Trending Now

หัวเราะ…พิชิตโรค

โยคะหัวเราะ (Lauther Yoga) การหัวเราะผสานการควบคุมการหายใจจะช่วยให้ระบบต่างๆ ขับเคลื่อนได้ดีขึ้น เป็นการบำบัดแบบองค์รวม นับเป็นวิธีพิฆาตความเครียดที่เป็นธรรมชาติที่สุด

การหัวเราะกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอนโดรฟิน สารแห่งความสุข ช่วยขยายความคิดสร้างสรรค์ให้ลื่นไหล อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนโดพามีน สารที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การเคลื่อนไหว และความจำ ส่งผลให้มีพัฒนาการทางสมองดี ช่วยบำรุงระบบประสาทและระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่งขึ้นโดยอัตโนมัติ

การมีอารมณ์เบิกบานจากการหัวเราะ ช่วยให้ระดับน้ำตาลลดต่ำได้ ขณะเดียวกันร่างกายจะเผาผลาญคอเลสเตอรอลชนิดเลว และเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ อันเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญในผู้ป่วยเบาหวาน

การที่ร่างกายทุกส่วนขยับขับเคลื่อน ส่งผลต่อการทำงานของสมองทุกส่วน ทำให้มองโลกโสภาขึ้น ความเครียดผ่อนคลาย ทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ายืดหยุ่น ไม่ตึงหรือเกร็ง ทำให้ร่างกายเกิดการพักผ่อน นอนหลับสนิท ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่น และไม่เป็นโรคทางผิวหนัง ช่วยให้ร่างกายและจิตใจเกิดความสงบ มีสมาธิมากขึ้น ทั้งยังก่อให้เกิดความรู้สึกรักตัวเองมากขึ้น

การหายใจเข้า กลั้นหายใจ และหายใจออกยาวๆ ในระหว่างหัวเราะ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้มาก ฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้เซลล์ประสาทหัวใจ ปอดและคอ แข็งแรงขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยบริหารร่างกายให้เกิดความร้อนและการเผาผลาญพลังงานสูง ช่วยฆ่าเชื้อโรค และป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทั้งไข้หวัด ภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส และกรน

การหัวเราะทำให้หัวใจและชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อหยุดหัวเราะ ร่างกายจะค่อยๆ คืนสู่สภาวะปกติ หัวใจทำงานเป็นระบบขึ้น จึงรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับสบายและนอนได้เต็มอิ่ม ป้องกันอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก และประหม่าตื่นตระหนกง่าย

ขณะหัวเราะตับไต้ไส้พุงมีการเคลื่อนไหว ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการขับถ่ายทำงานดีขึ้น ป้องกันโรคอ้วน โรคเบื่ออาหาร โรคกระเพาะและโรคลำไส้   ช่วยให้อารมณ์รักปึ๋งปั๋ง อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไม่ถามหา

ร่างกายที่ทำงานเป็นระบบ มีประสิทธิภาพจะช่วยป้องกันโรคไขข้อ โรคกระดูกต่างๆ ทั้งปวดหลังปวดเอว โรคซึมเศร้า นอกจากนี้ยังช่วยทำลายสารอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

เชื่อหรือไม่ การหัวเราะ 1 นาที มีผลทำให้เกิดการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและประสาทถึง 45 นาที

การฝึกหัวเราะที่ง่ายที่สุดคือ หัวเราะคิกคักและหัวเราะเสียงดัง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอด ร่างกายต้องหัวเราะตามไปด้วย ทั้ง สมอง ขา แขน ไหล่ อก และท้อง ด้วยการเปล่งเสียงต่างๆ กัน เช่น โอ โอ โอ โอ ยาวๆ

ที่สำคัญต้องฝึกการหายใจเข้าออกให้ถูกต้อง “หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ”

เริ่มต้นด้วยการยืนตัวตรง หายใจเข้าลึกๆ กลั้นไว้สักครู่ กำมือ ชูนิ้วโป้ง เปล่งเสียง “โอ” ออกมาจากท้อง ท่านี้ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานดีขึ้น ช่วยบำบัดโรคลำไส้อักเสบ โรคกระเพาะอาหาร ท้องผูก ใครหน้าท้องหย่อนยาน เบื่ออาหาร ท่านี้ช่วยได้

กางแขนออกหงายฝ่ามือระดับอก หายใจเข้า กลั้นหายใจแล้วปล่อยลมหายใจออก เปล่งเสียงหัวเราะ “อา” แขนทั้งสองข้างขยับขึ้นลง  ท่านี้ช่วยให้อวัยวะบริเวณหน้าอกทั้งหมดทำงานได้ดีขึ้น

กระพริบตาถี่ๆ กรอกตาขึ้นลงเป็นวงกลม แล้วเปล่งเสียง “อ่อย ๆ ๆ…”  กรอกตาซ้ายขวา  ท่านี้จะทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงที่ตา ช่วยให้ตาชุ่มชื้น แก้ปัญหาตาแห้งเมื่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ

บริหารสมองด้วยการใช้มือปิดปาก แล้วเปล่งเสียง “อึ” จะรู้สึกสมองโปร่งโล่งเชียวแหละ

ย่นจมูกขึ้นและทำเสียง “ฮึๆ” ในจมูก ช่วยบำบัดภูมิแพ้ ไซนัส หวัด ในผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบหายใจ ช่วยให้จมูกโล่งดีนักแล

ยกมือขึ้นระดับอก กำมือ แล้วยกนิ้วโป้งขึ้น ชี้นิ้วกลางและนิ้วชี้ไปข้างหน้า หายใจเข้าและเปล่งเสียง “อู” ขยับแขนตามจังหวะ ช่วยลดอาการเจ็บคอ คออักเสบ

ฝึกกล้ามเนื้อที่นิ้วมือด้วยการยกแขนขึ้นมาระดับใบหน้า ขยับนิ้วเหมือนกำลังเล่นเปียโน จากนั้นให้เปล่งเสียง “เอ” แล้วจึงขยับร่างกายคล้ายท่าแหย่เด็ก

บ่าไหล่เมื่อยล้าช่วยได้ด้วยการยืนตรง แล้วส่ายไหล่คล้ายๆ กำลังว่ายน้ำ แล้วเปล่งเสียง “เอ เอะ”

โยคะหัวเราะ…การปฏิวัติทางความคิดที่เรียบง่ายและลึกซึ้ง เป็นการบำบัดแบบองค์รวมที่ไม่ต้องเสียสตางค์สักแดง…เรี่ยมจริงๆ

arrow
%d bloggers like this: