Trending Now

เที่ยวมัลดีฟส์ สวรรค์ของคนรักทะเล

หมู่เกาะมัลดีฟส์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักทะเล หากใครที่ชื่นชอบธรรมชาติ ชื่นชอบหาดทรายสีขาว นํ้าทะเลใส ๆ ท้องฟ้าใส ๆ ก็ต้องมาที่นี่ ปัจจุบันนั้นหมู่เกาะมัลดีฟส์สามารถมาได้ไม่ยาก สายกินบินจากไทยได้เปิดเส้นทางบิน พร้อมจัดโปรโมชั่นอยู่เรื่อย ๆ ทำให้การมาหมู่เกาะมัลดีฟส์นั้นไม่ได้ยากอีกต่อไป ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับหมู่เกาะมัลดีฟส์กันให้มากขึ้น ไปดูกันเลยค่ะว่าหมู่เกาะนี้จะสวยงามสมคำลํ่าลือแค่ไหน…

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับมัลดีฟส์กันก่อนเลย มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ แต่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะนิยมเรียกว่า หมู่เกาะมัลดีฟส์ มากกว่า หมู่เกาะมัลดีฟส์นั้นตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มีอาณาเขตอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศอินเดียและประเทศศรีลังกา ลักษณะของภูมิประเทศนั้นเป็นลักษณะหมู่เกาะ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่วางตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือจรดใต้ ดังนั้นหมู่เกาะมัลดีฟส์จึงเป็นหมู่เกาะที่มีลักษณะภูมิประเทศที่มีความสวยงามในเรื่องของทะเลเป็นอย่างมาก ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกนั้นต่างก็มาพักผ่อนชมบรรยากาศที่สวยงามและโรแมนตกของหมู่เกาะนี้ หมู่เกาะมัลดีฟส์นั้นมีหมู่เกาะถึง 1,990 เกาะ แต่จริง ๆ แล้วนั้นที่หมู่เกาะมัลดีฟส์ที่มีผู้คนอาศัยอยู่มีเพียงไม่ถึง 250 เกาะ และมีเพียงประมาณแค่ 100 เกาะที่มีการพัฒนาเกาะ และสร้างให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและมีโรงแรม รีสอร์ท เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

การเดินทางมายังหมู่เกาะมัลดีฟส์นั้นถ้าใช้บริการบินตรงจากกรุงเทพประเทศไทย ไปยังมัลดีฟส์ จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เวลาที่มัลดีฟส์จะช้ากว่าไทยประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย ข่าวดีก็คือเราสามารถไปเที่ยวมัลดีฟส์ได้โดยที่ไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยากเลย โดยสามารถไปเที่ยวที่มัลดีฟส์โดยอยู่ได้ไม่เกิน30 วัน ซึ่งปกติทั่วไปแล้วเราก็จะอยู่เที่ยวเต็มที่ก็คงไม่เกินอาทิตย์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องขอวีซ่าเลยค่ะ มัลดีฟส์นั้นเป็นเกาะ ภูมิอากาศจึงเป็นอากาศร้อนชื้น คล้ายประเทศไทย มัลดีฟส์จะมี 2 ฤดูคือ ฤดูร้อนกับฤดูฝน อุณหภูมิประมาณ 29-32 ํ C สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีถึงแม้จะฤดูฝนก็ตาม ช่วงหน้าไฮท์ซีซั่นจะเป็นช่วงตั้งแต่เดือน พฤษจิกายน-เมษายน ส่วนช่วงหน้าโลว์ซีชั่นนั้น จะตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม แต่จริง ๆ แล้วอย่างที่บอกว่ามัลดีฟส์นั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะไปหน้าร้อนหรือหน้าฝน แม้กระทั่งหน้าฝนก็ยังสวยงาม นํ้าใสอยู่ สามารถเล่นน้ำ ทำกิจกรรมดำน้ำดูปะการังได้ตามปกติเลย ถ้าฝนตกอาจจะรอให้ฝนหยุดแล้วรอให้น้ำกลับมาใส สักประมาณ1ชั่วโมง นํ้าก็จะใสเป็นปกติ ฝนที่นี่จะตกคล้าย ๆ กับประเทศสิงคโปร์ประมาณ15-30 นาที เท่านั้น แล้วก็จะกลับมาแดดจ้าเหมือนเดิม หรือถ้าฝนตกตอนเช้า ตอนเย็นจะไม่ตกแล้ว ซึ่งถ้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่อาจจะมีงบจำกัดสู้ราคาช่วงไฮท์ซีซั่นไม่ไหว การมาหน้าฝนก็ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ เพราะหน้าไฮท์ซีซั่น จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะ โดยเฉพาะฝรั่งที่เริ่มหยุดพักร้อน ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวนั้นเยอะและราคาห้องพักก็จะสูงมาก

สำหรับนักท่องเที่ยวจะมามัลดีฟส์นั้น อาจจะเคยหาข้อมูลว่ามีงบไม่กี่บาทก็ไปเที่ยวมัลดีฟส์ได้ อาจจะต้องพิจารณาหลายละเอียดที่พักอีกที เพราะบางครั้งที่เราเห็นราคาถูกอาจจะไม่ได้อยู่บ้านกลางนํ้าทะเลแบบที่เห็นในรูปก็ได้ เพราะมัลดีฟส์นั้นมีที่พักทั้งหมด 3 แบบ โดยแบ่งเป็น ที่พักบนเกาะ ซึ่งที่พักจะอยู่ในเกาะแต่อาจจะไม่ได้อยู่ติดทะเล ซึ่งที่พักแนวนี้จะมีราคาที่ถูกสุด ไม่แพง แต่ข้อเสียอาจจะไม่ได้บรรยากาศมาก หากต้องการมาที่ทะเลต้องมีการเดินทางต่อ ซึ่งใกล้หรือไกลก็ขึ้นอยู่กับที่พักที่เลือกไว้ แบบที่สองคือแบบที่พักริมชายหาด ที่พักแบบนี้จะอยู่ติดริมชายหาด เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว ราคาก็จะสูงกว่าแบบแรก ส่วนแบบสุดท้ายคือ ที่พักกลางนํ้า ที่เรามักจะเห็นตามภาพในเน็ตบ่อย ๆ ซึ่งที่พักแบบนี้เป็นที่พักในฝันของใครหลาย ๆ คน ที่อยากจะมานอนที่พักกลางนํ้า เห็นวิวทะเลแบบ 360 องศา จากห้องเดินลงทะเลได้เลย

ซึ่งที่พักแบบนี้ก็ต้องแลกมาด้วยค่าห้องที่จะต้องจ่ายราคาหลายหมื่นไปจนถึงหลายแสนต่อคืนเลยทีเดียว

ซึ่งรายละเอียดของโรงแรมก็จะมีแพคเกจในส่วนของอาหารให้เลือกอีก หากใครที่ไม่ได้อยากออกไปหาอาหารให้ยุ่งยาก คำนวนค่ากินบวกไปในที่พักเลย ซึ่งก็จะแบ่งเป็น Daily Breakfast เป็นแพ็คเกจอาหารแบบรวมมื้ออาหารเช้าเท่านั้น ไม่รวมค่าเครื่องดื่ม แบบที่สองคือ Half board เป็นแบบมื้ออาหารที่รวมอาหารเช้า และอาหารค่ำเท่านั้น ไม่รวมค่าเครื่องดื่ม แบบที่สาม Full board เป็นแบบมื้ออาหารที่รวมอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไม่รวมค่าเครื่องดื่ม และแบบสุดท้าย All Inclusive เป็นแบบที่รวมอาหารเช้า กลางวัน เย็น รวมค่าเครื่องดื่มทั้งไม่มีแอลกอฮอล์ และมีแอลกอฮอลล์ ตลอดทั้งวัน ซึ่งที่พักของมัลดีฟส์ส่วนใหญ่ใช้รูปแบบการบริการนี้ หากนักท่องเที่ยวไม่ได้มีกิจกรรมมากก็ต้องการนอนพักผ่อนอยู่ที่รีสอร์ทก็แนะนำให้เลือกแบบAll Inclusive ไปเลย

นอกจากที่พักที่เราต้องพิจารณานั้นการเดินทางจากสนามบินไปยังที่พักนั้น ยังต้องมีค่าใช้จ่ายต่ออีกซึ่งการเดินทางจากสนามบินไปที่พักนั้น มีอยู่ทั้งหมด 2 วิธี วิธีแรกคือ Speed boat วิธีนี้จะเหมาะกับที่พักที่อยู่ไม่ไกล ต้องอยู่ใกล้สนามบินมาเล่แล้วระยะทางรวมไม่เกิน 40 km. ซึ่งราคาก็จะถูกที่สุดแต่ถูกที่สุดนี้ก็คือหลายพันอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าระยะทางของที่พักนั้นอยู่ห่างออกไปตั้งแต่ 40 – 100 km. อาจจะต้องใช้  Seaplane ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องบินลำนี้จะฟาดเงินเราไปถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว ดังนั้นถึงแม้การเดินทางมาที่สนามบินนั้นราคาถูก แต่ต้องอย่าลืมคำนวนดูราคาของการเดินทางไปที่พักด้วย ซึ่งอาจจะดูตามแพ็คเกจของโรงแรมว่ามีโรงแรมไหน service การเดินทางตรงนี้ในราคาที่ถูกบ้าง

หมู่เกาะมัลดีฟส์นั้นจากที่ทุกคนก็คงรู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติด้านทะเลเป็นอย่างมาก อีกทั้งที่หมู่เกาะนี้ยังมีทัศนียภาพที่สวยงามของทะเล  สถานที่ท่องเที่ยวมัลดีฟส์ อย่างที่ทราบกันดีว่าแต่ละเกาะของมัลดีฟส์นั้นจะมีขนาดเล็กมาก สถานที่ท่องเที่ยวก็จะไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรให้ได้เที่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมทางน้ำให้นักท่องเที่ยวได้สนุกมากกว่า เช่น การออกไปดำน้ำชมปะการัง ทั้งดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก, การนั่งเรือชมฝูงโลมา, การเล่นกระดานโต้คลื่น, การพายเรือคายัก ซึ่งหากใครได้มาทำกิจกรรมเหล่านี้รับรองว่าจะต้องประทับใจโดยเฉพาะการดำนํ้าลึก หรือ นั่งเรือชมฝูงปลาโมา เพราะว่าหมู่เกาะมัลดีฟส์นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของทรัพยากรใต้ทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ๆ มีปะการัง ฝูงปลา และสัตว์น้ำกว่า 1000 ชนิด เลยทีเดียว สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ได้ดีมาก ๆ ใครที่ตั้งใจมากชมความสวยงามใต้ท้องทะเลรับรองว่าจะไม่ผิดหวัง นอกจากนี้หมู่เกาะมัลดีฟส์นั้นยังเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมดำน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย  ซึ่งทำให้ที่นี่มีการอบรมและมีการเรียนดำน้ำ มีบริษัททัวร์ดำน้ำที่ได้รับมาตรฐาน PADI หรือที่รู้จักกันว่าเป็นสถาบันออกบัตรดำน้ำและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากองค์กรPADI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปดำน้ำกับทัวร์เหล่านี้ได้ ถ้ายังไม่มีบัตรดำน้ำ และมีเวลาก็สามารถลงคอร์สเรียนแบบเร่งรัดได้อีกด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีทักษะดำนํ้าเท่าไหร่ ไม่ได้อยากดำนํ้าก็แนะนำให้ไปนั่งเรือชมฝูงปลาโลมา จะมีทัวร์เคยให้บริการ ไปนั่งเรือชมสัตว์ทะเลอย่างปลาโลมา ไม่จำเป็นต้องลงน้ำ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากลงนํ้า ว่ายนํ้าไม่เก่งแต่อยากดูสัตว์ทะเล ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมออกไปชมปลาโลมาในช่วงเย็นของวันนั้น ๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ได้มาชมปลาโลมานั้นก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าปลาโลมาที่มัลดีฟส์นั้นน่ารักมาก ๆ และแถมขี้เล่นสุด ๆ ไปเลย ถ้าหากใครได้เจอรับรองว่าจะต้องหลงเสน่ห์ความน่ารักของปลาโลมาที่นี่อย่างแน่นอน

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของการมามัลดีฟส์นั้น นั้นก็คือการที่คู่รักทั่วโลกต่างพากันมาฮันนีมูนที่เกาะนี้ ซึ่งหากใครที่กำลังไปเกาะนี้แล้วจะไปกับแก๊งค์เพื่อน ๆ เป็นอันต้องตาลุกวาวแน่  ๆ อย่างที่รู้กันว่าทะเลนั้นมีความสวยงามและโรแมนติกมาก ๆ อยู่แล้ว และยิ่งเป็นทะเลมัลดีฟส์ด้วยแล้วนั้นมันจะยิ่งเป็นความโรแมนติกที่เรียกได้ว่าไม่มีวันลืมเลย หนึ่งอย่างที่คู่รักทุกคู่นั้นชอบทำก็คือ การไปดินเนอร์มือคํ่าที่สุดแสนจะโรแมนติก ท้องฟ้าทะเลยามคํ่าคืน ลมเย็น ๆ ทานข้าวใต้เสียงเทียน นับว่าเป็นบรรยากาศที่คู่รักที่แต่งงานหลายคู่ใฝ่ฝันเลยทีเดียว

สำหรับเกาะในมัลดีฟส์ที่แนะนำให้เลือกไปพักผ่อน ก็คือ เกาะอารี อะทอล ถือได้ว่าเป็นเขตหมู่เกาะที่มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับการพัฒนาความสะดวกสบายมากที่สุดของประเทศ และยังมีจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงหลายที่ มีจุดชมปลากระเบนราหูยักษ์ ปลากระเบนพันธุ์ต่างๆ ปลาการ์ตูนและปลาทะเลหลากสีสันมากมาย  เกาะที่สอง เกาะอัดดู อะทอล-ซีนู เป็นเกาะที่มีลักษณะเป็นรูปหัวใจยาว ขึ้นชื่อด้วยเรื่องหมู่เกาะเล็กๆ ในอาณาบริเวณที่มีความสวยงามอย่างมาก รวมไปถึงทัศนีย์ภาพของต้นมะพร้าวเลียบชายหาด ซึ่งเกาะนี้เป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ แถมเกาะนี้ยังเป็นจุดชมสัตว์น้ำขนาดใหญ่ อย่าง เต่าทะเล ปลากระเบน ปลาฉลาม และปลาทะเลขนาดใหญ่พันธุ์อื่นๆ

เกาะที่สาม เกาะทินัดฮู เกาะนี้ได้รับฉายาว่า เกาะมรกต ฉายานี้ได้มาเพราะว่า เกาะนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ที่มีสีเขียวขจี น้ำทะเลใสอย่างกับสีมรกต มีหาดทรายขาว แถมที่เกาะแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหรูหลายแห่ง และยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะมาเล่อีกด้วย ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเกาะที่คนนิยมมาเที่ยว เกาะที่จะแนะนำเกาะสุดท้าย คือ บิยัดฮู เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดของหมู่เกาะมัลดีฟส์ ที่ชื่อว่า บิยัดฮูไอซ์แลนด์ รีสอร์ท (Biyadhoo Island Resort) เกาะแห่งนี้นอกจากจะมีบริการที่พักที่ดีที่สุดแล้ว ยังมีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกทำมากมาย และมีจุดดำน้ำสวยงามด้วยกันถึง 35 จุดเลย หากนักท่องเที่ยวคนไหนที่ชื่นชอบและหลงไหลในการดำนํ้าควรมาเกาะนี้เป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดที่หากมามัลดีฟส์นั้นจะต้องรู้เอาไว้ อย่างสำนวนสุภาษิตได้กล่าวไว้ว่าเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม อย่างแรกก็คือ การให้ทิปหรือค่าตอบแทนในการบริการ ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำในประเทศมัลดีฟส์ อย่าง พนักงานที่ช่วยอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม และไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้เรา นอกเหนือจากค่าบริการแล้วเราควรที่จะเตรียมแบงค์ย่อยเพื่อให้ทิปแก้พนักงงานด้วย การใช้เงินที่มัลดีฟส์นั้น จะเป็นสกุลเงินของ มัลดีฟส์ คือ Rufiyaa โดยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 USD เท่ากับ 12.75 Rufiyaa โดยประมาณ หรือหากสะดวกใช้เป็นเงินดอลล่าก็สามารถใช้ได้ทั่วเกาะไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ท สามารถใช้ได้เหมือนกัน ทั้งนี้ก็ควรพวกบัตรเครดิตไปด้วยไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ส่วนภาษาที่ใช้นั้นสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เลย รวมถึงพนักงานของโรงแรมก็จะสามารถพูดได้อีกหลายภาษา อาทิ ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอิตาลี มาถึงเรื่องการแต่งกายที่หมู่เกาะมัลดีฟส์ควรจะแต่งกายสุภาพ เพราะชาวมัลดีฟส์ค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องศาสนา ไม่สามารถใส่บิกินีเดินไปเดินมาตามใจชอบได้ ต้องใส่ตามที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น

และนี้ก็คือภาพรวมทั้งหมดของหมู่เกาะมัลดีฟส์ที่เอามาฝากทุกคนนะคะ เป็นยังไงกันบ้าง หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจที่กำลังจะไปเที่ยวที่มัลดีฟส์  พออ่านมาถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงยิ่งอยากไปมากแน่ ๆ ยังไงก็เก็บเงินรอซื้อตั๋วเครื่องบิน พร้อมคลิกจองที่พัก หนีไปถ่ายรูปเก๋ ๆ สวย ๆ ลงรูปให้โลกรู้กันไปเลยค่ะ หากไปกับแก๊งค์เพื่อนก็จะได้ความสนุกในการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมายบนเกาะ หรือหากไปกับคู่รักก็จะได้ฟินกับบรรยากาศนํ้าผึ้งพระจันทร์อย่างแน่นอน

arrow
%d bloggers like this: