ไขคำตอบ ปวดหัวหลังจากร้องไห้อย่างหนักเกิดจากอะไร?

เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยมีประสบการณ์ในการปวดหัวอย่างหนัก หลังจากร้องไห้ ฟูมฟายจากความเสียใจ บางคนปวดหัวหนักมากถึงกับต้องกินยาระงับอาการปวดกันเลยทีเดียว ทั้งนี้อาการปวดหัวมากๆ หลังจากการร้องไห้อย่างหนักนั้นเกิดจากอะไร เราจะพาคุณไปไขคำตอบกันค่ะ

เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อเราร้องไห้

เมื่อเวลาที่เราเศร้า ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลออกมา ซึ่งเจ้าฮอร์โมนที่ว่านี้จะส่งผลต่อร่างกายของคุณ เช่น ปวดตึงบริเวณหน้าผาก หรือทำให้ร้องไห้ หรือสารที่หลั่งจากสมองอย่าง อะเซติลโคลีน ที่จะกระตุ้นต่อมน้ำตา เมื่อเราร้องไห้ โพรงจมูกก็จะบวมขึ้น ทำให้คัดจมูก และยังทำให้กล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและลำคอของคุณแข็งเกร็งได้ด้วย

แล้วทำไมร้องไห้แล้วจึงปวดหัวได้ล่ะ

แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะไม่สามารถอธิบายถึงความสัมพันธ์ของการร้องไห้และการปวดหัวได้ 100% แต่ก็พอมีทฤษฎีที่อธิบายถึงอาการปวดหัวบางกรณีที่เกิดเพราะการร้องไห้ได้

มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีอาการปวดหัวหลังจากร้องไห้ ซึ่งจะเป็นอาการปวดร้าวไปทั้งศีรษะ ซึ่งเรียกว่า “การปวดศีรษะจากความตึงเครียด”  เมื่อคุณร้องไห้จะทำให้ส่วนหน้าผาก ลำคอ และด้านหลังศีรษะมีการดึงรั้ง ยิ่งหากร้องไห้เป็นเวลานานจะเป็นการบีบรัดกล้ามเนื้อส่วนนั้น ซึ่งทำให้คุณมีอาการปวดเจ็บศีรษะได้

นอกจากนี้ การร้องไห้นานๆ ยังส่งผลต่อโพรงจมูก ที่คุณจะรู้สึกแน่นคัดจมูกหลังการร้องไห้ และจะทำให้รู้สึกอึดอันแน่นที่แก้มและหน้าผาก  ในบางกรณี การร้องไห้ก็นำไปสู่ไมเกรนได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีแนวโน้มเป็นไมเกรนอยู่แล้ว แต่กระนั้นการร้องไห้ก็เป็นเพียงตัวกระตุ้นไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดไมเกรน

 

สำหรับการบรรเทาอาการเบื้องต้นแนะนำให้ใช้เจลประคบร้อน-เย็น (อย่างไหนก็ได้ที่คุณรู้สึกสบาย) ประคบที่ด้านหลังศีรษะหรือบริเวณลำคอ หรือตรงหน้าผากเลยก็ได้  หรือหากอยากนวดผ่อนคลายก็ได้เช่นกัน โดยให้เน้นไปที่บริเวณศีรษะและลำคอ นอกจากนี้ การกดคลึงจุดที่อยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้งก็สามารถช่วยลายอาการปวดหัวได้เช่นกัน   และหากทำอย่างไรก็ไม่หายปวดเสียที ก็ให้หายาแก้ปวดทาน ส่วนกรณีของคนที่เป็นไมเกรนนั้นก็อาจจะต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาหรือให้ยาที่เหมาะสม ซึ่งนั่นรวมถึงการฝึกให้ร่างกายและจิตใจมีความผ่อนคลายไม่เคร่งเครียดจนเกินไปก็จะเป็นการป้องกันที่ต้นเหตุที่ดีทีเดียว

 

ที่มา  womenshealthmag

arrow
%d bloggers like this: