Trending Now

วิธีรับมือกับ ตม.เกาหลี .. ไม่ต้องกลัวไม่ได้ยากอย่างที่คิด

เราคงได้ยินข่าวกันอยู่บ่อย ๆ สำหรับการที่ ตม.เกาหลีนั้นได้ส่งคนกลับประเทศอยู่บ่อยครั้ง เรียกง่าย ๆ ก็คือไม่ให้เข้าประเทศเค้านั้นเอง เรามาเข้าใจกันก่อนว่าทำไมนะทำไมประเทศเกาหลีนั้นพอเห็นคนไทยก็มักจะส่งกลับ ความจริงแล้วก็คือ ตม.เกาหลี หรือ ตม.ทุกประเทศ มีหน้าที่สแกนทุกคนที่เข้าประเทศเพื่อไม่ให้ลักลอบเข้ามาทำงานหรือทำสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศเค้านั้นเอง ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้นเราต้องยอมรับกันว่าคนที่หนีลักลอบเข้าประเทศเกาหลีเพื่อไปทำงานอย่างผิดกฎหมายมีมากจริง ๆ กลุ่มคนเหล่านี้ได้สร้างความเสียหาย เสียชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ที่ตั้งใจไปเที่ยวจริง ๆ ดังนั้น ตม. เกาหลีจึงเข้มงวดกับคนไทยเป็นพิเศษ พอข่าวออกมาทุกคนก็จะยิ่งกังวลว่าแล้วไปจะได้เข้าประเทศมั้ย งั้นไปประเทศอื่นดีกว่าไม่เสี่ยง แต่อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าจะไปประเทศไหนบนโลกใบนี้ก็ตาม โดยเฉพาะเกาหลีแล้ว หากเราตั้งใจไปเที่ยวจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีอย่าไปกลัวค่ะ แค่เตรียมความพร้อมทุกอย่างให้ดี แค่นี้ ตม.เค้าไม่ใจร้ายส่งเรากลับแน่นอน พูดถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมแล้ว งั้นเรามาเตรียมตัวกันเลยดีกว่า เพราะมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดแน่นอน !!! ….

  1. เตรียมเอกสาร

นอกจากหนังสือเดินทางPassport ที่เราจะต้องพกแล้ว เราก็จะต้องเตรียมเอกสารอย่างอื่นประกอบด้วย การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนนั้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ใจได้อย่างดีทีเดียว เป็นหลักฐานยืนยันว่าเรามาในฐานะนักท่องเที่ยวจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาที่จะมาทำอะไรไม่ดีเลย เอกสารเหล่านี้หาก ตม. ไม่ได้เรียกขอดูหรือมีข้อสงสัยก็ไม่ต้องแสดงให้ดูค่ะ แค่เตรียมไว้เพื่อความอุ่นใจหากโดน ตม. สงสัย จะได้มีหลักฐานแสดงเอกสารที่เราจะต้องเตรียมมานั้นมีดังนี้

1.1 ใบรับรองการทำงาน / เรียน สำหรับเอกสารนี้จะเป็นส่วนช่วยที่ยืนยันได้อย่างดีเยี่ยมในกรณีที่ ตม. อาจจะมีข้อสงสัย การที่เรามีเอกสารว่าเรามีที่ทำงานหรือที่เรียนอยู่ที่ไทย มีอาชีพที่จะต้องกลับไปทำงานต่อ ไม่ได้ต้องการมาหารายได้ที่นี่แค่ต้องการมาเที่ยวแค่นั้น ส่วนสเตทเม้นท์บัญชีเงินนั้นอันนี้จะเตรียมไปหรือไม่ก็ได้ค่ะ

1.2 เอกสารจองตั๋วเครื่องบินแบบไปและกลับแน่นอนว่าหากมาเที่ยวก็ต้องมีวันกลับ หากคุณจองแบบตั๋วเที่ยวเดียวไม่มีวันกลับเพราะอาจจะคิดว่าอยากอยู่เที่ยวนาน ๆ ยังไม่อยากกำหนดวันแบบนี้ไม่ได้เลยนะคะ เสี่ยงเป็นอย่างมากเลย ตม.อาจจะคิดได้ว่ามาอยู่ถาวรแน่ ๆ

1.3 เอกสารจองโรงแรมเอกสารนี้จะช่วยยืนยันว่าเรามีที่พักระหว่างมาเที่ยวที่เป็นหลักแหล่ง เพราะหากไม่ใช่นักท่องเที่ยว ตั้งใจที่จะมาทำงานก็อาจจะไม่มีเอกสารใบจองโรงแรมเพราะว่าต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ การมีเอกสารที่พักก็ถือว่ามีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก

  1. แพลนท่องเที่ยวในเกาหลี

แพลนท่องเที่ยวนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก ในการทำแพลนนั้นหากไม่ถนัดทำภาษาอังกฤษก็อาจจะทำภาษาไทยแต่ใส่รูปเข้าไปแบบนี้ก็ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ ตม. นั้น ขอดู หรือสอบถามว่าเราไปเที่ยวไหนบ้างจะได้ตอบได้รวมถึงแสดงหลักฐานข้อมูลที่เราเตรียมมา ยิ่งถ้าเป็นสาวกติ่งทั้งหลาย แนะนำให้ใส่รูปพร้อมตะโกนบอกไปเลยค่ะ ว่าเราจะเงินมาเปย์แน่นอนไม่ได้มาหาเงินแต่อย่างใด ฮ่า ๆ และที่สำคัญหากมาเป็นกลุ่มนั้น ทุกคนจะต้องรู้เท่ากันทุกคนจะฝากความหวังไว้ที่คนใดคนหนึ่งไม่ได้ เพราะหากโดนถามแล้วเพื่อนเราหรือเรานั้นตอบคำถามว่าไปเที่ยวไหนไม่ได้ แบบนี้คงจะได้วิ่งวุ่นปวดหัวกันน่าดู และอาจจะได้อธิบายกันยาวแน่ ๆ ดังนั้นการมาเที่ยวหากมาเป็นกลุ่มคนเยอะ ๆ ก็อาจจะต้องวางแผนและปรึกษากันดี ๆ นะคะ ควรมีส่วนร่วมกันทุกคน เพราะไม่ใช่แค่การตอบคำถามของ ตม. แต่หากทุกคนมีส่วนร่วมในการมาเที่ยวรับรองว่าทุกคนจะต้องมีความสุขแฮปปี้ถ้วนหน้ากันทุกคนที่ได้มาเที่ยวด้วยกัน

  1. ฝึกภาษาอังกฤษ กับ คำถามที่ ตม. ถามบ่อย

แน่นอนว่าหาก ตม. มีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวเราขึ้นมา การที่เราแค่มีเอกสารต่าง ๆ และยื่นให้นั้นคงไม่เพียงพอ เพราะ ตม. จะต้องซักถามอีกด้วย หากเราไม่สามารถฟังออกหรือตอบคำถามได้เลยก็คงจะเป็นปัญหาแน่ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ต้องกลัวไปนะคะ เพราะ ตม.นั้น เค้าไม่ได้ใช้คำภาษาอังกฤษที่ยาก และที่สำคัญประโยคที่ ตม. นั้นถาม ก็เป็นประโยคเดิม ๆ ที่ไม่หนีกันมากนัก สามารถฝึกพูดจากใน google หรือ youtube ก็ได้ ประโยคที่มักจะถามบ่อย เช่น

Q : What’s the purpose of your visit?

A : ตม.ถามว่าคุณมาทำอะไรที่นี่ หากเรามาเที่ยวก็ต้องตอบว่า Tourism ก็คือมาเที่ยวนั้นเองค่ะ

Q : How long will you be staying?

A : ตม.ถามว่าอยู่กี่วัน ก็ให้ตอบไปตามจำนวนวัน เช่นมา 7 วัน ก็ตอบสั้น ๆ Seven Day

Q : Where will you be staying?

A : ตม.ถามว่าพักที่ไหน ก็ตอบชื่อที่พักไป อาจจะบอกชื่อย่านไปด้วยก็ได้ รวมถึงจะยื่นเอกสารการจองเป็นหลักฐานด้วยก็ได้ค่ะ

Q : Where will you be visiting?

A : ตม.ถามว่าไปเที่ยวที่ไหนบ้าง อันนี้ก็บอกชื่อเป็นย่านไปก็ได้ค่ะ เช่น เมียงดง ฮงแด ไม่ต้องระบุรายละเอียดลึก อาจจะเป็นการยื่นแพลนที่ทำมาให้เจ้าหน้าที่ดู

Q : What do you do?

A : ตม. ถามว่าคุณทำอาชีพอะไร ก็ถ้าเป็นพนักงานบริษัทก็ตอบว่า Employee รวมถึงอาจจะพ่วงไปด้วยชื่อตำแหน่งด้วยก็ได้

  1. แต่งกายให้ถูกกาลเทศะและฤดู

หลายคนคงแปลกใจว่าการแต่งกายนี้หรอจะเกี่ยวอะไรกัน แต่จะบอกว่าเกี่ยวมาก ๆ เลยนะคะ ภาพลักษณ์ที่ดูดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ความหมายของภาพลักษณ์ที่ดูดีนั้นหมายถึงแต่งตัวให้เหมาะสมถูกกาลเทศะให้เหมาะกับสถานที่ การที่บางครั้งเราอาจจะใส่กางเกงขาสั้น หรือใส่รองเท้าเตะ ก็อาจจะดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่ รวมถึงการแต่งตัวนั้นก็อาจจะดูฤดู หากมาเราฤดูหนาว อาจจะใส่เสื้อแขนยาวขายาวรองเท้าผ้าใบ แต่ยังไม่ต้องถึงกับใส่เสื้อขนเฟอร์มาเลยตั้งแต่สนามบินเพราะมันจะดูโดดเด่นเกินไปอาจจะโดนเพ่งเล็งได้นะคะ หรือถ้าหน้าร้อนก็ไม่ต้องถึงกับใส่เตะขาสั้นอย่างที่บอกไป เอาไว้ผ่านเข้าประเทศได้แล้วอยากแต่งจัดเต็มแค่ไหน หรืออยากแต่งแบบไหนค่อยแต่งกันดีกว่า ส่วนพร็อพต่าง ๆ อย่างหมวก หรือแว่น ก็ควรจะเก็บเอาไว้ก่อนนะคะ เปิดหน้าเปิดตาให้เจ้าหน้าที่ได้เห็นอย่างชัดเจน

  1. อย่าคุยกับคนแปลกหน้าโดยเด็ดขาด

ข้อนี้หลาย ๆ คนก็อาจจะมีความ งง เหมือนข้อที่แล้ว แต่จะบอกว่าการที่เราห้ามคุยกับคนแปลกหน้ารวมไปถึงช่วยเหลือคนแปลกหน้านั้น อย่างรับฝากของ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันตัวเอง เพราะว่าการที่คนหนีลักลอบเข้าไปทำงานที่ต่างประเทศนั้นมักจะใช้วิธีพูดคุยสร้างความสนิทสนมกับเรา เพื่อเวลามีปัญหานั้นบุคคลเหล่านี้จะเอาเราไปอ้างว่าไม่ได้มาทำงานมาเที่ยวและมากับกลุ่มเรา ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวเลยนะคะว่าเค้าจะหาว่าเราไม่มีนํ้าใจ เพราะหากมีคนมาขอความช่วยเหลืออะไร ให้แนะนำไปเลยว่าให้ถามหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ดีกว่า เราไม่ต้องพยายามเอาตัวเองเข้าไป เพราะหากเกิดอะไรขึ้นเราเองที่จะเดือดร้อนนะคะ

สุดท้ายแล้วอยากจะบอกว่า ตม. เกาหลีนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เจ้าหน้าที่นั้นก็แค่ทำตามหน้าที่ และนักท่องเที่ยวอย่างเราก็แค่ทำตามทุกอย่างอย่างที่ถูกกฎหมาย หากมั่นใจว่าเรานั้นเอาเงินมาให้ประเทศเค้า ต้องการมาเที่ยวชื่นชอบในเกาหลีจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวค่ะ คนที่จะต้องกลัวก็คือคนที่ทำผิด หากเรามีการเตรียมตัวแล้วก็ขอให้พกความมั่นใจไปเยอะ ๆ ยิ้มเยอะ ๆ อย่าไปแสดงความวิตกกังวลความกลัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่เป็นอันขาดนะคะ เพียงแค่นี้เองเกาหลีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ให้เราพร้อมไปมีความสุขกับเหล่าโอปป้าแล้ว : )

arrow
%d bloggers like this: