ยุโรปเมืองในฝันสักครั้งในชีวิตที่ต้องไปให้ได้ ตอนที่ 1

การเที่ยวฝั่งทวีปยุโรปนั้นคงเป็นความฝันของนักท่องเที่ยวทุกคน เป็นดินแดนของความสวยงามทั้งด้านธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย สถาปัตยกรรมสไตส์ยุโรปนั้นมีความสวยงาม หรูหรา อลังการ โดยเฉพาะพระราชวังหรือปราสาทต่าง ๆ อีกทั้งยังรวมไปถึงอาคารตึกราบ้านช่องที่เรียงรายก็ต่างก็มีความสวยงามมีเอกลักษณ์และโดดเด่นเป็นอย่างมาก บางแห่งมีอายุเป็นร้อย ๆ ปี แต่ก็ยังคงความงดงามไว้ได้ถึงปัจจุบัน ซึ่งความงดความของแต่ละประเทศนั้นก็แตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 ประเทศในทวีปยุโรปที่ควรไป ว่ามีประเทศอะไรกันบ้าง และแต่ละประเทศนั้นมีอะไรน่าสนใจ ไปดูกันเลยค่ะ ….

  1. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

การมาประเทศฝรั่งเศสนั้นคงต้องนึกถึงกรุงปารีสเป็นอันดับแรกเพราะกรุงปารีสนั้นเป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสนั้นเอง และนอกจากจะเป็นเมืองหลวงแล้ว ปารีสนั้นถือได้ว่าเป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองท่องเที่ยวที่คนมาเที่ยวเยอะที่สุดของโลกอีกด้วย ปารีสนั้นถือเป็นเมืองที่สาว ๆ หลายคนใฝ่ฝันที่อยากจะมามาก นั้นก็เป็นเพราะว่าปารีสเป็นเมืองแฟชั่นนั้นเอง นอกจากนั้นปารีสยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย อาทิ หอไอเฟล สัญลักษณ์ที่ใครเห็นก็รู้ได้เลยว่าเป็นสัญลักษณ์ของปารีสเมืองฝรั่งเศส ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจมาเที่ยวที่นี้ต่อวันเยอะมาก ๆ หอไอเฟลนั้นเป็นหอคอยที่สร้างด้วยเหล็กมีความสูงถึงสามร้อยเมตร ตั้งอยู่บนถนน ชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลนั้นถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นงานศิลปะชิ้นเอกในงานมหกรรมแสดงสินค้านานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพในปี ค.ศ.1890 เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบ 100 ปี แห่งการปฏิวัติประเทศฝรั่งเศส เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ ความร่ำรวย และความสำเร็จในด้านความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม จุดถ่ายรูปหอไอเฟลที่ดีที่สุด คือ ลานหน้าปราสาทปาแลเดอชาโย จากมุมนี้ จะเห็นภาพหอไอเฟลแบบเต็มจอ ไม่มีต้นไม้ และเสาไฟฟ้าบัง บริเวณนี้จะมีผู้คนมาถ่ายรูปมากมาย เพราะถือว่าเป็นจุดที่สวยมาก ๆ

นอกจากหอไอเฟลแล้วอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ พระราชวังแวร์ซาย นั้นเอง หากใครยังจำได้ในละครเรื่องบุพเพสันนิวาสนั้น จะมีฉากที่คณะฑูตของไทยได้เดินทางไปยังพระราชวังแวร์ซาย เพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพื่อไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสนั้นเอง ความงดงามของพระราชวังแวร์ซายนั้นเป็นที่รู้จักและโด่งดังมาอย่างยาวนาน พระราชวังแวร์ซายถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์ เป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส ปัจจุบันนั้นพระราชวังแวร์ซายได้ถูกจัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย ทุก ๆ จุดในพระราชวังนั้นทั้งหรูหราและงดงามเป็นอย่างมากราวยังกับสวรรค์ ภายในพระราชวังมีทั้งหมด 700 ห้อง ภาพวาด 6,123 ภาพ และงานแกะสลักทั้งหมด 15,034 ชิ้น ทุกอย่างมีความงดงาม ยิ่งใหญ่อลังการ โดยเฉพาะห้องกระจก เป็นห้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและใหญ่ที่สุด ห้องกระจกนั้นถูกก่อสร้างด้วยกระจกบานยักษ์ใหญ่เจียรไนสุดวิบวับทั้งหมด 17 บาน ทั้งหมดของความงดงามและความหรูหรานั้นหากใครได้เข้าไปดูด้วยตาตัวเองรับรองว่าจะประทับใจในความสวยงามยิ่งใหญ่นี้แน่นอน

 

  1. เวนิส ประเทศอิตาลี

เวนิส เป็นเมืองหลักของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี เมืองเวนิสนั้นได้รับฉายาว่าเป็นราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน และเมืองแห่งแสงสว่าง เมืองเวนิชเป็นเมืองที่มีการใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด นับเป็นเมืองที่คลองมากกว่าถนนอีกเมืองหนึ่งของโลก เมืองเวนิสถือว่าเป็นเมืองที่มีความสวยงามและโรแมนติกมากที่สุดแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก คลองที่มีชื่อเสียงที่สุดในเวนิส มีชื่อว่า คลองแกรนด์คาแนล  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปนั่งเรือกอนโดล่าลัดเลาะไปตามคลองต่างๆ ในเวนิซ ซึ่งจะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ มากมาย ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเมือง นอกจากคลองแกรนด์คาแนล ยังมีสะพานรีอัลโต ซึ่งเป็นหนึ่งในสะพานข้ามแกรนด์คาแนล ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายรูปมากที่สุด ถือว่าเป็นจุดไฮไลท์ของเมืองเลยทีเดียว

อีกสถานที่สำคัญที่แนะนำคือ โบสถ์ซานตามาเรีย เดลลา ซาลูเต เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่มารีย์ เป็นการขอบคุณพระเจ้าหลังจากที่ชาวเวนิสผ่านพ้นวิกฤตการณ์จากโรคระบาดครั้งใหญ่ในระหว่างปี ค.ศ.1630-1631 โบสถ์ซานตามาเรีย เดลลา ซาลูเต เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและมหาวิหาร และเนื่องด้วยเป็นโบสถ์ที่สร้างให้กับพระแม่มารีย์ ภายในโบสถ์ซานตามาเรีย เดลลา ซาลูเต จึงมีงานแสดงศิลปะเกี่ยวกับศาสนาให้ชม โบสถ์ซานตามาเรีย เดลลา ซาลูเต มีการออกแบบที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระแม่มารีย์ ส่วนโดมแทนมงกุฎ ภายในโบสถ์แทนมดลูก มีรูปปั้นแบบโรมันตะวันออกที่เป็นมาดอนน่ากับเด็กชายตัวน้อยที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชาสูง ซึ่งรูปปั้นดังกล่าวนั้นเป็นตัวแทนที่กล่าวถึงพระเยซูและพระแม่มารีย์ มีโดมที่ตกแต่งด้วยภาพเหตุการณ์จากคัมภีร์ไบเบิล และงานศิลปะอีกมากมาย  ถือว่าเป็นโบสถ์ที่มีความงดงามสวยงามตั้งสง่าอยู่ริมคลอง จึงไม่ควรพลาดที่จะเข้าไปชมเป็นอย่างยิ่ง

 

  1. ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ลอนดอน เป็นเมืองหลวงของประเทศอังกฤษและสหราชอาณาจักร ถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรปเป็นเมืองที่มีศูนย์กลางทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลอนดอนเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญทางธุรกิจ การเมือง วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของโลก ลอนดอนนั้นยังถือว่าเป็นผู้นำด้านบันเทิง แฟชั่น และศิลปะอีกด้วย หากพูดถึงสถานที่เที่ยวในลอนดอนคงต้องนึกถึงหอนาฬิกาบิ๊กเบน เป็นอย่างแรก ที่จริงนั้นหอนาฬิกานี้มีชื่อว่า หอเอลิซาเบธ แต่นักท่องเที่ยวนั้นมักจะรู้จักกันในชื่อของหอนาฬิกาบิ๊กเบนมากกว่าหอนาฬิกาบิ๊กเบนนั้นเป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ชื่อหอเอลิซาเบธตั้งขึ้นเพื่อฉลองพระราชพิธีมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง หอนาฬิกานั้นมีความสูงทั้งหมด 96.3 เมตร โดยในช่วง 61 เมตรแรก เป็นอาคารก่อด้วยอิฐ บุด้วยหิน ส่วนที่สูงจากนั้นเป็น ยอดแหลมทำด้วยเหล็กหล่อ ตัวหอตั้งอยู่บนฐานกว้าง 15 เมตร ยาว 15 เมตร หนา 3 เมตร อยู่ใต้ดินลึก 7 เมตร ตัวหอทั้งหมดหนักโดยประมาณ 8,667 ตัน โดยที่ตัวนาฬิกาอยู่สูงจากพื้น 55 เมตร เนื่องจากสภาพดินในขณะที่มีการก่อสร้างหอ ทำให้ตัวหอค่อนข้างเอนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 220 มิลลิเมตร ภายในหอนาฬิกานั้นไม่ได้เปิดให้เข้าชมแต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนิยมถ่ายรูปบริเวณรอบ ๆ เพื่อให้เห็นข้างหลังเป็นหอนาฬิกาบิ๊กเบนนั้นเอง

ทาวเวอร์บริดจ์ ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของลอนดอนอีกหนึ่งที่ ทาวเวอร์บริดจ์ นั้นก็คือสะพาน สะพานที่มีรูปแบบของสะพานยกและสะพานแขวนอยู่รวมกัน เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ สะพานแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับหอคอยแห่งลอนดอน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสะพานว่า ทาวเวอร์บริดจ์ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือสะพานหอคอย สะพานแห่งนี้ ประกอบด้วยหอคอย 2 หอ ซึ่งเชื่อมต่อเข้าด้วยกันกับทางเดินคู่ขนานด้านบน โดยออกแบบให้ทนต่อแรงดึงตามแนวนอน ซึ่งเป็นแรงโน้มถ่วงในส่วนของสะพานแขวน องค์ประกอบแนวตั้งของส่วนสะพานแขวนแขวนไว้โดยหอคอย 2 หอที่มีความมั่นคง ส่วนแกนหมุนของสะพานยกและเครื่องจักรซ่อนไว้ในฐานของแต่ละหอคอย สะพานเคยทาสีแดง ขาว และน้ำเงินเพื่อเฉลิมฉลองพระราชพิธีรัชดาภิเษก ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ถือว่าสะพานแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของกรุงลอนดอนเลยก็ว่าได้ ความสวยงามและอลังการนั้นทำให้ทาวเวอร์บริดจ์นั้นเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวมากมายทั่วโลก นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรไปเข้าชมเข้าชมสะพานได้ โดยการขึ้นลิฟท์ไปยังสะพานส่วนบนเพื่อชมวิวกรุงลอนดอน อีกทั้งยังมีนิทรรศการ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการก่อสร้างสะพาน อีกทั้งตรงกลางสะพานยังมีพื้นกระจกใสที่มองลงไปเห็นถนนด้านล่าง และหากลงมาด้านล่างยังสามารถเข้าไปที่ห้องเครื่องยนต์เพื่อดูเครื่องจักรและทำความเข้าใจกลไกของการยกสะพานอีกด้วย

 

  1. มอสโก ประเทศรัสเซีย

ประเทศรัสเซีย  มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สหพันธรัฐรัสเซีย หากพูดถึงรัสเซียคงต้องนึกถึงโดมรูปหัวหอมที่มีสีสันสดใส ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างก็อยากมาถ่ายรูปคู่กับโดมนี้สักครั้งในชีวิต โดมรูปหัวหอมนี้มีชื่อว่า มหาวิหารเซนต์บาซิล หรือโบสถ์ลูกกวาด นั้นเอง มหาวิหารเซนต์บาซิล ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ที่แห่งนี้ถือว่าหนึ่งในวิหารที่มีชื่อเสียงระดับโลก นักท่องเที่ยวต่างตื่นเต้นกับสวยงามของมหาวิหาร ด้วยความที่มหาวิหารเซนต์บาซิลนั้นมีสีสันและรูปลักษณ์ที่สวยแปลกตาไม่เหมือนวิหารที่อื่น มหาวิหารเซนต์บาซิลสร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะเหนือกองกำลังมองโกลที่เมืองคาซาน เมื่อปี ค.ศ. 1552 จึงได้เริ่มสร้างมหาวิหารเซนต์บาซิลขึ้นในปี ค.ศ. 1555

สถาปัตยกรรมของมหาวิหารเซนต์บาซิลนั้น ถูกสร้างให้เป็นโดม 8 ส่วน อยู่รอบโดมที่ 9 ซึ่งเป็นศูนย์กลาง มีลักษณะเป็นโดมทรงหัวหอมที่สีสันลวดลายที่ซับซ้อนแตกต่างกันออกไป มีลักษณะเป็นรูปคล้ายแท่งเทียน สถาปนิกผู้ออกแบบวิหารเซนต์บาซิลแห่งนี้ชื่อว่า ปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ ซึ่งมีตำนานเล่าว่า ที่สถาปนิกคนนี้ตาบอดนั้น เพราะว่า ซาร์อีวานที่ 4 ทรงพอพระทัยในความงดงามของมหาวิหารแห่งนี้มาก จึงมีคำสั่งให้ปูนบำเหน็จแก่สถาปนิกผู้ออกแบบด้วยการควักดวงตาทั้งสอง เพื่อไม่ให้สถาปนิกผู้นั้นสามารถสร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก การกระทำในครั้งนั้นของพระเจ้าอีวานที่ 4 จึงเป็นที่มาของสมญานามอีวานผู้โหดร้าย ด้วยเอกลักษณ์ที่ดูโดดเด่นสีสันสดใสสวยงามสะดุดตา จึงทำให้ที่แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของรัสเซียเลยก็ว่าได้ หากนักท่องเที่ยวที่ได้มารัสเซียแล้วก็ต่างมาถ่ายรูปคู่กับโดมหัวหอมแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันมหาวิหารเซนต์บาซิลแห่งนี้ไม่ใช่โบสถ์แล้ว ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้นักท่องเที่ยวนั้นได้ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของรัสเซีย ภายในถูกตกแต่งสวยงดงาม

อีกหนึ่งไฮไลท์ในกรุงมอสโกนั้นก็คือรถไฟใต้ดินมอสโก นั้นเอง ซึ่งรถไฟฟ้าที่นี่ถือเป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่ที่ให้บริการในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ได้รับการโหวตจากผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ว่าเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย ปกติแล้วการขึ้นรถไฟฟ้านั้นก็เป็นเหมือนการคมนาคมอย่างหนึ่งที่ไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ไม่ได้สนใจรายละเอียดมากนัก แต่สถานที่รถไฟฟ้าแห่งนี้นั้นทำให้ผู้คนในมอสโกเพลิดเพลินไปกับการรอรถไฟฟ้า รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกก็อยากจะมาขึ้นรถไฟฟ้าที่นี้กันทั้งนั้น ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม อลังการ ดูเหมือนวังมากกว่าที่รอรถไฟฟ้าซะอีก ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วที่รถไฟฟ้าแห่งนี้จะมีผู้โดยสารทั้งชาวมอสโกและนักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 7 ล้านถึง 9 ล้านคนต่อวันเลย  โดยมีทั้งหมด 12 สาย 196 สถานี

สถานีที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดคือสถานี Komsomolskaya เป็นหนึ่งในสถานีที่สวยที่สุด และหนาแน่นมากที่สุด เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1952 มีความลึก 37 เมตร ออกแบบโดย Aleksey Shchusev ภายในประดับตกแต่งด้วยศิลปะแบบบาโร้ค ผนังและเสาต่าง ๆ ถูกสร้างจากหินอ่อน ด้านบนมีแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ ให้บรรยากาศเหมือนดังท้องพระโรงของพระราชวัง เป็นธีมสีเหลือง ตกแต่งด้วยโมเสกและหินมีค่าประดับมากมายผนังถูกสร้างจากหินอ่อน ใช้เพดานสูง และมีแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ จิตกรรมข้าง ๆ นั้นเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวรัสเซีย ถือได้ว่าหากมาประเทศรัสเซียนั้นจะไม่น่าเบื่อในการรอรถไฟฟ้าอย่างแน่นอน

 

  1. เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน

เบอร์ลินนั้นเป็นมืองหลวงของประเทศเยอรมนี ซึ่งเบอร์ลินนั้นถือเป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุโรป ทั้งด้านการเมือง วัฒนธรรม และการคมนาคม อีกทั้งเป็นเมืองเบอร์ลิน ยังเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนติด 1 ใน 5 ของทวีปเลยทีเดียว ที่เที่ยวที่แนะนำในการมาเบอร์ลินนั้น คือ เบอร์ลินโดม ถือว่ามีความสำคัญสำหรับเมืองเบอร์ลินเป็นอย่างมากเพราะเบอร์ลินโดมนั้นมีอายุมากกว่าศตวรรษเลยทีเดียว ตัวอาคารโบสถ์ตกแต่งอย่างประณีตและสวยงามมาก ๆ การตกแต่งแบบนี้เรียกว่าสไตล์แบบบาโรกและเรอเนสซองซ์ เบอร์ลินโดมถูกประดับตกแต่งด้วยภาพโมเสกที่มีสีสันประกอบขึ้นจากแผ่นกระเบื้องมากกว่าหลายแสนชิ้น ตัวโดมนั้นมีสีฟ้าสดใสและปลายยอดสีเหลืองทองอร่าม นักท่องเที่ยวนั้นยังสามารถขึ้นไปชมวิวของกรุงเบอร์ลินได้อีกด้วย แต่ต้องเดินขึ้นบันไดทั้งหมด 270 ขั้นตรงทางเดินหลัง หากใครสามารถเดินไหวก็สามารถเดินขึ้นไปได้เลย เพราะคุณจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามบริเวณใจกลางกรุงเบอร์ลิน นอกจากนั้นภายในยังมีข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างและการออกแบบโบสถ์ให้ได้ศึกษามากมายอีกด้วย

ประตูบรันเดนบูร์ก อีกหนึ่งสัญลักษณ์เมืองเบอร์ลิน ตั้งอยู่ฝั่งตะวันของใจกลางกรุงเบอร์ลินระหว่างถนนหลวงอุนเทอร์ เดน ลินเดน กับถนนอีบัทสทราสเซ่ ประตูบรันเดนบูร์กถือเป็นสัญลักษณ์ของการรวมชาติเยอรมัน มีการจัดงานและพิธีรำลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งการเฉลิมฉลองอยู่ตลอด ทั้งปีใหม่ หรือเทศกาลเชียร์ฟุตบอล ลักษณะของประตูบรันเดนบูร์กจะเป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่สร้างในสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก จุดนี้นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นและถ่ายรูป ถือว่าไฮไลท์ที่สำคัญที่ใครมาก็ต้องแวะ

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ กับทั้งหมด 5 ประเทศที่เราแนะนำในวันนี้ นี้แค่ยกตัวอย่างไฮไลท์มาให้ได้อ่านกันเพียงเล็กน้อยนะคะ เพราะยุโรปแต่ละประเทศนั้นยังมีที่เที่ยวอีกมากมายเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทั้งชาตินี้ถ้าจะไปให้ครบนี้ต้องนั่งทำงานนํ้าตาตกกันแน่ ๆ เอาเป็นว่ายังไงก็ค่อย ๆ เก็บทีละประเทศไปนะคะ ชอบประเทศไหนมากที่สุดก็ไปประเทศนั้นก่อน และคราวหน้าเราจะพาไปที่ไหนอีก

arrow
%d bloggers like this: