นักวิจัยญี่ปุ่นคิดค้นวิธีตรวจหา มะเร็งเต้านม ใหม่ ไม่เจ็บเหมือนทำแมมโมแกรม

มะเร็งเต้านม เป็นโรคอันดับต้นๆ ที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในผู้หญิง ซึ่งบางครั้งกว่าที่จะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นมะเร็งก็เกิดอาการลุกลามแล้ว  อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้เรามีเทคโนโลยีในการป้องกันและรักษาโรคมะเร็งหลายรูปแบบซึ่งมีการการพัฒนาและคิดค้นจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงมหาวิทยาลัยโกเบ ในประทศญี่ปุ่นที่ได้คิดค้นการตรวจทรวงอก หรือตรวจหาความเสี่ยงของโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิง

โดยวิธีการนี้ไม่ทำให้เกิดการเจ็บปวดต่อผู้ป่วย ไม่เหมือนกับเมมโมแกรมที่เป็นวิธีการตรวจหามะเร็งเต้านมในปัจจุบัน และกลุ่มตัวอย่างจะเริ่มเข้ารับการทดลองรักษาด้วยวิธีนี้ในปี 2019 ศจ. เคนจิโร่ คิมูร่า แห่งมหาวิทยาลัยโกเบ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรวิทยาและนักวิจัยอีกจำนวนหนึ่งมองว่าเต้านมมีส่วนประกอบหลักคือไขมัน ด้วยคลื่นวิทยุที่หักเหเข้าสู่เนื้อเยื่อร่างกายแต่ซึมเข้าสู่ชั้นไขมัน ด้วยวิธีนี้จะสร้างภาพแบบสามมิติของเนื้อเยื่อมะเร็งจากคลื่นวิทยุที่ส่งผ่านไปยังเต้านมและวิเคราะห์คลื่นดังกล่าว

มะเร็งเต้านม

การตรวจ มะเร็งเต้านม ด้วยวิธีเมมโมแกรม

การตรวจด้วย วิธีเมมโมแกรม ผู้ป่วยจะได้รับผลข้างเคียงจากการบาดเจ็บเนื่องจากเต้านมถูกบีบด้วยแผ่นตรวจ นอกจากนี้ ผู้หญิงที่มีเนื้อเต้านมแน่นก็ยิ่งทำให้ยากต่อการตรวจในบริเวณที่ไม่ปกติซึ่งวิธีแบบใหม่จะทำให้เจ็บและสามารถตรวจเนื้อร้ายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และยังเป็นวิธีที่ปราศจากการฉายรังสีและพลังคลื่นวิทยุที่ใช้ก็ไม่มากไปกว่า 0.1 เปอร์เซ็นต์ของคลื่นวิทยุที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือด้วย คณะวิจัยได้ตรวจสอบความแม่นยำของวิธีการใหม่ด้วยการทดสอบกับกลุ่มทดลองจำนวน 200 คน รวมทั้งผู้ป่วยที่มีเนื้อเยื้อเต้านมหนาแน่นด้วย ผลการตรวจพบว่ามากกว่า 90% ตรงกับการตรวจด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น เมมโมแกรม อัลตร้าซาวน์ และการตรวจชิ้นเนื้อ  วิธีใหม่นี้ยังสามารถตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มแรกที่ยากต่อการตรวจพบด้วยวิธีมาตรฐานอื่นๆ อีกด้วย

“ผมหวังว่าจะเผยแพร่วิธีการนี้ผ่านเครื่องมือทางการแพทย์ในราวปี 2021 โดยความร่วมมือกับผู้ผลิตชั้นนำ,” ศจ. คิมูระ กล่าว

มิซูฮิโร โตซากิ  หัวหน้าแผนกรังสีวิทยาแห่งศูนย์โรคทรวงอก โรงพยาบาลซาการะ ในเมืองโคโกชิม่า กล่าวว่า “80% ของผู้หญิงที่มีเนื้อเยื่อทรวงอกหนาแน่น ฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาการวิธีการตรวจสอบที่จะมาใช้แทนการตรวจแบบเมมโมแกรม  วิธีการอาจจะเป็นการประยุกต์ใช้ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ เช่น การวัดผลประสิทธิภาพของการรักษาโดยใช้ยา”

ที่มา : japaninsides
arrow
%d bloggers like this: