Trending Now

แจ๊ค หม่า เปลี่ยนใจ ไม่ลงทุนในอเมริกาแล้ว ส่งต่องาน 1,000,000 ตำแหน่งไปที่ประเทศอื่น

สืบเนื่องมาจากนโยบายใหม่ของนาย Donald Trump ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เพิ่งออกมาเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ว่าด้วยกำแพงภาษีทางการค้า ซึ่งจะเป็นการกีดกันสินค้าจากต่างประเทศที่จะทะลักเข้ามาในประเทศ โดยเจ้าของกิจการแรกที่โดนกฎหมายใหม่เล่นงานก็คือ Apple จนต้องขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล iPhone ทุกตัว สาเหตุก็เป็นเพราะสินค้าของทางบริษัทไม่ได้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา และ Tim Cook ก็โดน Trump ให้ย้ายโรงงานผลิตสินค้า Apple กลับมาที่อเมริกาทั้งหมดอีกด้วย เพียงแต่ว่า Cook ปฏิเสธ และเลือกที่จะขึ้นราคาสินค้าแทน มาวันนี้ ดูเหมือนว่านโยบายทำกำไรให้ประเทศ จะกลายเป็นนโยบายทำร้ายทำลายประเทศเสียแล้ว เมื่อสุดยอดนักธุรกิจของจีนอย่าง Jack Ma ประกาศยกเลิกข้อตกลงทางการค้าที่ทำเอาไว้กับอเมริกาอย่างสิ้นเชิง

จากเดิม ที่ Jack Ma จะวางมือจาก Alibaba ตามข่าวที่ออกมาว่าเป็นเพราะรัฐบาลจีนกดดันเขา Ma เลยจะนำทรัพย์สินที่มีมาลงทุนใหม่ในต่างประเทศ ที่มีตลาดใหญ่พอๆ กับประเทศจีนอย่างสหรัฐอเมริกา แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้ว เพราะในตอนนี้ทางบริษัทระงับแผนที่จะสร้างงาน และขยายตำแหน่งงานต่างๆ กว่า 1 ล้านตำแหน่งในสหรัฐฯ โดยเหตุผลของเขาได้อ้างถึงเรื่องของความขัดแย้งทางการค้าอย่างต่อเนื่อง และเรื่องราวของภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐฯ และจีนรอบใหม่ที่มีความยุ่งยากมากยิ่งขึ้น ทำให้ทาง Alibaba จำเป็นที่จะต้องหยุดสัญญาที่เคยทำร่วมกับ Donald Trump ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เอาไว้นั่นเอง

ซึ่งสัญญาฉบับนี้ความจริงแล้วได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมของปีที่แล้ว ก่อนที่ Trump จะเข้าพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีเสียอีก แต่ในเวลานั้นสัญญาของทาง Ma ยังคงได้รับข้อกังขาถึงเรื่องของความไม่ชัดเจนในรายละเอียดต่าง ๆ อยู่นั่นเอง และไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่า ประธานาธิบดีที่มาจากแวดวงนักธุรกิจนั้น น่าจะมีหัวการค้ามากกว่านี้ แต่นี่ Trump กลับออกกฎหมายเชือดคอตัวเองออกมาแบบนี้ ไม่ใช่มีแต่ประเทศจีนเท่านั้นที่จะหลีกเลี่ยงการส่งสินค้าไปที่สหรัฐอเมริกา แต่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเองก็คงคิดเรื่องนี้อยู่เช่นเดียวกัน

แต่ในตอนนี้เมื่อผลสรุปของสัญญารอบนี้มีอันจะต้องล้มเหลวไป ทางอเมริกาเองก็ได้สรุปภาษีศุลกากรรอบใหม่ให้เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็นวงเงิน 2 แสนล้านเหรียฐดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 7 ล้านล้านบาทในอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ และในสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 25 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย ซึ่งทางจีนเองก็มีมาตรการตอบโต้ โดยการตั้งกำแพงภาษีเก็บค่าธรรมเนียมจากสินค้านำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวน 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ด้วยเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากจีนนั้นส่งออกสินค้ามากกว่านำเข้ามาก จึงได้เงินกลับคืนมาเพียง 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 2 แสนล้านบาทเท่านั้น

แหล่งข่าวหลายแห่งคาดว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ของ Jack Ma น่าจะสร้างความร้าวฉานให้กับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและอเมริกาอย่างแน่นอน และในอนาคตอันใกล้ ทั้งสองประเทศน่าจะออกกฎหมายใหม่มาเพื่อต่อรองกับฝ่ายตรงข้ามกันมากขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบถึงประเทศคู่ค้ารายย่อยประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วยอย่างแน่นอน แต่เนื่องด้วยทั้งจีนและอเมริกานั้น ต่างก็เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญการค้าของโลกด้วยกันทั้งสิ้น จึงไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะเกิดสงครามทางการค้าครั้งใหญ่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ จากนี้เราก็คงต้องรอดูต่อไป ว่าสองยักษ์ใหญ่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการธุรกิจโลกได้อย่างไร และจะมีทางไหนมาปลดล๊อคความสามารถในการซื้อขายแลกเปลี่ยนของโลกได้อีกครั้ง หลังจากที่เกิดเทคโนโลยี E-commerce เปลี่ยนโลกมาแล้ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.theverge.com/2018/9/19/17879844/alibaba-us-jobs-tariffs

http://www.nydailynews.com/news/world/ny-news-alibaba-jobs-trump-tariffs-20180919-story.html

arrow
%d bloggers like this: