ใครว่าเงินออนไลน์ปลอดภัย?!? Bitcoin โดนแฮคได้เป็นครั้งที่ 2 ของปี เงินหายกว่า 60 ล้านดอลลาร์แล้ว

ตามโฆษณาเชิญชวนให้คนมาเก็งกำไร Bitcoin ในช่วงแรกๆ นั้น เคยมีคำเคลมออกมาว่าสกุลเงินดิจิตอลที่มีความปลอดภัยมาก ซึ่งปลอดภัยจนถึงกับขนาดว่าไม่สามารถโดนขโมยได้ เนื่องจากมีการตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดเวลาว่าใครโอนเงินให้ใคร ตอนไหน และเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ ก็เลยทำให้มีคนสนใจเข้ามาร่วมเทรดเงินสกุลใหม่นี้เป็นจำนวนมาก เพราะรู้สึกว่ามันน่าจะปลอดภัยกว่าเก็บเงินเอาไว้ในธนาคาร ที่ในช่วงหลังๆ นี้เริ่มมีข่าวว่ามีแฮคเกอร์เข้ามาโอนย้ายถ่ายเทเงินในบัญชีของบุคคลทั่วไปออกไปใช้กันเป็นว่าเล่น แต่ก็ดูเหมือนว่าที่ไหนมีเงิน ที่นั่นย่อมมีกลิ่นหมอยั่วยวนใจ เพราะว่าถึงแม้ว่าระบบป้องกันภัยจะรัดกุมขนาดไหน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะยังมีช่องว่าอยู่บ้าง และแฮคเกอร์นักล่ารางวัลก็ไม่ปล่อยให้โอกาสดีๆ แบบนี้หลุดผ่านมือไปได้อย่างง่ายดาย เมื่อมีเงินจำนวนมหาศาลมาเป็นรางวัลล่อใจ ในที่สุดพวกเขาก็สามารถแฮคระบบเพื่อถ่ายโอนเงินมาได้สำเร็จ และไม่ได้ทำได้แค่ครั้งเดียว เพราะในปีนี้แค่ปีเดียว พวกเขาก็ถล่มระบบขนเงินมาได้แล้วถึง 2 ครั้ง 2 คราเลยทีเดียว ซึ่งนี่เป็นข้อกำจัดของเทคโนโลยี ที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น จริงอยู่ว่าการซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่มันก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่เงินจะสูญหายได้ง่ายกว่าเดิมนั่นเอง

Bitcoin

ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาผู้เสียหายได้แกเว็บเทรดญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Zaif เว็บเทรดญี่ปุ่นที่ได้รับการอนุญาตจากทาง FSA ของญี่ปุ่นและถูกดำเนินการโดย Tech Bureau ทั้งนี้ทางบริษัทมีทุนสำรองสำหรับเว็บตัวเองอยู่ 2.2 พันล้านเยนหรือประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ แต่ทางเว็บเพิ่งถูกแฮคเงินไปกว่า 5,966 BTC คิดเป็นเงิน 60 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2000 ล้านบาทไทยเลยทีเดียว มากกว่าเงินทุนจดประกันของต้นสังกัดถึง 3 เท่าตัว ดังนั้นงานนี้จึงต้องมีคนเจ็บตัวจากความเสียหายในครั้งนี้อย่างแน่นอน

Bitcoin

ถือเป็นเรื่องที่ช๊อควงการธุรกรรมออนไลน์เป็นอย่างมาก เพราะเงินจำนวนมหาศาลนี้หายกลายเป็นศูนย์ภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะทาง Zaif ได้สังเกตความผิดปกติของการไหลออกของเงิน อย่างผิดปกติบนแพลตฟร์มของเขาในช่วง 17:00 น. เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นทางเว็บเทรดก็ได้ทำการระงับบริการฝากและถอนทันที ซึ่งทาง Tech Bureau กล่าวว่าคดีนี้เป็นเป็นการบุกรุกในการเข้าถึงสินทรัพย์โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตและขอยื่นให้กลายเป็นคดีอาญาและให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนต่อไป

Bitcoin
Prague, Czech Republic – January 1, 2000: Golden on a gold background .Photo (new virtual money )

จะว่าไปแล้วเหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งที่สองแล้วในญี่ปุ่นที่เว็บเทรด คริปโต ถูกแฮ็ก หลังจากที่เว็บเทรด Coincheck ถูกแฮ็กเหรียญ NEM จำนวน 520 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง FSA ได้เปิดตัวเครื่องมือตรวจสอบเว็บเทรดคริปโตเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของพวกเขา โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทาง FSA ได้ออกคำสั่งให้ตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยและการป้องกันการฟอกเงินอีกด้วย

Bitcoin

จะเห็นได้ว่าการเก็บทรัพย์สินเอาไว้ในรูปของสกุลเงินออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องปลอดภัยอีกต่อไป เพราะถึงแม้ว่าจะแฮคเงินที่เก็บไว้ไม่ได้ แต่ก็สามารถแฮคตอนระหว่างถ่ายโอนเงินได้นั่นเอง ไม่แน่ว่าบางที เราอาจจะต้องกลับไปเอาเงินใส่ตุ่มฝังดินเหมือนคนไทยในอดีตก็เป็นได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.businessinsider.com/bitcoin-hackers-steal-60-million-cryptocurrency-japanese-exchange-2018-9?utm_content=buffer8b199&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer-bi

arrow
%d bloggers like this: