เสพศิลป์ประวัติศาสตร์เก่า เรื่องราวของเอเชียทีค

กลิ่นอายของการผสมผสานกันระหว่างยุคตะวันตกและตะวันออก เมื่ออดีตในสมัยรัชกาลที่ 5 ส่งผลให้ย่านเจริญกรุงเป็นย่านเมืองเก่าที่ในอดีตมีความรุ่งโรจน์ด้านการค้าขายทางเรือเป็นอย่างมาก มีอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้ที่ยังคงมีร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองหลงเหลืออยู่ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

หากพูดถึงย่านนี้ คงมีหลายต่อหลายคนที่นึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำสุดฮิตประจำกรุงเทพฯ นั่นก็คือ ‘เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์’ แหล่งท่องเที่ยวที่ถูกประยุกต์ ออกแบบ ตกแต่ง ให้มีกลิ่นอายของโกดังสมัยเก่า เมื่อครั้งยังเป็นท่าเรือขนส่งสินค้า พร้อมสถาปัตยกรรมที่มีชื่อว่า ‘โคโลเนียล’ และยังคงรักษาความเก่าแก่ในอดีตไว้เป็นอย่างดี

เราเรียกโซนต่างๆของเอเชียทีคว่า โกดัง ตรอก และซอย แบ่งเป็นย่าน  ได้แก่ ย่านเจริญกรุง ย่านริมน้ำ ย่านกลางเมือง และย่านโรงงาน โดยแต่ละย่านก็ถูกจับจองโดยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านของฝาก เต็มพื้นที่ แต่ที่น่าทึ่งและสวยงามที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นย่านริมน้ำ ที่ทำให้คุณได้เห็นวิวพาโนรามาริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เอเชียทีคยังมี 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่เติบโตมาพร้อมๆกับเรา ซึ่งถูกค้นพบเมื่อสมัยที่ยังเริ่มก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่บริเวณแห่งนี้ เป็นร่องรอยที่หลงเหลืออยู่จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ ที่พักหลบภัยสงครามแก่คนในพื้นที่ (World War II Bunker), ทางเดินรถรางในอดีต (Ancient Tram Track),  โรงเลื่อยเก่า (The Old Sawmill),  เครนที่ทำให้เราหวนนึกถึงการทำงานในอดีต  (The Sawmill Crane), โครงสร้างของหลังคาโค้งคลังสินค้า (Colonial Style), ท่าเรือเก่าที่ปัจจุบันคือท่าเรือของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Historical Pier) และเครนที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของการค้าในสมัยก่อน (Historical Waterfront Crane)

หลายคนคงเคยแวะเวียนมาเที่ยวเล่นที่เอเชียทีคเป็นประจำ แต่อาจจะยังไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดประวัติศาสตร์และร่องรอยที่เหลืออยู่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หากมีโอกาสมาเดินเที่ยวอีกซักครั้ง เราขอแนะนำให้คุณเตรียมใจให้พร้อม แล้วลองสำรวจค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ที่จะทำให้คุณได้มีโมเม้นย้อนวันวาน และเสพประวัติศาสตร์ อย่างที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำแห่งไหน ให้คุณค่ากับคุณได้เท่าที่นี่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

 

arrow
%d bloggers like this: