Trending Now

เศรษฐกิจยุโรปป่วน เพิ่งสงบศึกกับอังกฤษไปหมาดๆ งานนี้สวีเดนเอาบ้าง ประชาชนเรียกร้องให้เกิด Sweixt กดดันรัฐบาลให้พาประเทศออกจาก EU

ถ้าจะให้พูดถึงการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดับนานาชาติ ที่มีความแข็งแกร่งและน่าสนใจที่สุดในโลกในขณะนี้ ก็ดูเหมือนว่ากลุ่มสหภาพยุโรปนั้นน่าจะได้รับการพิจารณาว่ามีความสำคัญในระดับต้นๆ เลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะประเทศสมาชิกแต่ละประเทศนั้นมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก แถมสหภาพยุโรปหรือ EU ยังมีความเข้มแข็งทางด้านกฎหมายและการใช้เงินยูโร ซึ่งเป็นเงินสกุลเดียวกันในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการทั้งทวีป ทำให้เกิดความเข้มแข็งและน่าเชื่อถือ จึงมีนักธุรกิจมาลงทุนทั้งในและนอก EU มาร่วมลงทุนกันในเขตเศรษฐกิจนี้กันอย่างแพร่หลาย แต่อย่างไรก็ตามเหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ กฎหมายยิ่งรัดกุมมากเท่าไหร่ สภาพคล่องในการบริหารจัดการก็ยิ่งติดขัดมากขึ้นเท่านั้น ดังเช่นปัญหาเศรษฐกิจของประเทศกรีซที่ล้มละลาย แล้วทางสหภาพยุโรปต้องระดมเงินทุนจากประเทศสมาชิกไปช่วยประคองสถานการณ์ไว้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้หลายประเทศในกลุ่มสมาชิกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และหนึ่งในนั้นคือประเทศอังกฤษ เพราะสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีรายได้มากที่สุดในยุโรป และสามารถดำเนินกิจการต่างๆ ภายในประเทศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพา EU แต่อย่างใด

สิ่งนี้จึงเป็นฉนวนเหตุให้เกิดวิกฤตการณ์ Breixt เมื่อ 2 ปีก่อน ที่ค่าเงินปอนด์ร่วงลงอย่างน่าตกใจ และเศรษฐกิจโลกก็ต้องชะลอตัวอยู่พักใหญ่ เพื่อรอการตัดสินใจของคณะรัฐบาล ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากประชาชนในประเทศจำนวนมากนั้นต้องการออกจากสหภาพยุโรป จนออกมาปิดถนนและเดินถือป้ายประท้วงอยู่ทั่วเมือง จนเป็นข่าวใหญ่ที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกมาแล้ว และงานนี้ก็ดูเหมือนว่า ประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจดีเป็นอันดับ 2 ของ EU อย่างประเทศสวีเดนเองก็คิดที่จะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปเช่นเดียวกัน เนื่องจากปัญหาทางการเมืองหลายอย่างภายในประเทศ ซึ่งสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ถูกเรียกว่า Swexit

Roman Sigaev/ Shutterstock

 

โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ประชาชนเริ่มไม่พอใจกฎหมายบางประการของ EU เช่น การที่ต้องรับดูแลกลุ่มคนอพยพ ซึ่งเข้ามาแย่งงานภายในประเทศ และยังเป็นส่วนหนึ่งของเหตุอาชญากรรมที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเหตุผลนี้ก็ดันไปตรงกับแนวความคิดของหัวหน้าพรรคเดโมแครตของประเทศสวีเดน ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ จนได้รับฉายาว่าเป็นผู้นำพรรคนาซีของโลกใหม่เลยทีเดียว ทำให้องค์กรภายในของประเทศสวีเดนต้องออกมาทำผลสำรวจความคิดเห็นของประชากรในประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2561 ที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ และมีแนวโน้มว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็เห็นด้วย ที่จะให้ประเทศสวีเดนออกมาบริหารงานต่างๆ ด้วยตนเอง ยิ่งถ้ารัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเลือกตั้งเร็วๆ นี้เป็นพรรคเดโมแครตแล้วล่ะก็ ก็ดูเหมือนว่า Sweixt ก็จะกลายเป็นความจริงได้อย่างไม่ยากเย็นเลยล่ะ

ทั้งนี้เพราะประเทศสวีเดนเองมีแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอนที่ส่งออกไปขายทั่วโลก หรือแม้กระทั่งแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ ที่สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้จำนวนมหาศาล โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำมาก และยังไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นี่จึงเป็นจุดใหญ่ใจความ ที่ทำให้ประชาชนของประเทศสวีเดนนั้นมันใจว่าประเทศของตนนั้นต้องไปรอดได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่มี EU คอยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

Michael Campanella/Getty Images

 

แต่อย่างไรก็ดี ในตอนนี้ค่า GDP ของประเทศสวีเดนนั้นลดลงกว่าแต่ก่อนเล็กน้อย และมีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อยๆ ในช่วง 10 ปีต่อจากนี้อีกด้วย จึงยังมีข้อกังขาอยู่บ้างว่า ถ้าหากไม่มี EU แล้ว ประเทศสวีเดนจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้อัตราการจ้างงานภายในประเทศสวีเดนยังมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อการมีรายได้ของคนในประเทศอย่างแน่นอน และถ้าหากคนสวีเดนไม่สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี โดยไปทำงานในประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปแทน ก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะต้องหานโยบายใหม่มารับมือกับปัญหาคนว่างงานภายในประเทศที่จะกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

Stockholm, Sweden.chas B / Flickr Creative Commons

 

ถึงแม้ว่าในตอนนี้ Sweixt จะยังไม่เกิดแบบเต็มรูปแบบ และประเทศสวีเดนก็ยังคงเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรปอยู่ก็ตาม แต่ตั้งแต่มีข่าวเรื่องนี้ออกมา ค่าเงินโคนของประเทศสวีเดนก็เริ่มลดต่ำลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ ที่มีการทำโพลล์สำรวจทั่วทั้งประเทศ จนมีคนคาดการณ์ว่า ถ้าหากประเทศสวีเดนออกจากสหภาพยุโรปจริง มันน่าจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี โดยรายได้เฉลี่ยในครัวเรือนของประชากรในประเทศสวีเดนจะลดลงมากถึง 30,300 โคน หรือประมาณ 3,300 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเงินไทยก็ตกอยู่ที่ราวๆ 1 แสนบาทเลยทีเดียว

ดูเหมือนว่าในตอนนี้สิ่งเดียวที่ประชากรทั่วโลกจะสามารถทำได้ นั่นก็คือ การรอดูว่าผู้สมัครจากทั้ง 3 rพรรคการเมืองนี้ จะมีใครได้ขึ้นเป็นรัฐบาลของประเทศสวีเดน ซึ่งถ้าเป็นพรรคเดโมแครต ก็ดูเหมือนว่าเราคงต้องกินซูชิกันในราคาที่แพงขึ้นอย่างแน่นอน เพราะสินค้าและบริการทุกชนิดในประเทศสวีเดนจะต้องสูงขึ้นด้วยภาษีนำเข้าและส่งออก เพื่อป้องกันการไหลเข้าของสินค้าภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสินค้าที่ทดแทนกันได้จากประเทศข้างเคียงอื่นๆ ในสหภาพยุโรปนั่นเอง

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.businessinsider.com/swexit-what-happens-if-sweden-leaves-eu-2018-9?IR=T&utm_content=buffer2d0be&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer-bi

arrow
%d bloggers like this: