Trending Now

รักแท้หรือแค่ลุ่มหลง

เมื่อคนสองคนตกหลุมรักซึ่งกันและกัน โลกใบนี้กลายเป็นสีชมพูโดยพลัน เนรมิตทุกสิ่งทุกอย่างให้รื่นรมย์อย่างไม่น่าเชื่อ

ความรักช่างหอมหวานเย้ายวน ความลุ่มหลงในรักมีพลังมหาศาลและแสนจะเบิกบานสำราญใจ

แต่เดี๋ยวก่อน! ถามตัวเองให้ชัวร์ก่อนมั้ย รักแท้หรือแค่ลุ่มหลง เพราะเจ้าความรู้สึกที่ว่านี้มันคลับคล้ายจนแทบจะแยกไม่ออก ซ้ำร้าย…เผลอคิดว่าเป็นความรู้สึกเดียวกันด้วยซ้ำ

สติและเหตุผล บวกกับคำแนะนำพอหอมปากหอมคอต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณแยกแยะ…ตาสว่างได้ในบัดดล

What Love Is

ความรักเป็นเรื่องที่อธิบายยาก ไขปริศนายังไงก็ไม่ได้คำตอบที่ตายตัวสักที นักประพันธ์พรรณนาถึงคำว่ารักว่า คือ ความรู้สึกความผูกพัน นั่นโน่นนี่

ข้างฝ่ายนักวิทยาศาสตร์แย้งว่า เป็นแรงดึงดูดของปฏิกิริยาทางเคมี การันตีด้วยผลวิจัย ว่า จากการตรวจระบบทางสมองพิสูจน์ให้เห็นว่า รักล้นใจ จะมีมากที่สุดในช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์และจะลดลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา โดยจุดแตกหักของคู่รักจะอยู่ที่ 12 – 15 เดือน หรือ 3 ปี และจะแย่ที่สุดในปีที่ 7

คำว่า  7 year itch หรือ อาถรรพ์เลข 7 มีที่มาอย่างนี้…นี่เอง

ดังนั้นจึงอย่าแปลกใจที่คนเรายิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งไม่รักกันหย่ากันตอนแก่เยอะแยะไป

ความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ทำให้คนเรายอมปรับอารมณ์และพฤติกรรม เปลี่ยนภาพลักษณ์ภายนอกและการกระทำ เพื่อสร้างความปรารถนาประทับใจแก่คนที่หมายปอง แต่เดิมนักวิจัยคิดว่าเรื่องนี้สมองจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากมาย

นักกวีชื่อก้องโลก วิลเลียม เชกสเปียร์ บอกว่า ความรักทำให้คนตาบอด

นักประสาทชีววิทยาท้าพิสูจน์ สิ่งน่าประหลาดใจที่ค้นพบก็คือ คนเราใช้สมองกับความรักนั้นน้อยกว่าที่คิดมากทีเดียว มีแค่ 4 หรือ 5 ส่วนของสมองเท่านั้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

จากการศึกษาชี้ว่า ความรู้สึกมีความสุขจากความรัก ส่วนมากจะอยู่ในสมองส่วนที่มีสารโดปามีนปริมาณมาก สารชนิดนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องสภาวะของความปรารถนา ความหลงใหล และความปลาบปลื้ม

นอกจากนี้ความรักจะไปกระตุ้นส่วนของสมองที่ปกติทำหน้าที่กดความสามารถสำคัญของคนเรา เช่น การพิจารณาถึงท่าทีและความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น การยับยั้งชั่งใจ

เรื่องเหล่านี้คือคำอธิบายถึงพลังของความรัก ที่ทำให้เกิดความรู้สึกเบิกบานเป็นสุขและมีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งแปลกๆ ของผู้ที่ตกอยู่ในห้วงรัก

นั่นเป็นเพราะ สมองหลอกให้เราคิดว่า คนที่เรารักนั้นดีไม่มีที่ติ สมดังคำที่ว่า “ความรักทำให้คนตาบอด” ทำให้คนเราสูญเสียสติสัมปชัญญะยามตกหลุมรักหัวปักหัวปำ

Type of Love

ความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ช่างสงสัยคิดค้นจนได้คำตอบว่า น่าจะเกิดจากสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้น แล้วถูกส่งผ่านไปในกระแสเลือด ไปกระตุ้นสมองให้เกิดความรู้สึก…ที่เรียกว่า รัก

สารที่ทางการแพทย์ค้นพบและเชื่อว่ามีอิทธิพลต่อร่างกายและจิตใจของคนเรา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ A B C

กลุ่ม A คือ อีพิเนฟฟริน เป็นสารกระตุ้นหัวใจให้เต็นแรงและเร็ว มือสั่น มือเย็น เหงื่ออก ปากแห้ง มีกำลังวังชา ตาใส สารตัวนี้จะออกมาเมื่อตกใจกลัวและวิตกกังวล

กลุ่ม B คือ ฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะฮอร์โมนเทสโตสเทอโรน ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกและความต้องการทางเพศ

กลุ่ม C คือ กลุ่ม เอนโดรฟินส์ มีหลายชนิดด้วยกันคือ โดปามีน และ เซอโรโตนิน ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีมีความสุขสบายใจยิ้มได้แม้อยู่คนเดียว

ถ้าคิดง่ายๆ แบบเลข 3 ตัว แต่ละตัวของ A B C เป็นเลขตั้งแต่ 0 – 9 แต่ละระดับของสาร A B C เมื่อออกมาในร่างกายร่วมกัน ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น มีความรู้สึกทางเพศและมีความสุขระคนกันไป เหมาได้ว่าความรู้สึกนี้คือ ความรัก ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามความมากน้อย

จาก 0 – 9 ความรักจึงมีได้ถึง 1,000 ชนิด…เชื่อหรือไม่

ทดสอบตัวเองดูก็ได้ง่ายจัง ให้คะแนนในแต่ละกลุ่มตามความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เสร็จแล้วจัดแจงนำมาเรียงกันให้ครบ 3 ตัว จากนั้นลองเทียบเคียงกับตัวอย่างข้างล่างนี้ ดูซิว่าความรักของคุณจัดอยู่ในประเภทใด

A B C = 999 เป็นชนิดเต็มอัตราศึก คนเจ้าชู้ชอบมีกิ๊กจัดอยู่ในประเภทนี้

A B C = 955 พวกมีรักสดชื่น แต่กลัวๆ กล้าๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก พอคนที่เหล่ไว้เข้าใกล้ก็มือไม้สั่น ประหม่าซะไม่มี

A B C = 000 เรียกว่าคนไร้ความรู้สึกก็ว่าได้ ไม่ว่าจะให้ท่าอ่อยเหยื่อสักเท่าไร ก็ยังไม่รู้สึกรู้สา มันน่านัก

A B C = 555 เดินทางรักด้วยสายกลาง มักพบได้ในคนส่วนใหญ่

A B C = 595 คิดเรื่องใต้สะดืออยู่ร่ำไป สะสมแต้มสะสมไมล์แทนที่จะคิดถึงรักแท้

A B C = 309 ความรักความสุขโดยปราศจากเรื่องเซ็กซ์มาเกี่ยวข้อง

A B C = 229 รักของนักคิดนักฝัน หมากัดกันยังนั่งยิ้ม คิดว่ามันหยอกเย้ากัน

A B C = 292 ความรักของคนปากว่ามือถึง ให้ท่าทอดสะพาน ไม่ได้ชวนแต่เดินตามต้อยๆ

ความรักของคุณ จะเป็นเลข 3 ตัวที่นำพาความสุข หรือความทุกข์ กันหนอ

arrow
%d bloggers like this: