Trending Now

LOVE IS THE MOMENT IN JAPAN ช่วงเวลาที่ดีในญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายคนที่เคยไปมาคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นประเทศที่ไปแล้วต้องอยากกลับไปอีกแน่นอน ในช่วงเวลาที่ได้อยู่ในญี่ปุ่นนั้นมันไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยว มันไม่ใช่แค่ความประทับใจในความสวยงามของบ้านเมือง แต่มันยังรวมไปถึงสังคมและวัฒนธรรมที่ดีของประเทศนี้ด้วย เมื่อเราได้ไปเยือนเราจะได้เห็นอะไรดี ๆ ที่มีอยู่ในประเทศนี้มากมาย ในบางครั้งมันก็ทำให้เราฉุกคิดว่า อยากให้ประเทศเราเป็นแบบนี้บ้างจัง … ทำไมบ้านเมืองเราถึงเป็นไม่ได้แบบนี้บ้างในบางเรื่อง มันเป็นเพราะอะไร การเล่าเรื่องราวในครั้งนี้ไม่ใช่การบอกเล่าสิ่งที่ดีในญี่ปุ่นแล้วว่าประเทศตัวเอง แต่อยากให้เรื่องราวนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนอ่านฉุกคิด ถ้าเราไม่มองถึงข้อเสียในตัวเอง เราก็จะไม่มีทางรู้เลยว่าโลกเรานั้นได้เดินทางไกลไปถึงไหนแล้ว แล้วเราจะยอมอยู่กับที่หรอ ….  

1.ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว

ทุกคนเคยได้ยินมั้ยค่ะ ว่า .. การคมนาคมที่ดีนั้นจะสามารถยกระดับให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ เปรียบเทียบง่าย ๆ ว่าชาวญี่ปุ่นที่อยู่นอกเมืองสามารถนั่งรถไฟฟ้าเข้ามาทำงานที่โตเกียวได้โดยไม่ต้องเช่าหออยู่ แถมมาทำงานได้โดยตรงเวลาไม่สาย หรือนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ก็สามารถนั่งรถไฟข้ามเมืองข้ามจังหวัดไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ เข้าถึงทุกที่ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องมายืน งง กับสายรถเมล์ ไม่ต้องมาถูกแท็กซี่ปฏิเสธให้ชํ้าใจ เห็นมั้ยค่ะว่าแค่นี้ชีวิตก็ดีขึ้นมากแล้ว สำหรับบ้านเรานั้นตอนนี้ก็เริ่มมีรถไฟฟ้าที่กำลังสร้างหลายสายหลายสีกันมากขึ้น ถึงจะยังไม่ได้ดีมาก ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ในกรุงเทพ รวมไปถึงต่างจังหวัด แต่ก็เป็นกำลังใจให้และหวังไว้ว่าบ้านเราจะเป็นแบบญี่ปุ่นในเร็ววันนะคะ เราจะได้เหลือแรงเก็บไว้มาทำงาน ไม่ใช่หมดแรงกับการคมนาคมที่ต้องศูนย์เสียทั้งสุขภาพใจและสุขภาพจิตไปในแต่ละวัน

  1. รักในกฎระเบียบ

ความมีวินัยและเป็นระเบียบนั้นได้รับการพูดถึงไปทั่วโลก อย่างฟุตบอลโลกที่ผ่านมา นักฟุตบอลญี่ปุ่นนั้นเมื่อตกรอบแพ้ก็ไม่ได้กลับประเทศไปเลย แต่นักฟุตบอลชาตินี้ได้สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก โดยการเก็บห้องพัก เรียกได้ว่าสะอาดหมดจดเหมือนไม่ได้ผ่านการใช้งานมา คนญี่ปุ่นนั้นถูกปลูกฝังมาในเรื่องของระเบียบวินัย กฎระเบียบเป็นอย่างมาก อย่างในเรื่องการตรงเวลา เราลองนึกกันเล่น ๆ มั้ยค่ะ ว่าแค่เรานัดเพื่อนไปเที่ยวห้าง หรือนัดไปไหนสักที่ เราเคยมาก่อนเวลา มาตรงเวลา หรือมาสาย เชื่อได้ว่าต้องเป็นข้อสุดท้ายแน่ ๆ แล้วเราก็จะมองว่าไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เองเรื่องเล็ก ๆ หรืออย่างเวลาเราต่อแถวขึ้นรถไฟฟ้า เราเคยรอให้คนในรถออกก่อนรึเปล่า หรือรีบแทรกเข้าไปเลย การทิ้งขยะเราเคยแยกขยะก่อนทิ้งมั้ย หรือหากไม่มีถังขยะทิ้งลงพื้นตรงนั้นรึเปล่า นํ้าใจบนท้องถนนเคยหยุดรถให้คนข้ามทางม้าลายมั้ย หรือไม่เคยสนใจเลย บางครั้งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเรามองว่าคนอื่นยังทำกันได้เลย เราทำไมต้องทำ สังคมที่เราอยู่ก็จะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงสักที บางทีก็ต้องเริ่มที่ตัวเรานะคะ แล้วเราจะได้มีสังคมที่น่าอยู่ อยู่รวมกันได้แบบไม่ทะเลาะกัน

  1. ภูมิใจในประเทศ

การที่เลือกจะไปเที่ยวในญี่ปุ่น ความสวยงามของประเพณีและวัฒนธรรมรวมถึงอาหารการกินคงเป็นเหตุผลในการมาที่นี่ ญี่ปุ่นมักจะฉลาดในการพรีเซ็นต์สิ่งที่สมัยใหม่ผสมกับประเพณีดั้งเดิมให้คงอยู่ไม่ได้หายไปไหน อย่างชุดยูกาตะ ที่เรามักจะเห็นชาวญี่ปุ่นสวมใส่เวลาไปเที่ยวตามวัดหรือศาลเจ้าต่าง ๆ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวอย่างเราก็อยากใส่ถ่ายรูป เดินชมเมืองเก่าญี่ปุ่น ได้กลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิม ในช่วงที่ผ่านมาบ้านเราก็มีกระแสฟีเวอร์ชุดไทยเหมือนกันจากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส เรียกได้ว่าวัดในอยุธยาเต็มไปด้วยผู้คนใส่ชุดไทยเที่ยววัด หากไทยเรารู้จักการนำเสนอของดีของเด่นของเราบ้านเรา รับรองได้ว่าเราจะไม่แพ้ชาติไหนเลย หรือแม้กระทั่งของฝากญี่ปุ่นนั้นเค้ามีการทำแพคเกจให้สวยงามน่ารักน่าซื้อมาก ๆ เรียกได้ว่าใครไปก็ต้องเสียเงินให้กับประเทศนี้ หากเปรียบเทียบก็เหมือนของดีตามจังหวัดตามอำเภอ ของผลิตภัณฑ์ OTOP บ้านเราเหมือนกัน หากเรารู้จักนำเสนอ ทำแพคเกจให้ดี รู้จักพรีเซนต์ของดีของเราให้คนในประเทศและต่างชาติรับรู้ รับรองว่าแค่นี้เราก็จะขายดิบขายดีแน่ ๆ

  1. รับมือได้ทุกสถานการณ์

อย่างที่เราได้รู้ ๆ กันว่าประเทศญี่ปุ่นได้เจอกับบททดสอบมากมายเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว พายุ หรือนํ้าท่วม ที่มักจะเจอตลอด แต่ญี่ปุ่นนั้นก็สามารถรับมือได้ดีในทุก ๆ สถานการณ์ เราเคยสงสัยกันมั้ยค่ะว่าอะไรกันที่ทำให้คนญี่ปุ่นนั้นมีสติมีชีวิตรอดมีความเข้มแข็งได้ในทุกสถานการณ์ นั้นก็เพราะความสามัคคี การร่วมมือในทุก ๆ ฝ่าย และการเตรียมความพร้อมนั้นเอง ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่สิ่งสำคัญสุดท้ายแล้วก็คือประชาชนทุกคนที่มีการปลูกฝังในเรื่องของการเอาตัวรอดเมื่อเกิดภัยภิบัติขึ้น ไม่ใช่แค่นั่งรอการช่วยเหลืออยู่เฉย ๆ ทุกคนมีทักษะพอที่จะช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้น โดยได้รับการฝึกตั้งแต่ยังเด็ก ถ้าพูดถึงเหตุการณ์ในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ก็อาจจะนึกถึงเด็กที่ติดอยู่ในถํ้า แต่เด็กและโค้ชมีทักษะในการเอาตัวรอด รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตยังไง อย่างการกินนํ้าโค้ชบอกให้เด็กกินนํ้าจากที่หยดตรงผนังถํ้าเท่านั้น และนอนนิ่ง ๆ เพื่อประหยัดพลังงาน รวมถึงใช้ไฟฉายทีละกระบอก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงสังคมได้มากมาย ที่เค้าว่ากันว่ามีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด อาจจะเป็นเรื่องจริง ถึงแม้คนเมืองอย่างเราคงไม่มีโอากาสเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่อย่าลืมว่าเราก็อาจจะเจอเหตุการณ์อื่น ๆ ได้ หรือแม้หากเราเดินทางไปญี่ปุ่นแล้วเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเราจะสามารถเรียนรู้และเอาตัวรอดได้รึเปล่า .. อันนี้คือสิ่งที่เราต้องตระหนักถึงได้แล้ว

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศไหน ๆ เวลาเราได้เดินทางไปประเทศนั้นแล้วเกิดความประทับใจ อย่าแค่เก็บเอาไว้เป็นความทรงจำนะคะ แต่อยากให้ทุกคนฉุกคิดและนำกลับมาใช้ พัฒนาตัวเอง ให้สิ่งเล็ก ๆ ที่ดีเกิดจากตัวเราส่งต่อไปให้ผู้อื่น จนกลายเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่ทำในสังคม จนเป็นเรื่องปกติ หรือแม้แต่สิ่งดี ๆ ที่ประเทศเรามีอยู่แล้วก็รักษาความน่ารักเอาไว้ อย่างการยิ้ม การมีนํ้าใจ สิ่งดี ๆ เหล่านี้ของไทย อย่าให้มันหายไป อย่าให้เค้ากลับไปประเทศแล้วเขียนสิ่งที่ไม่ดีถึงเรา อย่าเอาเปรียบเค้า จนเค้าไม่อยากกลับมาเที่ยวที่บ้านเราอีก เพราะถ้าเราไปประเทศเค้า เราก็คงไม่อยากให้เค้าทำกับเราแบบนี้เช่นกันใช่มั้ย….

arrow
%d bloggers like this: