Trending Now

เริ่มต้นออกเดินทาง..ไปต่างประเทศครั้งแรกอย่างมั่นใจไร้กังวล

เชื่อได้ว่าหนึ่งในความฝันของหลาย ๆ คน คงต้องมี การได้ไปเที่ยวต่างประเทศ อยู่เป็นหนึ่งในลิสต์ความฝันแน่ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนก็ยังไม่กล้าออกเดินทางสักที นอกจากเงินแล้วก็มีความกังวลกับอะไรหลาย ๆ อย่างอีกมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภาษา เรื่องของการเดินทางในต่างประเทศ และอื่น ๆ อีกสารพัดคำถามที่ถาโถมเข้ามา วันนี้เราเลยจะมาแชร์ข้อมูลให้ทุกคน ทุกอย่างที่ค้างคาใจ ทุกอย่างที่ทำให้ไม่กล้าไปสักที รวมไว้ที่นี่ที่เดียวแล้ว รับรองว่าถ้าได้อ่านจนจนนั้น จะหายห่วงไร้กังวลรีบออกไปจองตั๋วแล้วเตรียมบินเลยทีเดียว…

 

  1. ศึกษาประเทศในฝัน
  • เลือกประเทศที่ต้องการ ดูงบประมาณที่ไปได้

แน่นอนว่าก่อนจะไปเที่ยวนั้นเราก็ต้องมีประเทศที่อยากไป บางคนอาจจะมีไว้แล้วแค่ประเทศเดียว หรือบางคนก็จะมีลิสต์เอาไว้สามถึงสี่ประเทศ ทั้งนี้ไม่ว่าจะไปมีกี่ประเทศก็ตาม สิ่งที่เป็นตัวตัดสินได้ดีนอกจากความชอบส่วนตัวแล้ว คือ งบประมาณที่เรามีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น อยากไปแถบยุโรป แต่งบประมาณมีแค่หลักหมื่น ก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะการที่จะไปแถบยุโรปนั้นค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก ตั้งแต่หลักหลายหมื่นไปจนถึงหลักแสน อีกทั้งยังมีความยุ่งยากในขั้นตอนการขอวีซ่าด้วย ซึ่งถ้าไปเที่ยวต่างประเทศเองครั้งแรกด้วย และมีงบปริมาณไม่มาก แนะนำว่าควรหาประเทศในแถบเอเชียหรือโซนใกล้ ๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลี หรือญี่ปุ่น ถ้าอยู่ในแถบนี้เราก็จะคุมงบได้มากกว่า เป็นประเทศที่มีโปรโมชั่นสายการบินอยู่เรื่อย ๆ ค่าเครื่องชีพก็ใกล้เคียงกับบ้านเรา ถึงจะมีบางประเทศที่ค่าครองชีพสูง แต่ก็ถือว่าพอรับได้ อีกทั้งบางประเทศก็ยังฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยอีกด้วย เพราะฉะนั้นหากเราได้ประเทศที่ต้องการ ดูงบประมาณและค่าเงินค่าครองชีพของประเทศนั้นแล้วรับได้ ก็ถือว่าผ่านข้อแรกไปเลยค่ะ

  • เช็คช่วงเวลาและสภาพอากาศที่เหมาะแก่การเที่ยว

เมื่อเลือกประเทศได้แล้วเราก็ต้องมาดูช่วงเวลาและสภาพอากาศกันก่อน ซึ่งแต่ละประเทศก็แตกต่างกันไป แต่ถ้าในแถบเอเชียก็มีความคล้ายคลึงกับบ้านเรามากกว่าแถบยุโรป หากเป็นคนขี้หนาวมาก กลัวความหนาว ก็ไม่ควรไปช่วงที่เป็นฤดูหนาวมีหิมะตกเพราะคงทำให้เที่ยวไม่สนุกแน่ ๆ หากจะต้องเป็นหวัดนํ้ามูกไหล หรือมีการป่วยระหว่างเดินทาง ควรเลือกช่วงเวลาที่อากาศกำลังสบาย ๆ ไม่หนาวหรือไม่ร้อนจนเกินไปจะทำให้เที่ยวได้ง่ายและสนุก ถ้าประเทศไหนมีฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสี ก็ควรไปช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยวมาก แต่หากใครคิดว่าเบื่อเมืองไทยที่อากาศร้อนอบอ้าว ไปทั้งทีก็อยากสัมผัสหิมะ อยากสัมผัสอากาศหนาวจับใจไปเลยอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยค่ะ ซึ่งวิธีการหาข้อมูลในสมัยนี้ก็ง่ายมาก ๆ แค่พิมพ์สภาพภูมิอากาศของประเทศนั้น ๆ ก็จะมีบอกให้ครบแล้ว ว่าประเทศนั้นมีกี่ฤดู ฤดูอะไรบ้าง และแต่ละฤดูจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะเราจะได้เตรียมตัวขนเสื้อผ้าไปถูกฤดู แอบกระซิบบอกหน่อยว่าหากใครไปครั้งแรกและมีงบไม่เยอะ ให้เลือกฤดูที่ไม่หนาวมากนะคะ เพราะค่าเสื้อโค้ท ผ้าพันคอ รองเท้าบูธ หรืออีกอื่น ๆ อีกมากมายจะเป็นตัวที่ดูดเงินได้อย่างมหาศาลเลยละค่ะ และช่วงเวลาก็ควรดูด้วย หากไปช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลของประเทศนั้น จะต้องเจอกับคนที่แย่งกันกินแย่งกันเที่ยวอย่างมหาศาล ถ้าพูดให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็อย่างเทศกาลสงกรานต์บ้านเรานั้นเอง หากอยากเที่ยวแบบราบรื่นก็ควรเช็คดี ๆ นะคะ

  • ศึกษาข้อมูลการเดินทางตั้งแต่ก้าวออกจากสนามบิน

สิ่งที่หลายคนมักจะพูดกันคือ ไปยังไงอ่ะ ไปไม่เป็น ไม่เคยไป ซึ่งเรามาตั้งสติและสูดหายใจกันลึก ๆ ว่า ทุกคนต้องมีครั้งแรกเสมอ เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวนะคะ สิ่งที่จะทำให้เรามั่นใจในการเดินทางต่างประเทศสิ่งแรกที่ต้องทำ ก็คือหาข้อมูลแผนการเดินทาง ว่าเราออกจากสนามบินต้องเดินทางไปโรงแรมยังไง และจากโรงแรมไปสถานที่เที่ยวต่าง ๆ ไปยังไง การศึกษาหาข้อมูลจะมีส่วนช่วยให้เรามั่นใจในการเดินทาง อย่าหวังพึ่งเพื่อนหรือพึ่งใคร ถึงแม้จะไปเป็นกลุ่มก็ควรศึกษาหาข้อมูลเอาไว้กันทุกคน บางประเทศอาจจะเป็นประเทศที่เดินทางง่าย รถไฟฟ้าสะดวกสบาย แต่บางประเทศรถไฟฟ้าอาจจะไม่ได้เข้าถึงทุกที่ หรือค่าโดยสารแพง มีความเดินทางลำบากหน่อย อันนี้ก็ต้องศึกษาหาข้อมูลเอาไว้และวางแผนให้ดี เพราะการเดินทางนั้นอาจจะพ่วงมาด้วยงบที่เราต้องเสียอีกด้วย ถ้าไม่มีการวางแผนและหลงทางก็อาจจะทำให้งบบานปลายได้นะคะ และยิ่งสมัยนี้ข้อมูลยิ่งหาง่ายมาก ๆ เข้า google แปปเดียวก็เจอรีวิวละเอียดยิบแล้ว หรือจะไปเดินตามร้านหนังสือ ดูข้อมูลในหนังสือก็คลาสสิคดีเหมือนกัน

 

  1. ไปทำ Passport เตรียมพร้อมเจอ ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง)

 เมื่อศึกษาหาข้อมูลประเทศที่จะไปเรียบร้อยแล้วก็ต้องไปทำPassport ค่ะ สำหรับบางคนอาจจะจองตั๋วเครื่องบินในข้อ3 ก่อน อันนี้แล้วแต่สะดวกเลยนะคะ จะจองตั๋วก่อนหรือทำ Passport ก่อนอันนี้ได้หมดเลยค่ะ เราจะมาพูดถึง Passport กันก่อนนะคะ ถ้าจะอธิบายง่าย ๆ ก็คือ เอกสารที่ใช้แสดงรายละเอียดของคน ๆ นั้น คล้าย ๆ กับบัตรประชาชน แต่ Passport จะใช้สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศที่ทุกคนต้องมี ถ้าไม่มีก็ไม่สามารถเดินทางได้ และหากไปประเทศที่ไม่ได้ฟรีวีซ่า ก็ต้องมีเอกสารวีซ่าอีก 1 อย่าง ซึ่งวีซ่าก็คือเอกสารที่ใช้ขออนุญาติเดินทางเข้าประเทศนั้น ๆ ซึ่งแถบยุโรปส่วนใหญ่จะต้องใช้วีซ่าด้วย อย่างประเทศอเมริกา เป็นต้น แต่อย่างที่บอกไปว่าสำหรับมือใหม่และยังไม่มีความมั่นใจให้เที่ยวประเทศใกล้ ๆ รวมถึงประเทศที่ Passport ไทยฟรีวีซ่าดีกว่า

  • ขั้นตอนการทำ Passport

สามารถเข้าไปดูสถานที่ทำPassport ที่ให้บริการ โดยเลือกสถานที่ใกล้บ้าน ณ ปัจจุบันมีการจองคิวออนไลน์ซึ่งถือว่าสะดวกและแนะนำมาก ๆ จองคิววันและเวลาที่จะเข้าไปทำได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปรอนาน ๆ สามารถเข้าไปเช็ครายละเอียดได้ที่ https://www.passport.in.th/eService/  โดยการทำ Passport สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือบัตรประชาชน พร้อมเงิน 1,040 บาท เมื่อเรียบร้อยแล้ว Passport จะถูกจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ค่ะ

  • เตรียมพร้อมเจอ ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง)

สิ่งที่ทำให้คนใจเต้นมากที่สุดของการเดินทางคงหนีไม่พ้นด่าน ตม. แน่ ๆ โดยเฉพาะประเทศเกาหลีที่ขึ้นชื่อ แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือไม่ว่าจะเป็นเกาหลี หรือประเทศไหน ๆ การที่เราจะผ่านได้นั้นมันขึ้นอยู่ที่เราว่าเตรียมความพร้อมมากแค่ไหน จุดประสงค์ของการไป ไปเที่ยวจริงหรือเปล่า ถ้าไปเที่ยวจริง ๆ แค่นี้เราก็ยืดอกยิ้มได้เลยค่ะ เพราะถือว่าเราเอาเงินมาประเทศเค้านะ ไม่ได้มาทำงานหรืออะไร จะมาจับเราไม่ได้ สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเจอ ตม. มีดังนี้

  • เอกสารตรวจคนเข้าเมืองและใบศุลกากรส่วนใหญ่เมื่อเราอยู่บนเครื่องบินนั้นจะมีเจ้าหน้าที่แอร์โฮสเตสแจกให้ ซึ่งไฟท์ที่เรานั่งไปประเทศนั้น ๆ จะมีตัวอย่างการเขียนการกรอกให้อยู่แล้ว หรือเราจะศึกษาข้อมูลใน google ได้ มีตัวอย่างการกรอกเยอะแยะมากมาย ข้อสำคัญในการเขียน คือ ลายมือต้องชัดเจน ตัวบรรจงให้เจ้าหน้าที่อ่านออก ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นข้อมูลชัดก็เลี่ยงได้ที่ว่าเค้าจะไม่ถามเรา
  • เอกสารใบรับรองการทำงาน(ถ้ามี) หากมีเอกสารรับรองการทำงาน อย่างบริษัทเอกชน หรือภาครัฐ ก็ควรพกไปด้วย เพื่อเป็นอีกเสียงในการยืนยันว่าเรามาเที่ยวจริง ๆ มีงานอยู่ที่ประเทศไทย จะต้องกลับไปทำงานอยู่ หรือถ้าเป็นนักเรียนก็เป็นใบรับรองจากสถานศึกษาก็ได้
  • เอกสารการจองโรงแรมเอกสารการจองโรงแรมก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ ตม. มักจะขอดู เพราะฉะนั้นเมื่อจองโรงแรมแล้ว ควรปรินซ์ใบเอาไว้พกติดตัวมาให้เรียบร้อยนะคะ
  • เอกสารแพลนการเที่ยวบางครั้งเจ้าหน้าที่จะมีคำถามว่าหากมาที่นี่แล้ว จะเที่ยวไหนบ้าง เพื่อเป็นการเช็คว่ามาเที่ยวจริงหรือเปล่า มีการหาข้อมูลมามั้ย ดังนั้นเราควรทำเป็นแพลนท่องเที่ยวเอาไว้

สุดท้ายหากดูเอกสารแล้ว ตม. มีข้อสงสัยเพิ่มเติม เราอาจจะต้องสื่อสาร ดังนั้นควรที่จะฝึกประโยคที่ ตม. มักจะถามบ่อย ซึ่งใน google ก็มีแชร์ข้อมูลตรงนี้เยอะมาก สำหรับใครที่ไม่ได้ภาษาก็ไม่ต้องกังวล ภาษาอังกฤษเป็นคำที่ไม่ได้ยาก หรือหากไม่ได้มีอะไรน่าสงสัยก็สามารถผ่านได้เลย โดยไม่ต้องยื่นเอกสารหรือตอบคำถามใด ๆ กับ ตม. แต่ถึงยังไงเราก็ควรจะรู้คำศัพท์ง่าย ๆ ไว้บ้าง เพราะหากเราไม่ได้สื่อสารกับ ตม. เราก็ต้องสื่อสารระหว่างเที่ยวอยู่ดี เช่น สั่งอาหาร หรือต้องอ่านป้ายตามสถานที่ต่าง ๆ สุดท้ายแล้วเราก็จะใช้ภาษากายช่วย ซึ่งก็ทำให้การสื่อสารนั้นสามารถผ่านไปด้วยดี

 

  1. พร้อมที่จะบินไปกับสายการบินที่ใช่อย่างปลอดภัย

อย่างที่บอกไปข้อที่ 2 นะคะ ว่าอาจจะเลือกสายการบินก่อนหรือทำ Passport ก่อนก็ได้ การเลือกสายการบินนั้นก็อยู่ที่งบของแต่ละคนอีกเช่นกัน หากต้องการที่จะประหยัดหน่อยไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมาย ก็แนะนำสายการบินที่เป็น Low Cost แต่สายการบินแบบนี้ค่าตั๋วถูกก็จริงแต่ราคานั้นยังไม่รวมกับค่าโหลดกระเป๋า ซึ่งบางครั้งก็ต้องคำนวนให้ดีก่อนตัดสินใจ แต่สายการบิน Low Cost ส่วนใหญ่มักจะมีโปรโมชั่นออกมาเรื่อย ๆ ทำให้คนนิยมกันมาก แต่ถ้าต้องการความสะดวกสบายก็ควรเลือกสายการบินที่เป็นFull Service สายการบินพวกนี้จะมีราคาตั๋วที่แพงแต่ราคาที่เห็นจะรวมค่าโหลดกระเป๋าและอาหารแล้ว ที่นั่งสะดวกสบายกว่า Low Cost รวมถึงการบริการก็จะได้ดีกว่า แต่สายการบินแบบ Full มักจะไม่ค่อยมีโปรโมชั่นเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคนว่าชอบแบบไหนสะดวกแบบไหน รวมไปถึงหากเลือกสายการบินแล้ว

สิ่งที่ต้องทำถัดมาก็คือ การเลือกประกันการเดินทาง อุบัติเหตุและสุขภาพเรามักจะคิดว่าไปเที่ยวไม่กี่วัน ไม่ต้องทำประกันหรอก เสียเงินไปเปล่า ๆ อยากจะบอกว่าเป็นความคิดที่ผิดเอามาก ๆ เลยนะคะ การทำประกันสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ อย่างข่าวที่ดังเอามาก ๆ ที่เด็กผู้หญิงไปเที่ยวกับเพื่อนที่ประเทศเกาหลีแล้วเกิดป่วยขึ้นมา ค่ารักษานี้พุ่งปรี๊ดเลยนะคะ เพราะค่ารักษาต่างประเทศเนี้ยแพงมาก ๆ ไหนจะค่าส่งตัวกลับอีกหากเป็นอะไรที่รุนแรง เพราะฉะนั้นทุกวินาทีทุกก้าวที่เราอยู่ต่างประเทศเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เสียเงินไม่กี่ร้อยแล้วไม่เป็นอะไรก็ถือว่าเป็นทริปที่โชคดีแฮปปี้ แต่ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา อย่างน้อยเราก็มีเงินประกันในการรักษาตัว ไม่ใช่สุดท้ายเสียทั้งเงินเที่ยว แถมเที่ยวไม่สนุก แล้วยังต้องมาป่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นหมื่นเป็นแสน หรือเป็นล้านเลยก็ได้ ก่อนจะตัดสินใจซื้อประกันก็ลองอ่านรีวิว เทียบข้อมูลวงเงินประกันต่าง ๆ รายละเอียดว่าคลอบคลุมมากแค่ไหน

จากรายละเอียดด้านบนนั้น หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่ที่จะไปต่างประเทศครั้งแรก ให้ทุกคนได้หายกังวล และพร้อมที่จะออกไปเปิดประสบการณ์ เปิดโลกใหม่ ๆ อย่างที่ใจฝันนะคะ และถึงแม้เราจะเตรียมตัวดีมากแค่ไหน ก็อาจจะมีข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างถึงเวลาอาจจะเดินหลงทางบ้าง แต่ก็ถือว่าได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้เราทำอะไรนอกกรอบ ให้เรากล้าที่จะเผชิญกับปัญหามากขึ้น เพราะถ้าหากว่าเอาแต่กลัว สุดท้ายเราคงไม่ได้เห็นว่าโลกใบนี้ยังมีอะไรที่ให้น่าค้นหาอีกเยอะ อ่านถึงตรงนี้แล้วพร้อมออกไปเปิดโลกใบใหม่รึยังค่ะ : )

arrow
%d bloggers like this: