Trending Now

Lazada จัดให้ รับพัสดุที่ 7-11 ได้ไม่มีชาร์จเพิ่ม บริการเสริมใหม่ในสิงคโปร์

คนยุคใหม่ไม่ค่อยนิยมไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้ามากเท่าเมื่อก่อน เพราะด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ต่างออกไป จึงเลือกที่จะใช้บริการซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น ยังดีที่เมืองไทยมีการดูแลกันแบบครอบครัว การรับส่งพัสดุจึงไม่ใช้เรื่องที่ยากเย็นอะไร ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่บ้านในเวลาที่บุรุษไปรษณีย์มาส่ง เพราะยังมีลุงป้าน้าอาที่บ้านคอยเซนต์รับของให้ หรือไม่อย่างงั้นก็ฝากเพื่อนบ้านเอาไว้ แต่ถ้าใครอยู่คอนโดหรือหอพัก ก็ยังมีส่วนกางใจดีที่คอยดูแลของเอ่าไว้ แต่ถ้าหมดทางเลือกจริงๆ ก็อาจจะบอกให้เจ้าหน้าที่ไปส่งของไว้ที่ทำงาน ซึ่งก็จะมีพนักงานต้อนรับหรือเสมียนในองค์กรคอยจัดการรับพัสดุให้เช่นเดียวกัน

รับพัสดุที่ 7-11

แต่ว่าในประเทศสิงคโปร์ต่างออกไป เพราะประชากรในประเทศกว่า 35 เปอร์เซ็นต์อยู่อาศัยเป็นครอบครัวเดี่ยว ซึ่งมีกว่า 25,000 คนที่เพิ่งจะเป็นคู่แต่งงานใหม่ และต่างก็ต้องทำงานด้วยกันทั้งคู่นอกจากนี้ยังมีประชากรคนโสดอีกจำนวนไม่น้อยที่อาศัยอยู่ตามลำพัง แน่นอนว่าปัญหาการรับส่งของในช่วงกลางวันจึงปัญหาขึ้นมา โดยทางสิงคโปร์เองก็ได้พยายามแก้ปัญหานี้ โดยการจัดตั้งตู้ล๊อคเกอร์ติดตั้งตามจุดต่างๆ เพื่อรับฝากของ ซึ่งก็เป็นที่นิยมของชาวสิงโปร์รุ่นใหม่พอสมควร แต่ในวันนี้ Lazada ได้คิดต่อยอด และคิดค้นวิธีแก้ปัญหาให้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยจ่ายพัสดุไปที่ 7-11 ซึ่งลูกค้าสามารถไปรับของได้หลัง 6 โมงเย็น โดยไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่มจากค่าส่งปกติ ทำให้ทางบริษัทประหยัดค่าเช่าที่ และไม่จำเป็นต้องซื้อล๊อคเกอร์ ตลอดจนติดตั้งระบบรักษาความปลิดภัยป้องกันของหายเอง แต่ยกหน้าที่นี้ให้กับ 7-11 ซึ่งสามารถลดต้นทุนในการจัดหาบริการเสริม แถมลูกค้ายังรับของได้สะดวกกว่าเดิมอีกด้วย ทั้งหมดนี้คิดค่าบริการไม่เกิน 70 บาทเท่านั้น

รับพัสดุที่ 7-11รับพัสดุที่ 7-11

อย่างไรก็ดี บริการนี้ยังคงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เพราะความกว้างของพัสดุแต่ละด้าน ต้องมีความยาวไม่เกิน 80 เซนติเมตร และน้ำหนักต้องไม่เกิน 5 กิโลกรัม ถึงจะสามารถใช้บริการนี้ได้ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ที่ทางอาลีบาบา เจ้าของ Lazada ได้ปล่อยนโยบายเชิงสร้างสรรค์ออกมา หลังจากที่ทาง Lazada ร่วมกับ 7-11 ในการคืนสินค้าฟรี เพียงแค่กรอกข้อมูลที่จำเป็นลงในเว็บไซต์ จากนั้นพิมพ์ใบส่งของคืนออกมา แล้วนำไปคืนที่ร้าน 7-11 คุณก็จะได้รับเงินค่าสินค้าฟรีเต็มจำนวน โดยไม่ต้องเสียค่าส่งสินค้ากลับแต่อย่างใด ซึ่งบริการนี้ก็สามารถใช้ได้ฟรีในประเทศไทยเช่นกัน และถ้าหากว่าบริการรับพัสดุที่ 7-11 ได้ของ Lazada ขยายมาเมืองไทย คาดว่าวงการการค้าออนไลนืไทยคงคึกคักกว่าเดิมมากอย่างแน่นอน แต่คู่แข่งสำคัญอย่าง Shopee และผู้ค้ารายย่อยอื่นๆ คงต้องปรับตัวกันหนัก

รับพัสดุที่ 7-11

ถ้าให้เราวิเคราะห์ โอกาสที่บริการเสริมนี้จะเช้ามาในไทยก็มีค่อนข้างสูง เพราะจำนวน 7-11 ในไทยก็มีค่อนข้างมาก และกระจายตัวอยู่แทบทุกพื้นที่ นอกจากนี้ทาง 7-11 ยังมีโครงการที่พัฒนาที่ดินของร้าน 7-11 ในไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าอัจฉริยะ หรือเปลี่ยน 7-11 เป็นตึก 3 ชั้น ที่มีโซนนั่งพักสำหรับทานอาหาร โซนทำงานและเล่น Wifi สไตล์ Co-working space อยู่แล้ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.techinasia.com/lazada-ninja-van-partner-7eleven-ecommerce-delivery-network

arrow
%d bloggers like this: