Trending Now

7 ข้อดีของการวิ่งเทรล

การวิ่งเทรล นับว่าเป็นาออกกำลังกายที่ดูง่ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ทำงานอาชีพอะไร จะมีเวลาว่างมากน้อยขนาดไหน การวิ่งก็ถือว่าเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งในการออกกำลังกายต้นๆ เลย แต่หากว่าเบื่อการวิ่งถนนเดิมๆ แล้ว หรือว่าจะเบื่อวิ่งในสวนวนไปวนมา หรือรอบหมู่บ้าน ลองออกไปวิ่งอะไรที่แปลกๆ ใหม่ๆ ดู ติดกับธรรมชาติบ้างไรบ้าง นั่นคือการวิ่งเทรล เป็นการวิ่งในป่า หรือเป็นสถานที่ธรรมชาติ ไม่ใช่วิ่งแต่บนถนนเรียบๆ แล้วนั่นเอง

การวิ่งเทรล (Trail Running) เป็นการวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติ ในป่า ในทุ่ง บนเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ใช่พื้นคอนครีต หรือลาดยาง บางเส้นทางผสมผสานกับการปีนเขาบ้าง บางสนามมีความชันของเขา จนบางทีไม่ได้เรียกว่าวิ่งก็เป็นได้

7 ข้อดีของการวิ่งเทรล ให้อะไรบ้าง

การวิ่งเทรล

  1. อยู่ติดกับธรรมชาติ:

เป็นการวิ่งที่ได้เจอกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะการวิ่งเทรล จะต้องออกไปต่างจังหวัดบางเส้นทางก็มีเขาสูงชัน บางเส้นทางก็เป็นพื้นดินลูกรังไม่มีความชัน บางเส้นทางก็เป็นหินน้ำตก ซึ่งแล้วแต่คอนเซปของผู้จัดงานกันเลย การวิ่งกับธรรมชาติ จะได้พบกับความสวนงามของป่าไม้ และต้นไม้ ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เราจะสามารถเพลิดเพลินกับการวิ่ง รวมไปถึงการถ่ายรูปกับธรรมชาติได้ดี จริงๆ แล้วการวิ่งเทรลเหมือนได้ออกไปเที่ยวด้วย เพราะส่วนใหญ่งานวิ่งเทรลจะอยู่ต่างจังหวัด ดังนั้น หากใครรักที่จะไปเที่ยวธรรมชาติ และรักที่จะวิ่งด้วยแล้ว ซึ่งคิดได้ว่าต้องถูกใจนักวิ่ง และนักเที่ยวด้วยเลยค่ะ

การวิ่งเทรล

  1. ทำให้มีสมาธิ:

การวิ่งเทรล ทำให้มีสมาธิมากขึ้น เนื่องจากว่าเป็นพื้นดินที่ขรุขระ หรือเป็นพื้นที่สูงชัน จะต้องใช้ความคิดในแต่ละก้าวตลอดเวลาว่าจะวางเท้ายังไง ไปในเส้นทางข้างหน้ายังไง เพราะตลอดเส้นทางจะมีริบบิ้นติดคอยบอกเส้นทางในการวิ่ง ดังนั้น นักวิ่งจะต้องมีสาธิมากกว่าวิ่งถนนด้วย หากไม่มีสมาธิในการวิ่ง อาจจะทำให้หลง หรือเกิดอุบัติเหตุกันได้ค่ะ จริงๆ แล้วการวิ่งเทรลทำให้มีสมาธิมากขึ้น และยังต้องคิดให้เร็ว ประมวลผลให้ทันด้วยนะ เพราะทุกย่างก้าว เราจะต้องวางแผนการก้าวเท้าล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วินาทีเลยทีเดียว โดนเฉพาะเป็นทางลง ส่วนใหญ่นักวิ่งเทรลจะต้องมีการ Downhill เร็ว และปลอดภัย ทำให้จะต้องมีการวิเคราะห์ว่าจะต้องเอาเท้าไปวางไว้ตรงไหน แบบไหน ความเร็วเท่าไหร่ หากจิตใจแวบออกไปมองข้างทางนิดเดียวอาจจะทำให้พลาด หรือเกิดอุบัติเหตุได้

การวิ่งเทรล

  1. ทำให้ผ่อนคลาย:

วิ่งเทรลแล้วทำให้เรามีสมาธิ ก็ยังทำให้จิตใจสงบ ทำให้เราผ่อนคลายไปกับธรรมชาติอีกด้วย การวิ่งเทรลเหมือนเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง เหมือนเป็นการท่องเที่ยวไปในตัว ซึ่งเปรียบเทียบได้ดีสำหรับการวิ่งถนน และเทรล การวิ่งถนนจะสามารถวิ่งในเมือง หรือต่างจังหวัดก็ได้ บางทีความรู้สึกไม่เหมือนการได้ท้าทาย หรือผจญภัย หรือเห็นอะไรใหม่ๆ เท่ากับการวิ่งเทรลนัก ดังนั้นหากใครกำลังเครียดๆ กับการทำงาน หรืออยากพักผ่อนบวกกับการออกกำลังกายด้วย การวิ่งเทรลถือว่าเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งเลย

การวิ่งเทรล

  1. สร้างความท้าทาย ตื่นเต้น แปลกใหม่:

การวิ่งเทรลจะต้องวิ่งในป่า ในเขา หรือเส้นทางธรรมชาติ และบางเส้นทางก็ทำขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะงานวิ่งนี้ หรือแม้กระทั่งเราเองก็ยังไม่เคยไปเที่ยวที่นี่ หรือสัมผัสที่นี่เลย ทำให้การวิ่ง สามารถสร้างความตื่นเต้น ไม่จำเจให้นักวิ่งในทุกๆ สนาม และตลอดระยะเส้นทาง เพราะจะมีอะไรให้ท้าทายและแปลกๆใหม่ๆ อยู่เสมอ บางทีเราไม่สามารถคาดเดาเส้นทางได้เลยว่าข้างหน้าจะมีอะไรบ้าง จะต้องอาศัยประสบการณ์ในการวิ่งที่มีมาใช้ทั้งหมดในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ความชันของเขา เส้นทางหินเยอะ เส้นทางเป็นดินโคลน เป็นต้น

การวิ่งเทรล

  1. ใช้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อได้ดี:

การวิ่งเทรล เป็นเส้นทางวิ่งที่ต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะต้นขา ความลาดชัน และเส้นทางขรุขระที่ไม่เรียบ จะต้องมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากทีเดียวที่จะพยุงตัวไปได้ตลอดเส้นทาง ดังนั้น นักวิ่งเทรลเริ่มแรก ควรจะมีการออกกำลังกายบริเวลาต้นขาเป็นหลักเลย นักวิ่งเทรลส่วนใหญ่มักจะชอบที่จะมีการซ้อมวิ่งในป่า uphill downhill มากกว่าที่จะได้วิ่งถนนปกติทั่วไป เพราะว่าการวิ่งเทรลใช้ทักษะในการวิ่งที่แตกต่างกับวิ่งถนนมาก เช่นทักษะในเรื่องของการ uphill downhill ที่อาจจะต้องฝึกกับสถานที่จริง ดังนั้น หากเริ่มติดใจการวิ่งเทรลแล้ว ควรมองหาสถานที่ที่ฝึกซ้อมกันได้เลยค่ะ

การวิ่งเทรล

  1. ได้สังคมที่ชอบกิจกรรมเดียวกัน:

สังคมการวิ่ง เป็นสังคมแห่งการแลกเปลี่ยนความคิด ทัศนคติของแต่ละคน ทุกครั้งที่ได้มาวิ่ง มักจะเจอเพื่อนฝูง และคนวิ่งที่มีกิจกรรมความชอบแบบเดียวกัน ดังนั้น เวลาพบปะเจอเพื่อนนักวิ่ง เรามักจะพูดคุยถึงเรื่องการวิ่ง สถานที่ และในเรื่องต่างๆ ของการวิ่ง แลกเปลี่ยน รวมไปถึงแบ่งปันเรื่องวิ่งในเรื่องต่างๆ เสมือนหนึ่งได้ไปงานปาร์ตี้เลยทีเดียว

การวิ่งเทรล

  1. เกิดความท้าทายใหม่ๆ ในชีวิต:

งานวิ่งเทรลในประเทศไทยตอนนี้มีมากมาย สามาถแบ่งได้หลายระดับ เป็นเทรลเริ่มต้น ระดับกลาง และระดับสูง (เกณฑ์การแบ่งขึ้นอยู่กับระยะทาง และความชัน ความยากง่ายของแต่ละสนาม) นั่นหมายถึงว่า คนที่เพิ่งมาเริ่มต้นการวิ่งเทรลนี้ ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะไปไม่ถึง ทำไม่ได้ เพราะหากว่าคุณได้เริ่มต้นสักงานที่ไม่ยากเกินความสามารถของคุณแล้ว เชื่อว่าจะได้ปรับระยะทาง ความชัน ความยากง่าย เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ ให้กับชีวิต หาที่บางคนได้เริ่มวิ่งเทรลมาบ้างแล้วในระยะน้อยๆ อาจจะสัก 10 กิโลเมตรก็จะเริ่มมีความท้าทายในระดับที่สูงขึ้น คือการวิ่งในระดับอัลตร้าเทรล มากกว่า 50 กิโลเมตร จนถึง 100 กิโลเมตร บางสนามขณะนี้ มีถึง 200 กิโลเมตร ซึ่งเป็นความท้าทายของนักวิ่งสายอัลตร้าเลยทีเดียว

เดี๋ยวนี้ทั้งปีของประเทศไทยมีงานวิ่งเทรลมากมาย อยากให้เพื่อนๆ ลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าการออกกำลังกายมีดีกว่าการมีสุขภาพที่ดีค่ะ

Oily

ชื่อ: ออยล์ หรือ ออยล์ลี่ (ก็ได้ค่ะ) ประสบการณ์: เวทมา 3 ปี วิ่งมา 3 ปีกว่า ความตั้งใจ: แบ่งปันความรู้เรื่องวิ่งสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจอยากวิ่ง อยากจะสุขภาพดี แบบบ้านๆ ความสุข: เห็นรอยยิ้ม มิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างทางวิ่ง ท้าวความกันก่อน... 😇จากเดิมสมัย 8-9 ปีที่แล้ว ทำงานประจำ เครียดกับการทำงานมาก เพราะเป็นคนมีความตั้งใจทำงานสูง ไม่ดีไม่ได้ ไม่ได้ก็ต้องเอาให้ได้ เลยเกิดความกดดันในการ ทำงานพอสมควร เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคในตัวอย่างดีเป็นคนอ่อนแอ มีโรคประจำตัวหลายอย่าง เช่น โรคกระเพาะอาหาร ทางเดินอาหารอักเสบ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน และภูมิแพ้ บางทีก็น้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นลมบ่อยๆ เวลาเครียดทุกๆ ครั้ง นอนไม่หลับ กินไม่ได้ปกตินอนโรงพยาบาลปีละ 7-8 ครั้ง ไม่รวมไปหาหมอแบบ OPD แทบจะเดือนละครั้งเลยก็ว่าได้ 😢 🙄มาวันนึงนอนที่รพ.นนทเวช ได้ 3 คืนแล้ว วันที่ออกจากรพ. ก็เลยตัดสินใจเดินเข้า Fitness First ที่เดอะมอลล์งามวงศ์วานทันที พร้อมกับสมัครสมาชิกเลย บอกพนง. ว่าพี่ขอออกกำลังกายอะไรก็ได้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ พี่ไม่ไหวกับอาการป่วยของพี่แล้ว 😚✌🏻 😎หลังจากนั้นก็ตั้งเป้าว่าจะมีสุขภาพที่ดีขึ้น อยากหุ่นดีมี sixpack เฟิร์มมากขึ้น หลังจากนั้น 1 ปี ผ่านไปsixpack ก็มา ป่วยน้อยลงทันตาเห็น แต่หมดความท้าทาย ไปแล้วไง มีพี่ที่สนิทวิ่งอยู่แล้วก็ชวนออกมาวิ่งที่สวนก็เลยนึกขึ้นได้ว่า บ้านเรามีสวนรถไฟอยู่แล้วนิ ก็เริ่มเลย 🏃🏻‍♀️วันแรกที่ไปวิ่งที่สวนรถไฟ (1รอบ = 2.5k) วิ่งได้ 1 รอบก็เหนื่อยมากๆ แล้วไม่หมดความท้อใจ วิ่งวันต่อไปได้ 2 รอบแล้ว วิ่งต่อไป 3, 4 รอบแล้ว จนในที่สุดเราวิ่งได้ 10k แล้ว ดีใจมากๆ ทุกๆ ครั้งที่ออกมาวิ่งจะมีแรงผลักทำให้ตื่นแต่เช้า เลือกชุดที่ชอบ ฟังเพลงที่ใช่ เพลินไปกับบรรยากาศของสวนรถไฟ ประกอบกับได้พบปะกับพวกพี่ๆ น้องๆ อาๆ ที่สวน (แก๊งซอยกลาง) จนทุกวันนี้พี่ๆ เค้าได้เห็นพัฒนาการของออยล์เรื่อยๆ จากวิ่งมินิไปฮาล์ฟ ไปฟูล และไปอัลตร้า ประกอบกับหาวิธีทาง ที่จะทำให้ตัวเองแข็งแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถเจอได้ทุกๆ สนาม สามารถทำเวลา และผ่านได้ทุกสนาม 😇จนมาวันนี้ ได้พบกับคำว่า "ความสุข" คืออะไรในชีวิตตั้งแต่วิ่งมาเปลี่ยนทั้งร่างกายตัวเองที่แข็งแรงขึ้น ไม่มีการเจ็บป่วยเลยแม้แต่น้อย เปลี่ยนทั้งจิตใจ ความคิด เป็นแรงบวก มองโลกในแง่ดี จากคุณหนูเปลี่ยนเป็นคนง่ายๆ จากคนขี้กลัวเปลี่ยนเป็นคนกล้าทุกๆ อย่าง 🌈ทุกๆ อย่างเกิดมาจากความอดทน พยายาม และวินัยด้วยที่ตัวเองเป็นคนชอบเอาชนะตัวเองแล้ว ข้อดีของมันคือ จะทำให้เราไปจุดมุ่งหมายที่เราตั้งไว้...
arrow
%d bloggers like this: