Trending Now

“เขาฉลาก” สถานที่ซ้อมของนักเทรล

นักวิ่งหลายๆ คนที่สนใจการ วิ่งเทรล (Trail Running) กันบ้างแล้ว ก็เริ่มที่จะมองหาสถานที่ซ้อม จริงจังกันบ้างแล้ว คน

กรุงเทพฯอย่างเราๆ ก็คงจะหาที่ซ้อมเขาได้ยากมากกว่าคนอยู่ต่างจังหวัดนะคะ วันนี้แอดมินเลยมาแนะนำสถานที่ซ้อม วิ่งเทรล เขาใกล้ๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก คือ เขาฉลาก อยู่จังหวัด ชลบุรี ใกล้ๆ นี่เอง ขับรถจากกรุงเทพฯ วิ่งตรงมาถนน

บางนา-ตราดยาวมาประมาณ 120 กว่ากิโล ขับรถประมาณ เกือบ 2 ชม. (ให้ปัหมุดที่วันพรหมาวาสได้เลย)

วิ่งเทรล

แนะนำให้ออกจากบ้านแต่เช้ากันหน่อยนะคะ เพราะว่าจะได้มีเวลาซ้อมวิ่งกันยาวๆ หน่อยค่ะ แอดมินวันนั้นออกจากบ้าน 5.30

น. แวะเติมพลังกันก่อนตามเส้นทางที่ผ่าน ออกเดินทางปักหมุดไว้ที่วัดพรหมาวาสได้เลย เข้าไปจดรถในบริเวณวัด ภายใน

วัดค่อนค้างกว้างค่ะ ที่วัดมีห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และอาบน้ำด้วย เราสามารถทำบุญค่าน้ำ และค่าไฟให้กับวัดได้เลยนะคะ จะ

บอกว่า มีพวกเรานักเทรลมาซ้อมกันมากอยู่ ท่านเจ้าอาวาสก็น่ารักค่ะ ชวนทานข้าวด้วยกันตลอด เวลามีงานบุญ อ้อ…ลืม

บอกไปว่ามาที่นี่ ระวังลิงด้วยนะ ขี้ขโมยอาหารสุดๆ ห้ามไปมองหน้ามัน มันดุค่ะ

เขาฉลากนี่ต้นไม้ครึ้มมาก อุดมสมบูรณ์มากมาย เวลาแดดออกก็ไม่ค่อยร้อน แสงแดดไม่เข้ามาในป่าเท่าไหร่ แม้กระทั่งเวลาฝนตก น้ำฝนก็ยังไม่ค่อยเข้ามาเท่าไหร่ เวลาเค้ามาวิ่งเขาฉลากนั้นจะมีคำถามสำหรับคนแถวๆ นั้นๆว่า  “วันนี้จะเอากี่ยอด” มันหมายถึงว่า วันนี้จะวิ่งกันกี่รอบนั่นเองค่ะ คือว่าที่นี่มีเส้นทางทั้งหมดประมาณ 7 เส้นทาง เรียกว่า เทรล A B C D.. เป็นเส้นทางที่นักวิ่งหลายๆ คนของเดิมๆ ที่เรียกกัน และวางเส้นทางไว้ให้สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ๆ เข้ามาซ้อมกัน ยกตัวอย่างเช่น เทรล A เป็นเส้นทางวิ่งขึ้นไปสุดเขา และก็กลับลงมายังตำแหน่งวัดที่เดิม เค้าเรียกว่า 1 ยอด หรือ 1 รอบ (เวลาที่โชว์ในนาฬิกา จะเห็นได้ว่ามันโชว์ภูเขาเป็น 1 ยอดเลย)

 

คนส่วนใหญ่ที่มา จะใช้เส้นทาง เทรล A เป็นเส้นทางเขาที่ยาวที่สุด ไป-กลับ ประมาณ 3 โลกว่าๆ เวลาขึ้นไปสุดเทรล A เรียกว่ายอดเขาฉลาก จะเป็นเสาส่งสัญญาณ มีรั้วกั้นไว้ ซึ่งระยะทางเทรล A เฉพาะทางขึ้นประมาณ 1.6k ความชัน 300m. แต่หากว่าต้องการซ้อมถนนด้วยก็จะมีทางถนนลงไปได้อีกประมาณ 2.2k แต่หากไม่ต้องการซ้อมถนนทางลง ก็สามารถลงกลับไปที่เดิมได้ เรียกได้ว่า 1 ยอดสำหรับเทรล A สามารถวิ่งขึ้นลง ทำเวลาได้ เส้นทางเป็นแบบเดินได้คนเดียว (Single Track) หากกรณีสวนทางกันจะต้องให้คนใดคนหนึ่งไปก่อน เส้นทางบางจุดเป็นป่าไผ่ และมีลิงวิ่งเล่นบ้าง เป็นพื้นดินร่วน มีหินบ้างเล็กน้อย พอเดินไปเกือบสุดท่าง

สำหรับเทรล B เป็นเส้นทางที่ท้าทายสำหรับคนมาซ้อมที่นี่ เพราะว่ามีความชันกว่าเทรล A เยอะมาก ระยะทางไป-กลับ ประมาณ 2 โลกว่าๆ แต่ใช้เวลานานกว่ามาก เพราะว่าพื้นดินค่อนข้างลื่น ไม่ค่อยมีหินให้เยียบมากนัก จะต้องใช้กำลังแขนในการจับต้นไม้ และต้นไผ่ช่วย เส้นทางนี้อยากให้ลองฝีมือกันเลยค่ะ เทียบได้กับเขาแหลม (ตะนาวศรีเทรล) เลยล่ะค่ะ เท่าที่มองจากสายตาคิดว่าความชันในระยชันสุด น่าจะประมาณ 50 องศาได้ แต่บางจุดก็ประมาณ 30-40 องศา ซึ่งจะชันกว่า เทรล A มากเลยค่ะ ด้วยระยะทางของเทรล A มันไม่ไกล แต่มันสามารถทำ Performance เก็บระยะความชันได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ขอบอกไว้นิดนึงสำหรับคนที่อยากลง เทรล B จะต้องขึ้นไปเทรล A เกือบสุดทาง และลงด้วยเทรล B เมื่อลงไปสุดทางก็ต้องกลับขึ้นมาด้วยทางเดิมนะคะ นั่นล่ะค่ะ ถูกหลอกให้มาเดินล้วหลายคน ^^

สำหรับเรื่องน้ำ และของกินระหว่างทาง บริเวณที่วัดจะมีร้านค้าขายของชำ ที่ร้านมีโค้กเย็นชื่นใจ และร้านอาหารตามสั่งข้างๆ กัน (ขอบอกว่าผัดซีอิ้วอร่อยมาก) หรือว่าเพื่อนๆ จะนำไปเองก็ได้นะคะ ให้เอากระติกน้ำแข็งใส่เกลือแร่ น้ำ ขนมไว้หลังรถเลยค่ะ แล้วพอวิ่งลงมาจากเขาเจอที่จอดรถก็พักสัก 1 ที เติมพลัง หรือว่าจะสะพายเป้น้ำเสมือนวิ่งเทรลจิงเพื่อซ้อมก็ดีค่ะ

 

สรุปว่าเขาฉลากนี้ สามารถเป็นที่ซ้อมเทรลสำหรับจะไปวิ่งในสนามจริงได้ และก็อยากจะแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะลงวิ่งเทรล แล้วไม่แน่ใจว่าชอบแนวนี้ไหม ก็สามารถไปลองวิ่ง เดินป่ากันได้เพลินๆ ค่ะ เพราะว่าเส้นทางปลอดภัย มีเพื่อนนักวิ่งไปซ้อมวิ่งกันทุกเสาร์-อาทิตย์ วิ่งสวนไปมา ทักทายกันตลอดเส้นทาง รับรองว่าไม่เหงาเด็ดขาดค่ะ นอกจากนั้น ยังมีเด็กๆ คนสูงวัยบางท่านก็ไปเดินเล่นก็มีนะคะ ถือได้ว่าเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวได้เในตัวค่ะ

Oily

ชื่อ: ออยล์ หรือ ออยล์ลี่ (ก็ได้ค่ะ) ประสบการณ์: เวทมา 3 ปี วิ่งมา 3 ปีกว่า ความตั้งใจ: แบ่งปันความรู้เรื่องวิ่งสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจอยากวิ่ง อยากจะสุขภาพดี แบบบ้านๆ ความสุข: เห็นรอยยิ้ม มิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างทางวิ่ง ท้าวความกันก่อน... 😇จากเดิมสมัย 8-9 ปีที่แล้ว ทำงานประจำ เครียดกับการทำงานมาก เพราะเป็นคนมีความตั้งใจทำงานสูง ไม่ดีไม่ได้ ไม่ได้ก็ต้องเอาให้ได้ เลยเกิดความกดดันในการ ทำงานพอสมควร เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคในตัวอย่างดีเป็นคนอ่อนแอ มีโรคประจำตัวหลายอย่าง เช่น โรคกระเพาะอาหาร ทางเดินอาหารอักเสบ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน และภูมิแพ้ บางทีก็น้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นลมบ่อยๆ เวลาเครียดทุกๆ ครั้ง นอนไม่หลับ กินไม่ได้ปกตินอนโรงพยาบาลปีละ 7-8 ครั้ง ไม่รวมไปหาหมอแบบ OPD แทบจะเดือนละครั้งเลยก็ว่าได้ 😢 🙄มาวันนึงนอนที่รพ.นนทเวช ได้ 3 คืนแล้ว วันที่ออกจากรพ. ก็เลยตัดสินใจเดินเข้า Fitness First ที่เดอะมอลล์งามวงศ์วานทันที พร้อมกับสมัครสมาชิกเลย บอกพนง. ว่าพี่ขอออกกำลังกายอะไรก็ได้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ พี่ไม่ไหวกับอาการป่วยของพี่แล้ว 😚✌🏻 😎หลังจากนั้นก็ตั้งเป้าว่าจะมีสุขภาพที่ดีขึ้น อยากหุ่นดีมี sixpack เฟิร์มมากขึ้น หลังจากนั้น 1 ปี ผ่านไปsixpack ก็มา ป่วยน้อยลงทันตาเห็น แต่หมดความท้าทาย ไปแล้วไง มีพี่ที่สนิทวิ่งอยู่แล้วก็ชวนออกมาวิ่งที่สวนก็เลยนึกขึ้นได้ว่า บ้านเรามีสวนรถไฟอยู่แล้วนิ ก็เริ่มเลย 🏃🏻‍♀️วันแรกที่ไปวิ่งที่สวนรถไฟ (1รอบ = 2.5k) วิ่งได้ 1 รอบก็เหนื่อยมากๆ แล้วไม่หมดความท้อใจ วิ่งวันต่อไปได้ 2 รอบแล้ว วิ่งต่อไป 3, 4 รอบแล้ว จนในที่สุดเราวิ่งได้ 10k แล้ว ดีใจมากๆ ทุกๆ ครั้งที่ออกมาวิ่งจะมีแรงผลักทำให้ตื่นแต่เช้า เลือกชุดที่ชอบ ฟังเพลงที่ใช่ เพลินไปกับบรรยากาศของสวนรถไฟ ประกอบกับได้พบปะกับพวกพี่ๆ น้องๆ อาๆ ที่สวน (แก๊งซอยกลาง) จนทุกวันนี้พี่ๆ เค้าได้เห็นพัฒนาการของออยล์เรื่อยๆ จากวิ่งมินิไปฮาล์ฟ ไปฟูล และไปอัลตร้า ประกอบกับหาวิธีทาง ที่จะทำให้ตัวเองแข็งแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถเจอได้ทุกๆ สนาม สามารถทำเวลา และผ่านได้ทุกสนาม 😇จนมาวันนี้ ได้พบกับคำว่า "ความสุข" คืออะไรในชีวิตตั้งแต่วิ่งมาเปลี่ยนทั้งร่างกายตัวเองที่แข็งแรงขึ้น ไม่มีการเจ็บป่วยเลยแม้แต่น้อย เปลี่ยนทั้งจิตใจ ความคิด เป็นแรงบวก มองโลกในแง่ดี จากคุณหนูเปลี่ยนเป็นคนง่ายๆ จากคนขี้กลัวเปลี่ยนเป็นคนกล้าทุกๆ อย่าง 🌈ทุกๆ อย่างเกิดมาจากความอดทน พยายาม และวินัยด้วยที่ตัวเองเป็นคนชอบเอาชนะตัวเองแล้ว ข้อดีของมันคือ จะทำให้เราไปจุดมุ่งหมายที่เราตั้งไว้...
arrow
%d bloggers like this: