Bitcoin จะไปรอดไหม? มูลค่าเงินดิจิตอลร่วงไปกว่า 20 ล้านล้านบาท มากกว่า GDP ประเทศไทยซะอีก

ร่วงไปแล้วกว่า 20 ล้านล้านบาท สำหรับมูลค่ามวลรวมของสกุลเงินดิจิตอลเกิดใหม่ หรือบรรดา Crytocurrency ทั้งหลาย ล่าสุดราคาต่ำเหวสุดๆ มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ สร้างความเสียหายมากกว่ายุคฟองสบู่แตกในยุคดอทคอทเสียอีก และนี่อาจจะเป็นปัญหาใหม่ และปัญหาที่ใหญ่ระดับโลก เพราะมันน่าจะส่งผลกระทบต่อคนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเศรษฐกิจมวลรวมของพวกเราไม่มากก็น้อย เนื่องจากบุคคลและนิติบุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพในทุกๆ ทวีปทั่วโลก ต่างลงทุนในสกุลเงินเหล่านี้ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ethereum หรือเงินดิจิตอลสกุลอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมรองลงมาก็ตามที ทั้งนี้เป็นเพราะผู้คนต่างคาดหวังว่า พวกมันจะกลายเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับ และมีการใช้งานแพร่หลายในอนาคต ซึ่งการครอบครองจำนวนเหรียญที่มีอยู่อย่างจำกัดเหล่านี้เอาไว้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นมามากขึ้นเท่านั้น คล้ายกับอสังหาริมทรัพย์ตระกูลที่ดิน ที่มีแนวโน้มที่ราคาขายจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หากรู้จักพัฒนาที่ดินอย่างถูกต้องและเป็นระบบ

ก่อนอื่นเลย เราอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ชาว Scout Cafe ได้ทราบข้อมูลพื้นฐานของเจ้าสกุลเงินดิจิตอลกันก่อนสักเล็กน้อย เพราะมันเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่น่าสนใจ และสามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการนำมาใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าตามท้องตลาดธรรมดาทั่วๆ ไป เหมือนกับเงินสดที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันหลายประการเลยทีเดียว โดยคุณสมบัติเด่นๆ ของเจ้า Crytocurrency นั้นมีดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบได้
  • ไม่ต้องมีคนกลางมาทำหน้าที่ในการส่งผ่านเงิน
  • ง่ายต่อการทำบันทึกค่าใช้จ่าย
  • มีความปลอดภัย
  • มีสภาพคล่อง
  • เนื่องจากมีปริมาณเหรียญจำกัด ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ราคามีแนวโน้มจะสูงขึ้นได้อีก
  • ธนาคารหลายแห่งยอมรับการใช้เงินดิจิตอล และได้นำมาใช้ในการปล่อยเงินกู้และให้เครดิตต่างๆ บ้างแล้ว
  • หลายประเทศทั่วโลกยอมรับให้ใช้เงินเหล่านี้ในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ซื้อขายสินค้า และชำระค่าบำรุงการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสกุลเงินพวกนี้จะไม่มีข้อเสียเลย เพราะสกุลเงินออนไลน์เหล่านี้ก็มีจุดด้อยบางอย่างที่คุณควรรู้ ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปสู่สังเวียนการลงทุนด้วยเหมือนกัน โดยสิ่งที่คุณควรทราบมีดังต่อไปนี้

  • เงินดิจิตอลเหล่านี้เกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ โดยในปัจจุบันมีเงินสกุลใหม่เหล่านี้นับร้อยสกุล และพวกเขาไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าเงินของพวกเขามีค่า ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจ ทองคำ พันธบัตร น้ำมัน หรือกองทุนสำรอง โปรแกรมเมอร์เพียงแค่สร้างขึ้นมาในปริมาณจำกัด แล้วพยายามทำให้คนยอมรับแนวคิดของตน ว่านี่จะเป็นสกุลเงินที่มีความปลอดภัยมากกว่าเงินที่เราใช้ในปัจจุบัน
  • รัฐบาลไทยยังไม่ยอมรับการใช้สกุลเงินดิจิตอล
  • หากไม่มีการควบคุม และทุกคนผลิตสกุลเงินของตนขึ้นมาใช้ ต่อไปเงินจะไร้ค่า และมีโอกาสเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ขึ้นมาได้หลายประการ
  • สกุลเงินดิจิตอลนั้นไม่มีมูลค่าที่แท้จริง เพราะอ้างอิงตามหุ้นและกำลังซื้อในแต่ละช่วง ซึ่งราคามีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยเวลาขึ้นก็ขึ้นเร็ว เวลาลงก็ลงเร็ว เนื่องจากไม่ได้มีสถาบันทางการเงินมาคอยพยุงราคา ทำให้ผู้ถือครองสกุลเงินดิจิตอลมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงหาค่าเงินเป็นขาลง
  • เงินดิจิตอลบางสกุล สามารถแตกพาร์ให้เป็นเหรียญย่อยๆ ได้อีก นั่นหมายถึงจะมีปริมาณเหรียญที่สามารถครอบครองได้ในตลาดเพิ่มมากขึ้น คล้ายแบ่งที่ดินให้กลายเป็นห้องเช่าในลักษณะของคอนโดมิเนียม
  • ข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลยังน้อยมาก เพราะมันเป็นสกุลเงินใหม่ และไม่แน่ว่าในอนาคต พวกมันอาจจะถูกโจรกรรมได้เช่นเดียวกันกับเงินธรรมดาๆ ที่มีสภาพคล่องเหมือนที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
  • ในกรณีที่โจรกรรมไม่ได้ อาจจะมีการสร้างเหรียญปลอมในการหลอกขาย หรือสร้างเว็บไซต์ปลอมในการเทรดเหรียญ ซึ่งในกรณีนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ในอันที่จริงแล้ว ตลอดเวลาไม่กี่ปีที่ Cryptocurrency เกิดขึ้นมา ก็มีแค่ข่าวเสียๆ หายๆ ติดตามมาด้วยอยู่ตลอด และนักลงทุนมือเก๋าส่วนใหญ่ก็มักจะออกมาเตือนว่าให้ระวังเอาไว้บ้างก็ดี แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีนักขุดเหมืองทอง ใช้อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงมาลงทุนในการเก็บรางวัล จากการตรวจสอบธุรกรรมของเงินดิจิตอล ซึ่งมันก็บูมมากๆ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จนบางคนถึงกับเลือกที่จะลาออกจากงาน เพื่อมาขุดเหมืองทอง Bitcoin โดยเฉพาะเลยก็มีเช่นเดียวกัน และในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่า ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญนั้นก็ยังเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อถือได้ เมื่อมูลค่าของ Bitcoin ที่เคยพุ่งขึ้นไปสูงผิดธรรมชาติ โดยมีมูลค่ามากถึง 600,000 บาทต่อ 1 เหรียญ มากยิ่งกว่ามูลค่าของสกุลเงินทุกสกุลทั่วโลก แต่ในตอนนี้ราคาที่แท้จริงก็เริ่มปรากฎขึ้นมาให้เห็นแล้ว หลังจากที่ราคาของ Bitcoin เพิ่งร่วงลงไปเกือบร้อยละ 80 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำเอาคนที่ไปลงทุนต้องปาดเหงื่อกันเป็นแถว โดยเฉพาะกับคนที่กู้ยืมเงินจากสถาบันทางการเงินและกู้ยืมจากแหล่งเงินทุนนอกระบบ เพื่อไปเก็งกำไร Bitcoin

แต่ถึงแม้ว่าราคาจะร่วงลงมามาก แต่ราคาขาย Bitcoin เองในปัจจุบันนั้นก็ไม่ได้มีมูลค่าที่น้อยสักเท่าไหร่ ทำให้คนที่ยังพอจะมีเงินทุนสำรองหลายคนนั้นตัดสินใจเทขาย ก่อนที่ราคาจะร่วงลงไปมากกว่านี้ เพื่อที่จะได้รับทุนก้อนหนึ่งไปใช้ลงทุนในทรัพย์สินตัวใหม่แทน แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังคงศรัทธาในสกุลเงินเหล่านี้ และยืนยันที่จะใช้งานมันต่อไป ถึงแม้จะเห็นได้ว่า Crypotocurrency นั้นมาพร้อมอัตราความเสี่ยงในการลดลงของมูลค่าสูงมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ตาม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-09-12/crypto-s-crash-just-surpassed-dot-com-levels-as-losses-reach-80

https://economictimes.indiatimes.com/markets/stocks/news/cryptos-80-plunge-is-now-worse-than-stocks-dot-com-crash/articleshow/65786576.cms

arrow
%d bloggers like this: