Trending Now

เตรียมตัวตามล่าแสงเหนือ ประเทศไอซ์แลนด์

ออโรรา หรือที่เรารู้จักกันดีในนามแสงเหนืเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มหัศจรรย์และมีความสวยงามเป็นอย่างมาก เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่ออกเดินทางใฝ่ฝันว่าอยากจะมาเห็นด้วยตาสักครั้งในชีวิต ออโรรา หรือ แสงเหนือนั้น เป็นแสงสีเขียวที่ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน โดยมักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก การปรากฏของแสงเหนือนั้นมันอาจปรากฏจากสิ่งจางๆ เป็นวงนิ่ง แล้วระเบิดออกมาเป็นสีต่าง ๆ พุ่งกระจายภายในเวลาไม่กี่วินาที บางครั้งจะปรากฏเหมือนมันจะแตะกับพื้น หรือในเวลาอื่นอาจเห็นมันพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ความจริงแล้ว แสงออโรรานั้นเกิดขึ้นที่ความสูงจากพื้นโลก ประมาณ 100 ถึง 300 กิโลเมตร บริเวณที่อยู่บริเวณบรรยากาศชั้นบนที่อยู่ใกล้กับอวกาศ

ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวที่อยากจะออกไปล่าแสงเหนือ เพราะประเทศไอซ์แลนด์นั้นเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและไร้มลพิษ เป็นเสมือนจุดยุทธศาสตร์ในการชมแสงเหนือที่นักท่องเที่ยวนั้นสามารถเห็นแสงเหนือไอซ์แลนด์ได้โดยไม่ต้องขับรถไปไกลจากเมืองหลวงเรคยาวิก นอกจากเมืองหลวงเรคยาวิกแล้ว ทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์บริเวณภูเขาเคิร์กจูเฟล ซึ่งห่างจากตัวเมืองหลวงไปทางตอนเหนือของประเทศบริเวณเวสท์ฟยอร์ด และทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์บริเวณโจกุลซาลอน ซึ่งห่างจากตัวเมืองหลวงใช้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ก็ถือเป็นจุดชมแสงเหนือที่สวยงามอีกที่หนึ่งด้วย การบินไปดูแสงเหนือที่แถบขั้วโลกเหนือนักท่องเที่ยวหลายคนอาจจะคิดว่าต้องใช้เงินมากแต่จริง ๆ แล้วหากมาที่ประเทศไอซ์แลนด์นั้นจะไม่ได้มากเท่าประเทศอื่น ๆ อย่างประเทศนอร์เวย์หรือประเทศฟินแลนด์ เพราะที่ประเทศไอซ์แลนด์นั้นค่าครองชีพไม่ได้แพงมาก ทำให้ประเทศไอซ์แลนด์เหมาะเป็นอย่างมากในการมาตามล่าหาแสงเหนือ

นอกจากนั้นแล้วประเทศไอซ์แลนด์ยังมีความต่างจากประเทศอื่น ๆ ก็คือ นักท่องเที่ยวสามารถที่จะมองเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือได้แทบทุกที่ภายในเมืองหลวงเรคยาวิก แต่การไปดูแสงเหนือนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งบางทีก็อยู่ที่จังหวะนักท่องเที่ยวบางคนมาหลายรอบหลายครั้งเสียเงินมากมายแต่ก็ยังไม่เคยได้เห็น แต่บางคนมาครั้งแรกก็มีโอกาสได้เห็นเลย การที่จะเห็นแสงเหนือได้นั้นจะต้องเป็นเวลากลางคืนที่ท้องฟ้านั้นเปิดโล่ง ต้องไม่มีเมฆมาบดบัง ซึ่งหากวันที่ไปมีเมฆเยอะ ฝนตก หรือมีหิมะ โอกาสที่จะเห็นนั้นถือว่าเป็นศูนย์เลยก็ว่าได้ แต่ในบางครั้งถึงแม้ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่ท้องฟ้าเปิดโล่ง ทุกอย่างเป็นใจ แต่ถ้าไม่มี ละมีค่า Aurora Activity ที่ตํ่าก็มีโอกาสที่จะมองไม่เห็นแสงเหนือ ซึ่งค่า  Aurora Activity ของแสงเหนือนั้นต้องมีค่ามากยิ่งมีค่ามาก โอกาสที่เราจะเห็นก็ยิ่งมีมาก

สำหรับประเทศไอซ์แลนด์จะมีกลางวันและกลางคืนไม่เท่ากันตามช่วงฤดู ถ้าไปฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม – มีนาคม จะมีกลางคืนที่ยาวกว่ากลางวัน โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมจะมีกลางคืนยาวนานประมาณ 20 ชั่วโมง ถ้านักท่องเที่ยวต้องการปล่าแสงเหนืออย่างเดียวไม่ได้จะไปเที่ยวที่อื่นก็แนะนำให้ไปช่วงฤดูหนาว แต่ถ้าต้องการเที่ยวที่อื่น ๆ ในประเทศไอซ์แลนด์ด้วย แนะนำให้ไปฤดูร้อน เพราะฤดูร้อนจะมีกลางวันที่ยาวนานกว่า กลางวันยาวนานถึงประมาณ 20 ชั่วโมง ช่วงนี้อากาศจะสบายๆ เหมาะแก่การไปเที่ยวดูบรรยากาศของประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมาก ในส่วนของการล่าแสงเหนือฤดูร้อนก็สามารถไปได้เช่นกัน แต่โอกาสในการเห็นแสงเหนืออาจจะยากกว่าช่วงฤดูหนาวสักหน่อย

หากนักท่องเที่ยวมาถึงประเทศไอซ์แลนด์แล้วมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือก็คงอยากจะเก็บภาพประทับใจนี้เอาไว้ ซึ่งก็จะมีคำถามมาว่า แสงเหนือต้องใช้กล้องอะไรถึงจะถ่ายได้ ซึ่งแสงเหนือนั้นไม่สามารถที่จะเก็บภาพได้จากกล้องมือถือนะคะ นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวและอยากเก็บภาพควรพกกล้อง DSLR การใช้กล้อง DSLR จะทำให้เราสามารถเห็นแสงเหนือได้ชัดเจนขึ้น ส่วนการตั้งค่านั้นควรเริ่มจากเปิดรูรับแสงให้กว้างสุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการถ่ายแสงเหนือควรเน้นให้แสงภายนอกเข้าสู่เซ็นเซอร์กล้องให้มากเข้าไว้ ส่วนความเร็วชัตเตอร์ตั้งไว้ที่ 10-30 วินาที และความไวแสงตั้งแต่ ISO 400 ขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน ISO 3200 อีกทั้งการถ่ายภาพแสงเหนือไม่สามารถถ่ายเป็น VDO ได้ หากเราต้องการภาพเคลื่อนไหวจะต้องถ่ายเป็นช๊อตแล้วนำมาต่อกันให้เป็นภาพเคลื่อนไหวแทน และอีกข้อที่สำคัญที่สุดในการไปตามล่าแสงเหนือคือ ต้องอยู่ห่างจากตัวเมืองที่มีแสงไฟให้มากๆ เพราะแสงไฟทำให้ภาพที่เราถ่ายได้นั้นไม่สวยเหมือนภาพที่เราเห็นตามอินเทอร์เน็ต ควรจะอยู่ในที่มืดไม่มีแสงไฟจากในเมืองรบกวนจะดีที่สุด ภาพที่ได้เห็นกับตา และภาพที่ได้ถ่ายออกมานั้น ก็จะเป็นภาพที่สวยสมใจเลยละคะ

แต่จริง ๆ แล้ว ทุกกล้องถ่ายรูปนั้นสามารถถ่ายได้ ไม่ใช่แค่ DSLR แต่ Mirrorless ก็ถ่ายได้ กล้องที่สามารถเปิดชัตเตอร์ได้นานถึง 10-30 วินาที  วินาที และสามารถตั้งค่าISO 400 ขึ้นไป ก็สามารถถ่ายได้หมด แต่ต้องยอมรับว่าคุณภาพของภาพนั้นอาจจะไม่ได้สวยอย่างที่เราเคยเห็นที่คนอื่นถ่ายมา ภาพจะแตกต่างออกไปตามคุณภาพของกล้อง และเคล็ดลับที่สำคัญคือ การพกสายลั่นชัตเตอร์ไปด้วยซึ่ง สายลั่นชัตเตอร์เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยลดการสั่นของกล้อง ทำให้ภาพนั้นไม่เบลอ และที่สำคัญต้องอย่าลืมพกแบตเตอรี่สำรองไปด้วยนะคะ เนื่องจาก การถ่ายภาพในสถานที่ที่หนาวจัดจะทำให้แบตเตอรี่หมดไวขึ้น ดังนั้นควรสำรองพกไปด้วย หากถ่ายเพลินก่อนเจอแสงเหนือแล้วแบตหมด ก็อาจจะทำให้พลาดช็อตสำคัญได้นะคะ  

ถัดมานั้นก็คือการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม เพราะทางประเทศที่อยู่ติดกับแถบขั้วโลกเหนือ ในฤดูกาลปกติอากาศก็จะหนาวเย็นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นยิ่งถ้าเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าอากาศจะหนาวเย็นแค่ไหน อากาศจะติดลบแน่นอน หรือแม้แต่วันที่ไปอาจจะเจอกับสภาพอากาศที่ไม่คาดคิดอย่างฝนตกลมแรงหิมะตก เราก็ต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ พกยาที่จำเป็นติดตัวไปด้วยส่วนเสื้อผ้าที่ต้องเตรียมควรเป็นเสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ในอุณหภูมิที่ติดลบ ควรมีเสื้อลองจอน  กางเกงลองจอน ใส่ข้างในหลาย ๆ ชั้น และที่สำคัญควรมี ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า หมวกไหมพรม ผ้าปิดจมูก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้กันหนาวได้ดีเลยทีเดียว

สุดท้ายแล้วสำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากออกเดินทางสัมผัสกับปรากฏการทางธรรมชาติที่สวยงามน่ามหัศจรรย์กับแสงเหนือ ก็เตรียมตัวศึกษาหาข้อมูลให้พร้อม รวมถึงศึกษาดูข้อมูลเรื่องพยากรณ์อากาศที่สามารถบอกเรื่อง KP ของแสงเหนือออโรราได้ จะทำให้เรามีโอกาสยิ่งเจอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างที่บอกสุดท้ายหน้างานแล้วจะเจอหรือไม่เจอก็ต้องว่ากันอีกที่ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ภายในหนึ่งวันอากาศสามารถเปลี่ยนจากอากาศดีมาก ๆ เป็นสภาพอากาศที่เลวร้ายเลยก็ได้ แต่ถึงยังไงก็ไม่ต้องกลัวค่ะ เปิดใจพร้อมเปิดโลกในมุมมองใหม่  ๆ เชื่อว่าหากใครได้ไปแล้วพบเจอนั้นจะลืมความยากลำบากไปเลยทีเดียว หรือถ้าใครไปแล้วผิดหวังไม่เจอนั้น ประเทศไอซ์แลนด์ก็ไม่ได้มีแค่แสงเหนืออย่างเดียว แต่ความมหัศจรรย์ ความสวยงามของธรรชาตินั้น ยังรอคุณอยู่อีกมากมาย

arrow
%d bloggers like this: