Trending Now

BMW ดัน R 1250 GS และ RT 2019 สู่ตลาด เผยเครื่องแรงขึ้นด้วยระบบ variable valve lift

เดินทางมาถึงรุ่นที่ 5 แล้วสำหรับมอเตอร์ไซต์เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4 วาล์ว ของค่ายบีเอ็มดับลิวที่จะเปิดตัวรุ่น R 1250 GS และ RT ตัวใหม่กัน  วิวัฒนาการล่าสุดกับเครื่องยนต์ “บ็อกเซอร์ แบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่เพิ่มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แรงยิ่งขึ้น และยังมีระบบวาล์วแปรผันโฉมใหม่ ShiftCam และระบบจับเวลาเป็นครั้งแรกสำหรับไลน์จักรยานยนต์ของบีเอ็มดับลิว

เครื่องยนต์บ็อกเซอร์แบบ 2 สูบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมอเตอร์ไซต์ BMW Motorrad ตั้งแต่เริ่มออกคันแรก คือ R 32 ปี 1923  และไม่กี่ทศวรรษถัดมาของระบบแปรผัน 2 วาล์วระบายความร้อนด้วยอากาศ บีเอ็มดับลิวก็เปิดตัวมอเตอร์ไวซต์เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4 วาล์ว ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมันในปี 1992 กับรุ่น R 1100 RS

2 ปีถัดมา R 1100 GS เป็นเหมือนตัวเบิกทางให้กับยุคใหม่ของมอเตอร์ไซต์เครื่องยนต์ขนาดใหญ่  จากนั้นมาบีเอ็มดับลิวก็ดันรถมอเตอร์ไซต์ออกมาอีกเริ่มจากรุ่น  1150  รุ่น 1200 และรุ่น 1200 LC ในปี 2012 ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด พร้อมกับห้องเครื่องยนต์ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวและกระบอกลูกสูบลม   สำหรับปี 2019 บีเอ็มดับลิวยังคงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมระบบระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลวในเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ตัวใหม่ที่เพิ่มสมรรถนะด้วยกระบอกลูกสูบและระยะชักของกระบอกสูบที่ยาวขึ้นจาก 1,170 ซีซี เป็น 1,254 ซีซี

เครื่องยนต์ใหม่ที่มีกลไกวาล์วแบบใหม่ที่ทางบีเอ็มดับลิวเรียกว่า “ShiftCam” ชิ้นส่วนจะมีเพียงลิ้นท่อไอดีเท่านั้น ซึ่งจะทำงานโดยอาศัยเพลาลูกเบี้ยวที่ติดตั้งชุดโลปคู่ของตัวยกในแต่ละวาล์ว  ลิ้นวาล์วที่อยู่ข้างหนึ่งของเพลาลูกเบี้ยวถูกต่อเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่เลื่อนเพลาตามแนวไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมเหนือขากระเดื่องกดลิ้นเครื่องยนต์แต่ละชิ้น โลปขนาดสั้นจะทำให้ระยะการยกตัวของวาล์วสั้นลงและคงสภาพเมื่อเครื่องยนต์ทำงานรอบต่ำ ขณะที่อันที่ยาวกว่าจะเหมาะกับการบรรทุกแบบเต็มสมรรถนะได้ดีกว่า  รวมทั้งบีเอ็มดับลิวยังจัดโลปลิ้นท่อไอดีแบบคู่ในกระบอกสูบแต่ละชิ้นด้วย Offset ล้อแบบ “small angular offset” ที่เพลา ซึ่งทำให้กลายเป็นการทำงานแบบ Asynchronous เนื่องจากลิ้นท่อไอดีทั้งสองเปิดในระดับที่ต่างกัน เชื้อเพลิงจึงผ่านห้องเผาไหม้ในรูปหมุนวน ซึ่งทำให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จากข้อมูลของบีเอ็มดับลิว เครื่องยนต์จะสร้างแรงบิดได้มากขึ้นผ่านรอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 2,000 รอบต่อนาที ถึง 8,250 รอบต่อนาที และยังมากกว่า 110 นิวตันเมตร (81 ปอนด์-ฟุต)  ขุมพลังของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ใหม่นี้วัดได้ที่ 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) ที่ 7,750 รอบต่อนาที และ 143 นิวตันเมตร (105.5 ปอนด์-ฟุต) ที่ 6,500 รอบต่อนาที (เครื่องยนต์รุ่นก่อนหน้าทำได้ที่ 125 แรงม้า (92 กิโลวัตต์) 125 นิวตันเมตร (92.2 ปอนด์-ฟุต) ที่อัตรารอบเท่ากัน และเครื่องยนต์ใหม่นี้ยังลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลงอีก 4% ด้วย

ในด้านของน้ำหนัก มอเตอร์ไซต์รุ่นใหม่นี้อยู่ที่ 249 กก (549 ปอนด์) เมื่อปรับให้เหมาะกับการวิ่งบนท้องถนน ซึ่งหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 5 กก (11 ปอนด์) จาก R 1200 GS รุ่นก่อน   เครื่องยนต์รุ่นปี 2019 นี้ทำงานร่วมกันกับระบบท่อไอเสีย ห้องเครื่อง BMS-O  ระบบกันล้อล๊อคเป็นมาตรฐาน และมีการปรับปรุงด้านระบบหล่อลื่น และระบบหล่อเย็น สายพานที่เสียงเงียบขึ้น และการทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับการน๊อคของเครื่องยนต์แบบคู่  ซึ่งน่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจสิงห์มอเตอร์ไซต์ที่ชอบขับขี่ในที่มีเพียงน้ำมันที่มีค่า RON ต่ำเป็นทางเลือกเท่านั้น

ทางบีเอ็มดับลิวยังมีการปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า GS ด้วยโหมดการขับขี่สองแบบคือ Road and Rain ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) ซึ่งเป็นระบบติดตามมาตรฐานของบีเอ็มดับลิว และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (HSC) เป็นมาตรฐาน  เกียร์ระบบไฟฟ้าที่มาเป็นออปชั่นเสริมให้กับ R 1250 GS รุ่นปี 2019 กับแพคเกจเสริมที่จะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมเกือบครบสูตร ตั้งแต่โหมดการขี่ และ ABS ไปถึงระบบติดตามแบบไดนามิค และแม้แต่ผู้ช่วยหยุดรถ

และยังมีระบบเสริม Dynamic ESA ซึ่งจะช่วยปรับค่าการสั่นสะเทือนในแบบเรียลไทม์ตามสภาวะการขับขี่  และท้ายสุดคือ หน้าจอสีขนาด 6.5 นิ้วใหม่เอี่ยมอ่อง พร้อมการเชื่อมต่อกับบลูทูธ

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนไปในมอเตอร์ไซต์รุ่น R 1250 GS ก็คือรูปลักษณ์ของมัน  ดีไซน์ยังคงเป็นแบบรุ่น R 1200 GS มีเพียงสีใหม่ที่เพิ่มเข้ามาให้ได้เลือกมากขึ้น และรายละเอียดบางอย่าง เช่น แผงข้างด้านหน้า ปลอกกระบอกสูบ  และถังเชื้อเพลิงขนาดเล็ก

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ก็มีการปรับปรุงเช่นเดียวกันในรุ่น R 1250 RT เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่มีมอเตอร์  ShiftCam ตัวใหม่ และระบบเกียร์และสมรรถนะเช่นที่เป็นของมอเตอร์ไซต์ GS ส่วนดีไซน์ก็ยังไม่มีการปรับอะไรมากนัก

RT ตัวใหม่นี้ยังมีโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ ระบบการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และ ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน(HSC) เป็นมาตรฐาน และยังสามารถปรับไปเป็นระบบไฟฟ้าได้จากรายการเสริมของบีเอ็มดับลิวที่มีให้เลือกหลายรายการ รวมทั้ง ระบบติดตามแบบไดนามิคที่ไม่มีในรุ่นนี้แต่เดิม

 

ที่มา newatlas
arrow
%d bloggers like this: