่ายตรงข้ามให้สนใจเรานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อีกฝ่ายชอบ หรือคุยไปเรื่อยๆ พยายามหาจุดร่วมของเรากับเขา แล้วเริ่มชวนคุยจากเรื่องนั้น ก็จะทำให้พูดคุยได้อย่างสนุกสนานขึ้นมาได้ แต่ถ้าคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงานหรือเจ้านายที่มีโอกาสหาจุดร่วมกันได้ยาก หรือไม่ค่อยสนิทกัน จำ6หัวข้อสนทนานี้ไปใช้จะช่วยชีวิตได้มากๆ ซึ่งนั่นก็คือ

• สภาพอากาศ

• ชีวิตช่วงนี้ของตัวเอง

• ข่าวสารบ้านเมือง

• เหตุการณ์ในท้องถิ่น

• สุขภาพร่างกาย

• ความสนใจและการทำงาน

ไม่ว่าจะยกหัวข้อไหนใน 6 keyword นี้ ก็จะสามารถรับส่งบทสนทนาได้อย่างราบรื่นเหมือนเล่นรับส่งลูกบอลเลยล่ะ เช่น “อากาศวันนี้เหมือนฝนจะตกเลย” หรือ “เมื่อวานได้ดูข่าว…มั้ย” พวกบทสนทนาง่ายๆที่ไม่สร้างอคติให้ใครเนี่ยแหละ ทำให้อีกฝ่ายต่อบทสนทนากลับมาได้ง่ายทีเดียว

STEP 4 : เทคนิคถามกลับอีกฝ่ายด้วยคำว่า “ทำไมล่ะ”

พอได้หัวข้อชวนคุยแล้วไงต่อ? ต่อไปลองมาเจาะลึกบทสนทนากันดูค่ะ ถ้าสมมติเรายกหัวข้อ “สุขภาพร่างกาย” มา แล้วอีกฝ่ายพูดว่า “ช่วงนี้ฉันเข้าฟิตเนสอยู่บ่อยๆ” เราก็อาจจะตอบกลับว่า “ฟิตเนสที่ไหนเหรอ” หรือ “ออกกำลังกายแบบไหนมาบ้าง” ลองเพิ่มประโยคจำพวก “ที่ไหน” “แบบไหน” เข้าไปดูก็ดีไม่น้อย

คำศัพท์อย่าง “ทำไม” เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะทำให้เข้าถึงแก่นแท้ของอีกฝ่ายได้ยิ่งขึ้น ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสนุกที่ได้พูดเรื่องของตัวเอง แต่คำถามที่ไม่ดีก็มี อย่างเช่น “คุณชอบออกกำลังกายเหรอ” เพราะคู่สนทนาอาจตอบกลับได้แค่ว่า “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ” แค่นั้นเอง เดี๋ยวการพูดคุยจะจบเอา สิ่งสำคัญก็คือการให้อีกฝ่ายพูดเรื่องของตัวเองออกมาได้ง่ายดายนั่นเอง

STEP 5 : ชมด้านที่ไม่ค่อยมีใครเห็นของอีกฝ่ายดูสิ !

ในขั้นตอนสุดท้ายนี้เป็นเทคนิคที่จะทำให้คู่สนทนาอยากพูดคุยกับเราอีก! คนที่มีเทคนิคแพรวพราวในการพูดจะชมคนได้เก่งมาก ถ้าเป็นคำชมทั่วไปอย่าง “ตัวสูงจัง” “ตาโตจัง” ใครๆก็ชมได้ แถมไม่สร้างความประทับใจให้ผู้ฟังเป็นพิเศษอีกด้วย

เพราะฉะนั้น เรื่องที่จะชม ต้องเป็นเรื่องที่ทำให้เขาคิดว่า “นี่สังเกตข้อดีของเราไปถึงขั้นนี้เลยเหรอเนี่ย” เช่น “กินข้าวได้เรียบร้อย ดูมีมารยาทดีจังเลย” หรือถ้าชมคนที่ทำงานด้วยก็ “บันทึกที่เธอจดเข้าใจง่ายดีมาก” “เธอจัดวางโชว์สินค้าได้สะดุดตาจริงๆ” เป็นต้น ให้ชมในความพยายามของอีกฝ่าย หรือชมในเรื่องที่แม้แต่เขาก็คิดไม่ถึง เขาก็จะคิดกับเราว่า “คนนี้เป็นคนที่รู้สึกถึงคุณค่าความพยายามของเรา” และจะอยากคุยกับเราอีกในที่สุด

ข้อคิดส่งท้าย

เคล็ดลับก็คือ “การหาข้อแตกต่างจากคนที่เหมือนกัน และหาข้อที่เหมือนกันจากคนที่แตกต่าง” ยิ่งในบทสนทนามีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่ เทคนิคการพูดก็จะแพรวพราวขึ้นเท่านั้น ถ้าเราพูดคุยในสิ่งที่เหมือนกันก็จะโต้ตอบได้ว่า “นั่นสินะ” แต่ถ้าคุยในเรื่องที่ต่างกันแล้วพูดออกมาว่า “เอ๊ะ เป็นอย่างนั้นเองเหรอ” ก็จะสร้างอารมณ์ร่วมได้เช่นกัน

ถ้าเรารู้สึกเมื่อไหร่ว่า “คนนี้มีด้านนี้ด้วยเหรอ” หรือ “คนนี้ก็มีจุดร่วมกับเราด้วยเหรอ” ก็จะสามารถสร้างความประทับใจในการสนทนา และจะทำให้การพูดคุยสนุกขึ้นมาได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ ลองนำทั้ง5ขั้นตอนนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ

arrow
%d bloggers like this: