5 เทคนิคการดูแลรักษาเบรกรถยนต์ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

เบรกรถยนต์  เป็นสิ่งสำคัญในการขับขี่รถยนต์ที่ต้องมาใส่ใจมากเป็นพิเศษเลยทีเดียว  เนื่องจากเมื่อใช้งานไปนานๆ เบรกย่อมมีการเสื่อมสภาพหรือสึกหรอเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุในการขับขี่ได้ ดังนั้นเราต้องบำรุงดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะยืดอายุการใช้งานและเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

1.ทำความสะอาดจานเบรกอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่บริเวณจานเบรก โดยสามารถใช้ได้ทั้งทินเนอร์ แอลกอฮอลล์ หรือน้ำยาสำหรับล้างเบรกโดยเฉพาะได้ตามสะดวก นอกจากนี้จะต้องคอยตรวจสอบจานเบรกอยู่เสมอ ว่ามีร่องลึก จุดชำรุด รอยขูดขีดที่อาจจะเกิดจากการกระทบของแข็งในระหว่างการขับขี่ หรือการเสื่อมสภาพของตัวจานเบรก ซึ่งถ้าหากมีจุดไหนบกพร่องจะต้องรีบเปลี่ยนทันที

2. อย่าละเลยการดูแลอุปกรณ์เล็กๆ ของระบบเบรก

ไม่ว่าจะเป็น ลูกยางลูกสูบเบรก, ลูกยางกันฝุ่น หรือลูกยางแม่ปั๊มเบรก เป็นต้น ที่ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ถอดออกมาล้างพร้อมตรวจสอบว่ามีจุดไหนที่รั่ว ชำรุดหรือฉีดขาดหรือไม่ เพราะถ้าหากอุปกรณ์เหล่านี้เสียหายหรือชำรุด ก็สามารถส่งผลกระทบทำให้ระบบเบรกมีปัญหาได้

3. อย่าลืมที่จะตรวจสอบผ้าเบรกอย่างสม่ำเสมอ

เพราะผ้าเบรกจัดว่าเป็นชิ้นส่วนที่มีการเสื่อมสภาพและสึกหรอกบ่อยมากที่สุด สามารถเช็คได้โดยการตรวจสอบความผิดปกติจากการเหยียบเบรกว่าแป้นเบรกต่ำกว่าปกติหรือไม่ หรืออาจจะทดสอบด้วยสังเกตเสียงของเบรกมือในระหว่างที่ดึง หรืออาจจะสอบถามช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อที่จะทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ถ้าหากผ้าเบรกสึกหรอควรรีบเปลี่ยนให้เร็วที่สุด

4.  ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกตามกำหนด

ซึ่งปกติแล้วการถ่ายน้ำมันเบรกจะต้องทำอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปีต่อครั้ง หรือทุกๆ การขับขี่ 10,000 กิโลเมตร  โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันควรเลือกน้ำมันเบรกที่เหมาะสมสำหรับตัวเครื่องและใช้ค่ามาตราเดิมตามคู่มือหรือที่ระบบเบรกแสดงไว้ เพื่อป้องกันปัญหาในการขับขี่และเป็นการยืดอายุการใช้งานระบบเบรกอีกด้วย

5.  ควรหมั่นตรวจสอบท่อต่างๆ ที่อยู่ภายในระบบเบรก

ซึ่งอาจจะเป็นการเช็คด้วยตนเองหรือนำไปให้ช่างตรวจสภาพรถให้ เพื่อที่ได้เช็คอย่างละเอียดมากที่สุด เมื่อพบปัญหาจะได้รีบแก้ไขได้ทันที

 

ระบบเบรกเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ดังนั้นเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่าลืมตรวจเช็ค ดูแลรถและระบบเบรคอย่างสม่ำเสมอนนะคะ

arrow
%d bloggers like this: