รวมฮิตเทศกาลสำคัญจากทั่วโลกที่คุณควรไปเห็นด้วยตาตัวเองก่อนตาย

นี่คือเหล่าเทศกาลสำคัญที่รวมเอานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกัน หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวตัวยง มาเช็คลิสต์กับเราเลยว่าคุณไปมาครบทุกเทศกาลหรือยัง

นอกเหนือจากการไปท่องเที่ยวทั่วโลกเพื่อชื่นชมทัศนียภาพและวัฒนธรรมที่แตกต่างมีเอกลักษณ์แล้ว สิ่งหนึ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด คือเทศกาลต่างๆทั่วโลกที่จัดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งของทุกปีเท่านั้น แต่ละเทศกาลล้วนแล้วแต่มีที่มาที่เกี่ยวเนื่องจากวัฒนธรรมอันน่าสนใจ และมีความตระการตาในแบบของตัวเองที่หาชมที่อื่น หรือเวลาอื่น ไม่ได้อีก หากคุณคือนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นทุกอย่างก่อนตายแล้วละก็ เทศกาลเหล่านี้จะต้องอยู่ในลิสต์ที่คุณพลาดไม่ได้

 

Rio Carnival

ที่ไหน: เมือง ริโอ เดอ จาเนียโร, ประเทศบราซิล

เมื่อไร: ประมาณปลายกุมภาพันธุ์ถึงต้นมีนาคม

อย่างไร: เทศกาลการเต้นแซมบ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นเป็นเวลา 5 วันเต็มๆ โดยไฮไลต์ของงานคือการเดินขบวนพาเหรดแฟนตาซีของกลุ่มคนที่รักและชื่นชอบการเต้นแซมบ้าจากทั่วประเทศ อีกหนึ่งจุดเด่นคือการประกวดเต้นแซมบ้า ณ สนามกีฬาแซมโบโดรม ที่ซึ่งเหล่าโรงเรียนสอนเต้นแซมบ้าทั่วประเทศจะร่วมเข้าแข่งขันชิงรางวัล นอกเหนือจากลีลาการเต้นซึ่งงัดไม้เด็ดมาสู้กันแล้ว แน่นอนว่าความอลังการของหน้าผมและคอสตูมนั้นแต่ละที่จัดเต็มกันมาแบบไม่มีใครยอมใครทีเดียว

 

Day of The Dead

ที่ไหน: ประเทศเม็กซิโก

เมื่อไร: 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน

อย่างไร: ชาวเม็กซิกันเชื่อว่าในช่วงเวลานี้ของปีจะเป็นเวลาที่คนตายได้กลับมาเยี่ยมบ้าน จึงกลายเป็นเทศกาลเพื่อต้อนรับคนตายกลับบ้าน แต่อย่าเข้าใจผิดว่าบรรยากาศจะเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง ในทางตรงกันข้าม นี่คือเทศกาลแห่งสีสันและความสนุกที่สุดของเม็กซิโก ผู้คนจะออกมาแต่งตัวสไตล์แฟนซี มีการเดินขบวนพาเหรด ในแต่ละบ้านจะมีการจัดโต๊ะบูชาเพื่อต้อนรับบรรพบุรุษกลับบ้าน ครอบครัวจะไปรวมตัวกันที่หลุมศพของบรรพบุรุษเพื่อทำความสะอาด วางดอกไม้ จุดเทียนเพื่อระลึกถึง และนี่ยังถือเป็นโอกาสที่สมาชิกในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่จะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา

Burning Man Festival

ที่ไหนทะเลทราย Black Rock, รัฐเนวาดา,สหรัฐอเมริกา

เมื่อไร: ปลายเดือนสิงหาคม ต้นเดือนกันยายน (1 สัปดาห์)

อย่างไร: นี่คือเทศกาลงานศิลปะที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ใดๆ เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อให้ศิลปินทุกแขนงจากทั่วโลกได้มีโอกาสโชว์ผลงานของตัวเอง ทว่ามันถูกจัดขึ้นกลางทะเลทราย เพราะฉะนั้นผู้เข้าร่วมทุกคนจะต้องกินนอนกลางทะเลทรายกว่า 1 สัปดาห์! แต่ถึงจะลำบากลำบนขนาดนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมกลับสูงถึงกว่า 50,000 คนในแต่ละปี ไฮไลต์ของงานไม่ได้อยู่เพียงแค่การแสดงศิลปะสุดแปลกทุกแขนง แต่เป็นการส่งท้ายงานในคืนวันสุดท้ายด้วยการจุดไฟเผาหุ่น Burning Man ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของงาน ซึ่งเจ้าหุ่นตัวนี้จะใหญ่ขึ้น และสูงขึ้นในทุกๆปีอีกด้วย

Holi Festival

ที่ไหน: ประเทศอินเดีย

เมื่อไร: วัน แรม 1 ค่ำ เดือน4 ของเดือนมีนาคม (จะตกประมาณต้นเดือนมีนาคม)

อย่างไร: เป็นเทศกาลสาดสีสันเพื่อต้อนรับฤดูร้อนและปีใหม่ในความเชื่อของชาวฮินดู การสาดสีสันนั้นเชื่อว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปเพื่อเริ่มต้นปีใหม่ที่ดี ส่วนสีที่นำมาสาดกันนั้นเรียกว่า ติกาเป็นสีออร์แกนิคส์ที่ทำจากส่วนผสมธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ สมุนไพร หินสี การสาดสีใส่กันนอกจากจะเป็นการไล่โชคร้ายออกจากตัวแล้ว ผงที่ทำจากสมุนไพรและดอกไม้บางชนิดยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ เป็นเทศกาลที่จะทำให้คุณได้ภาพถ่ายหลากสีสันในสไตล์ที่หาจากทีอื่นไม่ได้เลยละ

 

Mardi Gras

ที่ไหน: เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียน่า, สหรัฐอเมริกา

เมื่อไร: ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธุ์

อย่างไร: เทศกาลมาดิกราส์เริ่มต้นเกิดจากการเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิเท่าเทียมกันของกลุ่มเพศที่สาม จนกลายมาเป็นหนึ่งในแฟนซีพาเหรดที่สวยงามที่สุดและผู้คนทั่วโลกรอคอยที่จะชมมากที่สุด ที่จริงแล้วเทศกาลมาดิกราส์มีกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วโลก ทว่าไม่มีที่ใดจัดได้ยิ่งใหญ่เท่าที่เมืองนิวออร์ลีนส์ ภายในงานจะมีการจัดปาร์ตี้เพื่อเฉลิมฉลอง รวมทั้งการเดินขบวนพาเหรดที่แน่นอนว่าเต็มไปด้วยคอสตูมแฟนตาซีที่เหล่าผู้เข้าร่วมนั้นจัดกันมาแบบไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว

Oktoberfest, Germany

ที่ไหน: เมืองมิวนิค, ประเทศเยอรมัน

เมื่อไร: ช่วงปลายเดือนกันยายน ต้นเดือนตุลาคม

อย่างไร: ใครเป็นคอเบียร์และสายแข็งในการดื่มต้องไม่พลาด เพราะนี่คือเทศกาลกินเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความพิเศษของเทศกาลนี้ไม่ได้อยู่เพียงชาวเยอรมันรวมตัวกันใส่ชุดประจำชาติเพื่อดื่มเบียร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเทศกาลที่รวมอาหารอร่อยจานเด็ดของเยอรมันไว้อย่างเต็มเปี่ยม เบียร์จะถูกเสิร์ฟในแก้วยักษ์ขนาด 3ลิตร! ภายในงานยังมีการแสดงประจำชาติ ปาร์ตี้สุดมันส์ รวมทั้งเครื่องเล่นสไตล์สวนสนุก และอาจได้เจอการแสดงคอนเสิร์ตสุดพิเศษที่หาชมได้ยากอีกด้วย

 

La Tomatina, Spain

ที่ไหน: เมืองBunol, ประเทศสเปน

เมื่อไร: ปลายเดือนสิงหาคม

อย่างไร: นี่คือเทศกาล Food Fight ที่สนุกที่สุดในโลก มีเรื่องราวเริ่มต้นมาจากนิทานพื้นบ้านจนกลายมาเป็นเทศกาลปามะเขือเทศที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 40,000 คนต่อปี! โดยจะมีรถบรรทุกขนมะเขือเทศจำนวนมหาศาลเข้าสู่ตัวงาน ตามธรรมเนียมเมื่อก่อนจะต้องมีผู้กล้าปีนเสาทาน้ำมันขึ้นไปคว้าชิ้นแฮมที่แขวนอยู่ ณ จุดสูงสุดแล้วปาลงพื้นเพื่อเป็นการประกาศเริ่มงาน แล้วสงครามการปามะเขือเทศนี้ก็จะดำเนินไปทั้งวันเช้าจรดเย็น จนทำให้ทั้งเมืองกลายเป็นสีแดงฉานของมะเขือเทศ เป็นมหกรรมสุดมันส์ที่หาที่อื่นในโลกไม่ได้แน่นอน

Chichibu Night Festival

ที่ไหน: เมือง จิจิบุ จังหวัดไซตามะประเทศญี่ปุ่น

เมื่อไร: วันที่ 2 และ 3 ธันวาคม ของทุกปี

อย่างไร: ซึมซับบรรยากาศการฉลองปีใหม่สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆจากเทศกาลนี้ เป็นเทศกาลแห่เกี้ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยเกี้ยวจำนวนถึง 6 คัน จะถูกตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา แล้วแห่ไปตามเส้นทางเพื่อจะไปให้ถึงศาลเจ้าประจำเมือง โดยจะมีจุดหยุดพักเป็นระยะๆ ตามจุดหยุดพักนั้นเองจะมีการแสดงตามประเพณีญี่ปุ่นที่หาชมได้ยาก สุดท้ายแล้วเมื่อเกี้ยวทั้งหมดไปถึงที่หมายจะมีอีกหนึ่งไฮไลต์นั่นก็คือการจุดพลุยิ่งใหญ่สวยงามกว่า 7,000 นัดบนท้องฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่อย่างเป็นทางการ

ที่จริงแล้วนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหล่าเทศกาลน่าสนใจจากทั่วโลกเท่านั้น ยังมีเทศกาลน่าสนใจอีกมากมายที่กระจายอยู่ทุกช่วงเวลาของปี อย่าลืมไปตามเก็บลิสต์เหล่าเทศกาลนี้ให้ครบละ คุณจะได้สบายใจว่าได้ไปมาหมดทุกที่ เห็นมาหมดทุกอย่างแล้วจริงๆ!

arrow
%d bloggers like this: