Trending Now

ไม่อาจตัดใจ…ฆ่าด้วยปรานี

คุณป้าคะ ตอนนี้ซันเริ่มมีปัญหาเรื่องการกลืนแล้วนะคะ น่าจะเป็นผลมาจากเนื้องอกบริเวณสมอง ซึ่งหากเนื้องอกก้อนใหญ่ขึ้นอีก อาจมีผลต่อการหายใจ หรือทำให้เกิดอาการชักได้นะคะ เบื้องต้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการกลืน หมอแนะนำให้สอดท่อเพื่อให้อาหารเข้าสู่หลอดอาหารโดยตรง จะได้ป้อนอาหาร ยาโรคหัวใจ และยาของโรคระบบประสาทได้ค่ะ

คำอธิบายจากคุณหมอประจำตัว ทำให้คุณแม่น้องซันน้ำตาซึม ตอนนี้ซันอายุ 17ปี เมื่อปีที่แล้วพบอาการอัมพาตของ 2ขาหลัง จากการตรวจ พบว่ามีเนื้องอกบริเวณสมอง ตั้งแต่นั้นมาเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตก็ทุ่มเทไปกับการดูแลซัน เนื่องจากต้องให้อาหารวันละ 3 เวลา และใช้อาหารประเภททำเอง (Homemade diet) จึงไม่สามารถวางทิ้งไว้ได้ทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถออกจากบ้านได้เกินครั้งละ 6 ชั่วโมง รวมถึงต้องป้อนยาอีกร่วม 10 ชนิดในแต่ละวัน จึงต้องมีคนผลัดกันอยู่บ้านเพื่อดูแลซันตลอด ทั้งหมดนี้แม้จะลำบากแต่ก็เป็นความเต็มใจ

รอยยิ้มบนรอยทราย

            แม้จะตั้งใจอย่างเต็มที่แล้ว แต่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ปัญหาเริ่มลุกลาม กลายเป็นอัมพาตทั้ง 4 ขา ขยับเองได้แค่หัวและคอ แต่ซันยังสามารถร้องเรียกเมื่อหิว หรือส่งเสียงไม่พอใจเมื่อถูกขัดใจ และยังสามารถกินอาหารได้เองมาตลอด แม้ระยะหลังจะต้องเปลี่ยนเป็นการปั่นอาหารเหลวแล้วใช้ไซริงก์ (syringe) ป้อนบ้าง แต่ก็ยังมีความสุขกับการกิน ถึงกระนั้นน้ำหนักก็ยังลดลงเรื่อยๆจาก 4.5 กิโลกรัม เหลือแค่ 1.5 กิโลกรัม สภาพเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก สถานการณ์แย่ลงอีกเมื่อตอนนี้ซันเริ่มมีปัญหาเรื่องการกลืน มีอาการสำลัก และเกิดปัญหาปอดอักเสบตามมา

หากไม่สามารถป้อนยาได้ ซันมีโอกาสเสียชีวิตจากปัญหาโรคหัวใจ ซึ่งเป็นมาตั้งแต่อายุ 12 ปี ได้ตลอดเวลา แต่หากสอดท่อเพื่อให้อาหาร ซันคงไม่ได้มีความสุขจากการกิน ซึ่งเป็นความสุขเพียงไม่กี่อย่างที่เหลืออยู่ หลังจากประเมินสถานการณ์ทั้งหมดก็ทำให้คิดได้ว่า เวลาที่เหลือระหว่างเราคงมีไม่มากแล้ว

เมื่อคุณแม่น้องซันแจ้งว่าตัดสินใจไม่สอดท่อให้อาหาร เพราะแม้จะยืดเวลาออกไปได้แต่ลูกชายคงไม่มีความสุข คุณหมอจึงอธิบายปัญหาแทรกซ้อนต่างๆที่อาจตามมาได้ ที่ร้ายแรงที่สุดและดูจะเป็นการทรมานใจสำหรับทุกฝ่ายก็คือ หากมีอาการชักและไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นขอให้พิจารณาเรื่องการทำให้จากไปอย่างสงบเผื่อไว้ด้วย

ซัน = son = ลูกชาย

            การตัดสินใจทำการุณยฆาต (เมตตาฆาต, Mercy Killing, Put to sleep, Euthanasia) คือการตัดสินใจให้ยาเพื่อทำให้สัตว์เลี้ยงจากไปอย่างสงบ ด้วยความปรารถนาให้พ้นจากความทรมานที่ต้องเผชิญ

เรื่องนี้สามารถมองได้หลายมุม ไม่มีการติดสินใจที่ผิดหรือถูก เพียงแต่อยากให้มองที่ความสุขของหมาเป็นหลัก หมามีความสุขเมื่อได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับเจ้าของซึ่งเป็นที่รัก ได้กินของอร่อย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามอัตภาพ (เช่น หมาที่เป็นอัมพาต 2 ขาหลัง หรือแม้แต่ตาบอดทั้ง 2 ข้าง ก็สามารถมีความสุขกับชีวิตได้ หากได้รับความรัก ได้รับการดูแลที่ดีและเหมาะสม) ดังนั้นหากน้องหมายังสามารถสื่อสารให้รู้ได้ว่ายังมีความสุขกับการใช้ชีวิต อย่าลืมพิจารณาให้ดีว่าความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นนั้นเป็นของใคร ของสัตว์เลี้ยงหรือเจ้าของ เจตนาที่แท้จริงนั้นเป็นไปเพื่อให้พ้นจากความทรมาน หรือเพียงแค่ตัดปัญหา ผลักภาระ

หากมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้สี่ขาที่รักของเราเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างแท้จริง เช่น มะเร็งระยะลุกลาม ซึ่งไม่สามารถควบคุมอาการปวดได้ หรือมะเร็งชนิดซึ่งทำให้เกิดลักษณะของเนื้อตายเป็นวงกว้าง หรือตำแหน่งซึ่งส่งผลต่อการหายใจ หรือการกินอาหาร รวมถึงกรณีของโรคไตระยะสุดท้าย หรือปัญหาของระบบประสาท ซึ่งทำให้มีอาการชักตลอด และไม่สามารถควบคุมอาการได้ การให้ยาเพื่อให้จากไปอย่างสงบก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย

เมื่อเวลานั้นมาถึงเจ้าของส่วนใหญ่มักจะทนไม่ได้ที่จะอยู่ในสถานการณ์นั้น แต่ทันทีที่เจ้าของคล้อยหลังไป หมาจะมองตามอย่างเสียขวัญ หวาดกลัว และสับสน เมื่อต้องอยู่กับคนแปลกหน้าเพียงลำพัง ในช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจมากที่สุด ดังนั้นหากคิดว่าเราได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยงที่รักแล้ว ได้โปรดอยู่กับเขาในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เพื่อให้ได้จากไปอย่างสงบตามที่เราได้ตั้งใจไว้

           5 วันสุดท้ายของชีวิต

            หลังจากได้ใช้เวลาที่เหลือร่วมกันอย่างเต็มที่ (รวมถึงการได้ฟังคุณแม่สวดมนต์ทุกวัน และพาไปถวายสังฆทานด้วยกัน) แม้ช่วงสุดท้ายจะมีอาการชักเกร็งบ้าง แต่ก็สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยาระงับชักแบบสวนก้น สุดท้ายซันก็จากไปเองอย่างสงบ หลังจากการไปพบหมอครั้งสุดท้าย 2 สัปดาห์

arrow
%d bloggers like this: