เคล็ด (ไม่) ลับ 10 ข้อที่จะช่วยดูแลสุขภาพไตของคุณให้แข็งแรง

คุณรู้หรือไม่ว่า “ไต” มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบในร่างกาย แต่ละวันไตจะทำหน้าที่กลั่นกรองและขจัดของเสียในกระแสเลือด ไม่เพียงเท่านั้นไตยังมีส่วนในการสร้างเซลล์เม็ดเลือด ควบคุมความดันโลหิต ดูแลกระดูก และรักษาระดับเกลือแร่ในกระแสเลือดของเราให้ปกติด้วย เห็นได้ว่าล้วนแต่เป็นระบบที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเราก็ควรจะต้องดูแลสุขภาพของ “ไต” ให้ดี  จะทำได้อย่างไรนั้น เรามีเคล็ด (ไม่) ลับในการดูแลสุขภาพไตมาฝากกัน

1.อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ

น้ำช่วยในการเจือจางความเข้มข้นของแร่ธาตุที่เสียในปัสสาวะและช่วยให้ไตทำงานได้ปกติ  ดังนั้นในแต่ละวันคุณควรดื่มน้ำให้เพียงพอ คือราวๆ 2.1 ลิตรสำหรับสตรีวัยผู้ใหญ่ และ 2.6 ลิตรสำหรับผู้ชาย  และบางกรณีก็จำเป็นต้องดื่มน้ำมากขึ้น เช่น วันที่อากาศร้อนจัดหรือออกกำลังกายอย่างหนักมาซึ่งทำให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อมาก  นอกจากนี้ สีของปัสสาวะก็สามารถบ่งชี้ภาวะร่างกายขาดน้ำได้ ยิ่งปัสสาวะมีสีเข้มเท่าใดคุณก็ยิ่งต้องดื่มน้ำเข้าไปให้เพียงพอ

2. ดูแลระดับความดันโลหิต คอเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

การมีความดันโลหิต คอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือดสูงสามารถทำร้ายไตได้  โดยเฉพาะความดันโลหิตสูงที่ไม่มีการแสดงอาการใดให้เห็น ฉะนั้นคุณจึงควรหมั่นตรวจเช็คความดันเป็นประจำ และหากคุณมีปัญหาเรื่องโรคความดัน คอเลสเตอรอล หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูง การดูแลสุขภาพในเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกายเป็นประจำก็จะช่วยคุณได้ รวมทั้งการปฏิบัติตัวและการใช้ยาตามแพทย์แนะนำด้วย

3. ลดอาหารที่มีโซเดียม

ปัจจุบัน อาหารที่เราทานเข้าไปนั้นมากไปด้วยเกลือและโซเดียม ซึ่งหากเราบริโภคโซเดียมมากเกินไปจะไปเพิ่มความดันโลหิต ที่จะไปเร่งการสูบฉีดเลือดที่ไปเลี้ยงไตและทำร้ายไตได้  ลองปรับพฤติกรรมการรับประทาน โดยให้ทานโซเดียมได้ไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัมหรือประมาณ 1ช้อนชาต่อวัน และจำไว้ว่าการไม่ทานเกลือนั้นอาจไม่ใช่ทางออกที่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะจริงๆ แล้วมากถึง 75% ของปริมาณโซเดียมที่เข้าสู่ร่างกายนั้นมาจากอาหาร เช่น ซุป ซอสมะเขือเทศ เครื่องปรุง และอาหารกระป๋อง ดังนั้นคุณควรจะต้องใส่ใจอ่านรายละเอียดสารอาหารที่ฉลากก่อนซื้อมาทาน

4. ไม่ทานโปรตีนมากเกินไป

ปัจจุบันกระแสการกินอาหารโปรตีนสูงกำลังอิน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการบริโภคโปรตีนมากเกินไปเป็นการทำร้ายไตได้  “แอมโมเนีย” สารที่ได้จากการเผาผลาญโปรตีนที่เมื่อมีปริมาณสูงก็จะขับออกไปทางปัสสาวะโดยไต ยิ่งคุณบริโภคโปรตีนมากไปเท่าไร ไตก็ยิ่งทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น โดยปกติ ปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน คือ 0.75 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ และ 0.84 กรัม สำหรบผู้ชาย  โดยแนะนำให้แบ่งการทานในปริมาณไม่มากเกินไปในแต่ละมื้อ และแนะนำเป็น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่วแบบฝัก เมล็ดธัญพืช และถั่วเมล็ดแข็ง

5. เลี่ยงอาหารแปรรูป

แครกเกอร์ เนื้อสัตว์แปรรูป มันฝรั่งกรอบ และชีส แน่นอนว่ามันอร่อย แต่มันก็อุดมไปด้วยโซเดียมและฟอสฟอรัสที่ล้วนแต่เป็นอันตรายต่อไตของคุณหากรับประทานมากเกินไป  รวมทั้งน้ำอัดลมประเภทโคล่าก็เป็นอีกอย่างที่ต้องระวังเพราะมากไปด้วยฟอสฟอรัส

6.จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปจะไปทำลายไตได้ เพราะสารพิษต่างๆ จากเครื่องดื่มจะต้องถูกกรองออกจากเลือด และแอลกอฮอล์ยังทำให้ร่างกายขาดน้ำที่จะไปกระทบการทำงานของไตได้อีกด้วย ซึ่งการดื่มแอลกอฮอล์มากไปยังไปเพิ่มระดับความดันเลือดให้สูงและส่งผลต่อโรคตับอีก ซึ่งทั้งสองโรคนี้มีผลต่อไตแน่นอน ดังนั้น ควรจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพไตที่ดี คือ ประมาณ 1 แก้ว ต่อวัน สำหรับผู้หญิง และ 2 แก้วสำหรับผู้ชาย หรือเทียบปริมาณตามชนิดเครื่องดื่มที่ เบียร์ 12 ออนซ์  ไวน์ 5 ออนซ์ และสุรา 1.5 ออนซ์

7. ไม่สูบบุหรี่

ดังที่ทราบกันดีว่าบุหรี่นั้นเป็นอันตรายต่อหัวใจ ปอด และก่อให้เกิดมะเร็งได้  เช่นกันบุหรี่ก็ไม่ได้ดีกับไตด้วยนะ  เพราะการสูบบุหรี่จะไปเพิ่มความดันโลหิตและชะลอการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงไต  หากคุณกำลังจะเลิกบุหรี่ การเข้ารับคำแนะนำในการเลิกบุหรี่อาจช่วยคุณได้ดียิ่งขึ้นโดยการบำบัดด้วยการทดแทนนิโคตินในร่างกาย

8. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

การมีน้ำหนักตัวเกิน หรือคิดจากมวลร่างกาย (BMI) ที่ 25 ขึ้นไปเป็นอันตรายต่อสุขภาพไต  เพราะมีเกณฑ์เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง  การลดน้ำหนักอย่างมีสุขภาพที่ดี คือการจัดสมดุลของการรับประทานและการออกกำลังกายที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสัมฤทธิ์ผลในการลดน้ำหนักยิ่งขึ้น  แนะนำให้เลือกรับประทาน โฮลเกรน ผลไม้ และผัก ผลิตภัณฑ์นมแบบไร้ไขมันหรือไขมันต่ำที่ไม่มีการเติมน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว หรือไขมันแปรง รวมทั้งในแต่ละสัปดาห์ให้จัดเวลาออกกำลังกายแบบหนักปานกลางประมาณ 150 นาที เช่น การปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเดิน  เป็นต้น

9. รับประทานถั่วเหลือง บลูเบอร์รี่ และผักใบเขียว

แม้ว่าเราบอกไปข้างต้นว่าการทานโปรตีนมากไปจะเป็นอันตรายกับไต แต่ก็ใช่ว่าโปรตีนทุกอย่างจะไม่ดี จากการศึกษาพบว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองสามารถลดอาการป่วยของไตได้  แต่คุณก็ยังต้องควบคุมปริมาณการรับประทานไม่ให้มากเกินไป  นอกจากนี้ บลูเบอร์รี่ก็เป็นอาหารอีกอย่างที่เป็นมิตรกับไต เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องไตของคุณจากการอักเสบได้  ขณะเดียวกัน ผักใบเขียวต่างๆ ก็จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับไต

10. โกฐน้ำเต้า และโกลเดนร็อด (พืชจำพวกดอกสร้อยทอง)สามารถเสริมการทำงานของไตได้

โกศน้ำเต้าและโกลเดนร็อด (goldenrod) อาจช่วยในการเสริมสร้างการทำงานของไต นักสมุนไพรศาสตร์ถือว่าน้ำยาสกัดของโกลเด้นร็อดช่วยเสริมระบบการทำงานของไต และโกศน้ำเต้าจะป้องกันไตจากการถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม การใช้สมุนไพรใดๆ คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อน

 

จริงๆ แล้วก็เช่นเดียวกับการดูแลสุขภาพพื้นฐาน “การดูแลไต” ก็ยังคงยึดหลักที่คุณจะต้องสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ และเราเสริมให้อีกนิดกับการพักผ่อนให้เพียงพอและมีจิตใจร่าเริงผ่อนคลาย ก็จะทำให้สุขภาพไต และสุขภาพของคุณสมบูรณ์แข็งแรง

 

ที่มา  curejoy

arrow
%d bloggers like this: