Trending Now

5 สนามมาราธอน ที่นักวิ่งไม่ไปจะเสียดายมาก

นักวิ่งทุกคน ใฝ่ฝันที่อยากจะจบระยะฟูล มาราธอน สักครั้ง แล้วในประเทศไทยมีหลายสนามมากๆ จะรู้ได้อย่างไร ว่าสนามไหนบรรยากาศเป็นยังไง แอดมินมีรีวิวแต่ละสนามมาบอกค่ะ ประสบการณ์ตรงไปเองมาเอง ประทับใจก็ 5 สนามนี่ล่ะค่ะ

1. จอมบึงมาราธอน

เป็นสนามวิ่งมาราธอนในตำนานที่มีมานาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2528 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี มีจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นทุกปี (และค่าสมัครก็เพิ่มขึ้นทุกปีด้วย 555)

สถานที่จัดงาน: เดินทางสะดวก เพียง 2 ชม. จากกทม. มีที่จอดรถกว้าง

เส้นทาง: เป็นเส้นทางเรียบลาดยางตลอดแนว มีเนินนิดเดียว ชมบรรยากาศต่างจังหวัด ทุ่งหญ้า ต้นไม้ ก็เพลินตาไปอีกแบบ และสนามนี้ใครจะทำเวลา สามารถทำเวลาได้ดีมากเลย

อากาศ: วันที่จัดงานช่วงเดือนมกราคม ของทุกปี ดังนั้นอากาศเย็นกำลังดีมากแดดออกก็ไม่ร้อนมาก

บรรยากาศ/กองเชียร์: ตลอดเส้นทางมีชาวบ้าน นร. และครู ในพื้นที่ออกมาต้อนรับนักวิ่งทุกคนเกือบตลอดเส้นทางเลย ไม่ว่าจะเป็นคุณลุง ป้า น้า อา หลานๆ ขอจับมือ เต้นเพลงต่างๆ สนุกสนานมาก

บริการน้ำ/อาหารตอนวิ่ง: Staff ของผู้จัด และ ชาวบ้าน ร่วมใจกันเอาอาหาร ขนม น้ำ แจกกับนักวิ่งเป็นสุ้มๆ ตลอดเส้นทางจนแทบจะจุกจนเข้าเส้นชัยเลยก็ว่าได้ แถมยังมีทองหยิบ ทองหยอด ผลไม้ เต็มจนอยากขอกลับบ้านเลย

จราจร: ปิดการจราจร 90% ปล่อยรถในช่วงท้ายๆ แล้ว แต่ก็ปลอดภัย 100% ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดี

ที่พัก: ในช่วงหลังที่พักหาง่ายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งสถานที่กางเต้นท์ และโรงแรม ห้องพัก ไม่ห่างจากสนามมากนักหรืออาจจะกางเต้นท์ในมหาวิทยาลัยเลยก็ได้นะจ้ะ

2. บุรีรัมย์ มาราธอน

สนามนี้เปิดให้นักวิ่งมาประลองความสามารถได้ 2 ปีแล้ว เริ่มต้นที่ปี พ.ศ.2560 จัดที่ สนามช้าง หรือสนามแข่งรถ Chang Internation Circut ของท่านเนวิน จังหวัดบุรีรัมย์ นั่นเอง และเป็นธรรมดาที่งานระดับประเทศแบบนี้ ทำให้ผู้สมัครก็ต้องเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี และขายบิบหมดภายในเวลา 2 ชม. มาแล้ว

สถานที่จัดงาน: เดินทางจากกทม. 5-6 ชม. อาจจะไกลหน่อย แต่ควรเผื่อเวลาเข้าเมืองด้วย

เส้นทาง: เป็นถนนลาดยางเริ่มต้นที่สนามแข่งรถ F1 แน่นอนที่เส้นทางจะนุ่มเท้าสุดๆ และลัดเลาะหมู่บ้านเล็กๆ พื้นถนนลาดยางที่ท่านเนวินได้บันดาลเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันจะแข่ง ตัดออกถนนใหญ่ 8 เลน กว้างขวางมากมาย

อากาศ: เนื่องจากวันจัดงานอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี อากาศยังมีความเย็นในตอนเช้า ช่วงที่ไปล่าสุดประมาณ 19 องศา แต่แดดจะเริ่มร้อนในเวลาประมาณ 9-‪10 โมง เนื่องจากวิ่งอยู่บนถนนลาดยาง

บรรยากาศ/กองเชียร์: ไม่ต้องห่วงเรื่องกองเชียร์ เพราะว่าที่นี่คืออันดับ 1 เรื่องกองเชียร์เป็นที่สุด บรรดานักเรียน ชาวบ้าน ทุกๆ ระแวกนั้น ออกมาตั้งซุ้ม ปูเสื่อ ออกมาให้กำลังใจกันเกือบจะทุกบ้าน แม้กระทั่ง คุณปู่ตา คุณย่ายาย หลานตัวเล็กๆ ออกมาปรบมือ ขอจับมือ เต้น ร้องเพลง ให้กำลังตลอดเส้นทาง ทำให้นักวิ่งทุกๆ มีกำลังใจวิ่ง จนแทบไม่สามารถเดินเลยก็ว่าได้ เพราะเขินอาย

บริการน้ำ/อาหารตอนวิ่ง: มีทั้งน้ำเย็น ไม่เย็น เกลือแร่ ขนม ผลไม้ ตลอดเส้นทาง บางจุดก็มีชาวบ้านจัดอาหารมาให้ นอกเหนือจากผู้จัดบริการด้วย แบบว่า นั่งกินก๋วยเตี๋ยวไปเลย 10 นาทีก็ไม่มีใครว่านะจ้ะ

จราจร: ไม่ต้องห่วงจ้า ปิด 100% น้องหมาสักตัวยังไม่เห็นเลย ปิดเป็นวงกว้างด้วยตั้งแต่ตี 3 ใครต้องการเข้ามาเดินมาเท่่านั้น

ที่พัก: ที่พักมีโทยทั่วไป แต่อาจจะต้องจองข้ามปีเลยกว่าได้ และช่วงหลังแอบมีการขึ้นราคากันบ้าง ใครไม่สะดวกก็กางเต้นท์ในงานเลยจ้า

3. อเมซซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน

เป็นงานน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มจัดปี 2561 ที่ปากต่อปากเลยทีเดียว งานนี้อเมซซิ่งสมชื่อค่ะ เพราะเส้นทางวิ่งมันผ่าเมืองน่ะซิคะ มันเลยอเมซซิ่งสมชื่อเป็นที่รู้กันว่ากรุงเทพฯ วุ่นวานจะตาย ไม่สามารถหยุดรถได้เลยแม้แต่ช่วงเวลานึง แต่.. งานนี้ผู้จัดเค้าทำได้ค่ะ เพราะกลัวรถจะติดน่ะซิคะ เลยต้องปล่อยตัวกันที่เวลา ตี 3 เลย ประมาณว่าคงต้องนอนเอาแรงกันตั้งแต่ ‪6 โมงเย็นถึงจะพอนะ

สถานที่จัดงาน: จัดในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของเรานี่ล่ะ สะดวกสุดๆ กับคนกรุงเทพฯ นะคะ

เส้นทาง: เริ่มต้นปล่อยตัวที่ณ ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ไปจบที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ใช้เวลาคัทออฟ 7 ชั่วโมง นับจากนักวิ่งคนสุดท้ายออกจากจุดปล่อยตัว โดยจะมีจุดเวลาคัทออฟแต่ละระยะทาง จะมีเจ้าหน้าที่เชิญนักวิ่งขึ้นรถทันทีหากไม่ทันเวลา

อากาศ: อากาศก็กรุงเทพบ้านเรานี่ล่ะค่ะ เค้าจัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ต้องรอดูกันต่อไปว่างานนี้จะมีจัดอีกหรือไม่

บรรยากาศ/กองเชียร์: เป็นบรรยากาศวิวของกรุงเทพฯ ทั้งหมด จะเป็นครั้งเดียวที่จะไม่ได้เห็นรถติดในกรุงเทพฯ เลย และได้เห็นวิวของกรุงเทพฯอย่างชัดเจนเวลาเราวิ่งผ่านตามสนานที่ต่างๆ

บริการน้ำ/อาหารตอนวิ่ง: ขอบอกเลยว่าอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ไม่ขาดเลยทุก ๆ 2 กิโลเมตร เกลือแร่ น้ำ ผลไม้ พร้อมเสริฟ

จราจร: สมชื่อว่าอเมซซิ่ง ก็ปิดถนน 100% ใช้เหล็กกั้นตลอดแนวเส้นทางการวิ่ง คนยังเดินเข้ามาไม่ได้เลยค่ะ

4. บางแสน 42

งานนี้ก็น้องใหม่ไม่แพ้กัน เพิ่งจัดขึ้นมาปีแรก 2560 นี้เอง แต่พอบอกว่าผู้จัดเป็น Mice เท่านั้นล่ะ ก็แห่กันสมัครกันล้นหลามเลยทีเดียว สืบเนื่องมาจาก บางแสน21 จัดงานดีเยี่ยมขนาดนั้น ตามคำเรียกร้องของนักวิ่ง Mice ก็เลยจัดระยะฟูลมาราธอนอีก 1 สนาม งานนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความเร็วของนักวิ่งที่มาสมัครนะคะ เต็มเร็วไม่เกิน 3 ชม.นะจ้ะ ที่สำคัญ มีระยะเดียวด้วย 195 km. จำนวนคนสมัคร 8 พันคนนั่นเอง ถือว่าได้ว่าเป็นงานปากต่อปากอีกงานเลยนะคะ เพราะว่าเหรียญ และเสื้อสวยมากกกกกก ยังไงก็ต้องสมัครให้ทัน 😘

สถานที่จัดงาน: เดินทาง2 ชม. จากกรุงเทพฯ ไปบางแสน และปล่อยตัว ณ ถนนบางแสนสาย 1 หน้าโรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี ง่ายนิดเดียว

เส้นทาง: จำกัดเวลาวิ่งที่ 7 ชั่วโมง และมีคัทออฟระหว่างทาง 5 จุด ใช้เส้นทางทับกันกับ บางแสน21 คือตั้งแต่หน้าโรงแรมบางแสนเฮอริเทจ มุ่งหน้าไปยังอ่างศิลา ต่อด้วยเนินบนเขาสามมุก และเนิน และเนินที่แหลมแท่นอีกครั้ง เส้นทางถนนลาดยาง แต่มีความชันพอสมควร แต่จะได้พบกับวิวของทะเลบางแสนจนถึงเส้นชัยเลยค่ะ  🏖

อากาศ: งานจัดขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน กับอยู่ชายทะเล มันคงไม่แน่นอนว่าอากาศจะดี เพราะว่าในปีแรกนั้น อากาศอบอ้าวตั้งแต่เริ่มปล่อยตัวเลย
และแดดแรงจนจบเข้าเส้นชัย ทำให้มีนักวิ่งหน้าใหม่ที่ตั้งใจมาฟูลแรกที่นี่ต่างผิดหวังเพราะทำเวลาไม่ได้เมื่อเจออากาศร้อน และเนิน ทำให้มีคน DNF เยอะมากแต่ไม่แนะอากาศปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร ติดตามตอนต่อไปนะคะ เราจะพิชิตเนินต่างๆได้ดีกว่าเดิมไหม  ☺️

บรรยากาศ/กองเชียร์: บรรยากาศเมืองบางแสน ไม่มีกองเชียร์ แต่ก็ได้วิวทิวทัศน์ 2 ข้างทางด้วยเมืองบางแสน เช่น เขาสามมุก แหลมแท่นวิวทะเล อ่างศิลา ถ่ายรูปเพลินเลยค่ะ

บริการน้ำ/อาหาร: จุดบริการน้ำ และเกลือแร่ มีทุก ๆ 2 กิโล และมีเจลให้พลังงานอีกเป็นจุดๆ ด้วย พร้อมทั้งผลไม้บริการพร้อม ส่วนอาหารหลังเข้าเส้นชัย แจกด้วยคูปองคนละ 1 ชุด ซุ้มอาหารเรื่องชื่อของบางแสน คัดสรรกันมาเต็มที่ ไม่มีขาด ของคาว หวานเพียบ โดยเฉพาะข้ามหลามช้อต

จราจร: ปิดถนน 100% ในระหว่างการแข่งขัน

ที่พัก: ที่พักหาง่ายในบางแสน และบริเวณใกล้เคียง
*ตากล้อง ที่ขาดไม่ได้ของผู้จัด Mice เพราะว่าตากล้องเยอะมากๆ มีทุกๆ จุด และก่อนจะถึงตากล้อง จะมีป้ายบอกว่าอีก 50 ม. ให้ยิ้มด้วย บอกเลยงานนี้ฟินถ่ายรูปมากๆๆ

5. เขาค้อ มาราธอน

งานนี้ขึ้นชื่อว่าวิวสวย ผู้ที่มาสนามนี้ใจต้องนิ่ง เพราะว่าขึ้นชื่อว่าเขาค้อ ต้องให้พิชิตเนินเขาหลายต่อหลายลูก และใครที่มาพลาดไม่ได้ ต้องเป็นวิวกังหันลมเท่านั้น ที่ถ่ายรูปสวยที่สุด ถือได้ว่ามาถึงเขาค้อแล้ว ซึ่งปี 2561 นี้ ออยล์มีโอกาสได้ไปเป็น Sweeper ครั้งแรก ภายใต้ 9 ชม. สวยๆ ถือว่าคุ้มค่ากับระยะ 42.195 เลยทีเดียว
สถานที่จัดงาน: ใช้เวลาขับรถจากกทม. ไปเขาค้อประมาณ 5-6 ชม. สถานที่จัด ณ Jolly land starlight amphitheater เขาค้อ เพชรบูรณ์
เส้นทาง: ปีนี้จัดระยะเป็น 43.5k เป็นเส้นทางถนนลาดยาง ทางผู้จัดจะแถม Head Lamp ให้เนื่องจากว่าปล่อยตัวตี 4 และจะวิ่งออกไปตามถนนเพื่อขึ้นเขาไปหากังหันลม ขึ้นไปตามเนินเขา ใครที่มาฟูลแรกนี้ต้องฝึกต้นขาไว้อย่างดีเลยนะคะขอเตือน
อากาศ: เนื่องด้วยเดือนที่จัดงานเดือนมีนาคม ถือว่าเป็นช่วงใกล้เข้าหน้าร้อนแล้ว ไม่ต้องกลัวเลยที่จะเจอแสงแดดแบบเต็มๆ เพราะว่าเขาค้อไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่เลย แต่ข้อดีคือ เราจะได้เห็นวิวของเขาแต่ละลูกติดๆ กัน ขึ้นลง ขึ้นลง อากาศบนเขาก็สดชื่นในเวลาเช้าอีกด้วย
บรรยากาศ/กองเชียร์: บรรยากาศเป็นวิวเขา หมู่บ้านเล็กๆ น้อยๆ และเนินเขาขึ้นลง
บริการน้ำ/อาหาร: จุดบริการน้ำ เกลือแร่ทุกๆ 2 กิโล ไม่มีขนาด พร้อมกับผลไม้
จราจร: ปิดถนน 80% หรือว่า 1 ฟากถนน ถ้าวิ่งช้า ขากลับจะค่อนข้างอันตราย เพราะมีรถใหญ่วิ่งสวนหลังจากลงเขามาด้วย ในบางจุด
ที่พัก: เนื่องจากเขาค้อเป็นที่ท่องเที่ยว จะมีที่พักให้บริการค่อนข้างเยอะ แต่ก็แนะนำให้จองข้ามปีจะดีมาก
บางงานมี Lotto จะมีคนได้ไปและไม่ได้ไปงานวิ่งบางงานบ้าง ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เค้าจัดขึ้นทุกปีค่ะ ยังไงทำให้ร่างกายพร้อมก่อนค่อยเตรียมลุยกันค่ะ หากว่ามีงานมาราธอนไหนน่าสนใจจะนำมาอัพเดท เล่าให้ฟังนะคะ

Oily

ชื่อ: ออยล์ หรือ ออยล์ลี่ (ก็ได้ค่ะ) ประสบการณ์: เวทมา 3 ปี วิ่งมา 3 ปีกว่า ความตั้งใจ: แบ่งปันความรู้เรื่องวิ่งสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจอยากวิ่ง อยากจะสุขภาพดี แบบบ้านๆ ความสุข: เห็นรอยยิ้ม มิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างทางวิ่ง ท้าวความกันก่อน... 😇จากเดิมสมัย 8-9 ปีที่แล้ว ทำงานประจำ เครียดกับการทำงานมาก เพราะเป็นคนมีความตั้งใจทำงานสูง ไม่ดีไม่ได้ ไม่ได้ก็ต้องเอาให้ได้ เลยเกิดความกดดันในการ ทำงานพอสมควร เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคในตัวอย่างดีเป็นคนอ่อนแอ มีโรคประจำตัวหลายอย่าง เช่น โรคกระเพาะอาหาร ทางเดินอาหารอักเสบ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน และภูมิแพ้ บางทีก็น้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นลมบ่อยๆ เวลาเครียดทุกๆ ครั้ง นอนไม่หลับ กินไม่ได้ปกตินอนโรงพยาบาลปีละ 7-8 ครั้ง ไม่รวมไปหาหมอแบบ OPD แทบจะเดือนละครั้งเลยก็ว่าได้ 😢 🙄มาวันนึงนอนที่รพ.นนทเวช ได้ 3 คืนแล้ว วันที่ออกจากรพ. ก็เลยตัดสินใจเดินเข้า Fitness First ที่เดอะมอลล์งามวงศ์วานทันที พร้อมกับสมัครสมาชิกเลย บอกพนง. ว่าพี่ขอออกกำลังกายอะไรก็ได้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ พี่ไม่ไหวกับอาการป่วยของพี่แล้ว 😚✌🏻 😎หลังจากนั้นก็ตั้งเป้าว่าจะมีสุขภาพที่ดีขึ้น อยากหุ่นดีมี sixpack เฟิร์มมากขึ้น หลังจากนั้น 1 ปี ผ่านไปsixpack ก็มา ป่วยน้อยลงทันตาเห็น แต่หมดความท้าทาย ไปแล้วไง มีพี่ที่สนิทวิ่งอยู่แล้วก็ชวนออกมาวิ่งที่สวนก็เลยนึกขึ้นได้ว่า บ้านเรามีสวนรถไฟอยู่แล้วนิ ก็เริ่มเลย 🏃🏻‍♀️วันแรกที่ไปวิ่งที่สวนรถไฟ (1รอบ = 2.5k) วิ่งได้ 1 รอบก็เหนื่อยมากๆ แล้วไม่หมดความท้อใจ วิ่งวันต่อไปได้ 2 รอบแล้ว วิ่งต่อไป 3, 4 รอบแล้ว จนในที่สุดเราวิ่งได้ 10k แล้ว ดีใจมากๆ ทุกๆ ครั้งที่ออกมาวิ่งจะมีแรงผลักทำให้ตื่นแต่เช้า เลือกชุดที่ชอบ ฟังเพลงที่ใช่ เพลินไปกับบรรยากาศของสวนรถไฟ ประกอบกับได้พบปะกับพวกพี่ๆ น้องๆ อาๆ ที่สวน (แก๊งซอยกลาง) จนทุกวันนี้พี่ๆ เค้าได้เห็นพัฒนาการของออยล์เรื่อยๆ จากวิ่งมินิไปฮาล์ฟ ไปฟูล และไปอัลตร้า ประกอบกับหาวิธีทาง ที่จะทำให้ตัวเองแข็งแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถเจอได้ทุกๆ สนาม สามารถทำเวลา และผ่านได้ทุกสนาม 😇จนมาวันนี้ ได้พบกับคำว่า "ความสุข" คืออะไรในชีวิตตั้งแต่วิ่งมาเปลี่ยนทั้งร่างกายตัวเองที่แข็งแรงขึ้น ไม่มีการเจ็บป่วยเลยแม้แต่น้อย เปลี่ยนทั้งจิตใจ ความคิด เป็นแรงบวก มองโลกในแง่ดี จากคุณหนูเปลี่ยนเป็นคนง่ายๆ จากคนขี้กลัวเปลี่ยนเป็นคนกล้าทุกๆ อย่าง 🌈ทุกๆ อย่างเกิดมาจากความอดทน พยายาม และวินัยด้วยที่ตัวเองเป็นคนชอบเอาชนะตัวเองแล้ว ข้อดีของมันคือ จะทำให้เราไปจุดมุ่งหมายที่เราตั้งไว้...
arrow
%d bloggers like this: