Proterra Catalyst E2 Max รถพลังงานไฟฟ้า ชาร์จที่เดียววิ่งได้ไกลจากดอยอินทนนท์จนถึงเบตงเลยทีเดียว

จะว่าไปแล้ว การเดินทางนั้นก็ยังมีความสำคัญอยู่มากในยุคอินเทอร์เน็ตบูมแบบนี้ ถึงแม้ว่าคนจะออกจากบ้านน้อยลง สั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น และรับงานฟรีแลนซ์มานั่งทำในร้านกาแฟ แทนที่จะต้องฝ่าบรรยากาศฝนตก รถติด หรือน้ำท่วมเฉียบพลันเหมือนที่กรุงเทพฯ กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ จนการจราจรเป็นอัมพาตไปบางส่วน ยังไง๊ยังไงคนเราก็ต้องเดินทาง ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เดินทางไปจับจ่ายซื้อของ หรือเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัด ตลอดจนไปงานแต่งงานเพื่อนสมัยเรียน ซึ่งอาจจะอยู่ไกลออกไป แน่นอนว่าคุณก็ยังต้องอาศัยการเดินทางอยู่ดี แต่คุณคิดไหมว่า พลังงานที่เราใช้เติมให้กับยานยนต์ในปัจจุบันนั้นทำร้ายและทำลายสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ ต่างต้องอาศัยกระบวนการขุดเจาะก่อนที่จะเข้าโรงกลั่น แน่นอนว่าต้องมีการเผยไหม้น้ำมันดิบให้ระเหยเป็นไอ เพื่อที่จะแยกชั้นของน้ำมันแต่ละชนิด ซึ่งก็สิ่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากพอยู่แล้ว แต่เมื่อคุณนำเชื้อเพลิงเหล่านี้มาใช้ การเผาไหม้ในห้องเครื่องก็ยิ่งเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับชั้นบรรยากาศ จนเกิดเป็นภาวะโลกร้อน ทำให้ชั้นบรรยากาศบางลง รังสีจากดวงอาทิตย์ส่องลงมายังผิวโลกมากขึ้น จนกลายเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง รวมไปถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนมากขึ้น มาพายุที่รุนแรง น้ำท่วม สภาพภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง อย่างเช่นบริเวณขั้วโลกเหนือที่ธารน้ำแข็งละลาย จนมีหญ้าขึ้นเป็นทุ่งเขียวขจี ทำให้หมีขาวเลิกล่าแมวน้ำ และหันมากินหญ้าเหล่านี้อย่างจริงจังแทน

ถือเป็นโชคดีของพวกเรา ที่มีคนจำนวนหนึ่งเข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี และกำลังหาวิธีแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกำลัง หลังจากผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของโลกหันมาผลิตรถยนต์สมาร์ทคาร์แบบเต็มตัว บริษัทผลิตรถยนต์เจ้าเก่าเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ต่างพากันเร่งพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่งเช่นเดียวกัน เพราะทุกค่ายต่างไม่อย่างมีจุดจบแบบเดียวกับฟิล์ม Kodak ที่เคยเป็นที่ 1 ของวงการ แต่กลับต้องปิดตัวลงอย่างน่าเสียดาย เพราะไม่ได้พัฒนาตัวเองให้เข้ากับยุคสมัย จนตลาดกล้องดิจิตอลเข้ามาแทนที่ในที่สุดนั่นเอง


โดยรถที่เราจะพูดถึงในวันนี้นั้น เป็นของบริษัท Proterra ที่ได้เผยโฉมรถบัสไฟฟ้า Catalyst E2 Max ซึ่งวิ่งได้ 1,102.2 ไมล์ คิดเป็นระยะทางถึง 1,773.82 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งการเดินทางอันยาวไกลในครั้งนี้นั้น เกิดจากการชาร์จเพียงแค่ ครั้งเดียวเท่านั้นนะเออ ซึ่งเป็นสถิติยานยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ไกลที่สุดในโลกโดยไม่มีการชาร์จ ซึ่งรถบัสไฟฟ้า Proterra Catalyst E2 Max มีขนาดตัวรถยาว 40 ฟุต และใช้แบตเตอรี่ 660 kWh (กิโลวัตต์ชั่วโมง) โดยวิ่งได้ไกลว่า Tesla Model S P100D ซึ่งใช้แบตเตอรี่ 100 kWh และวิ่งได้ 315 ไมล์ ประมาณ 506.94 กิโลเมตร จากการชาร์จ 1 ครั้ง และ Hyundai Elec City ซึ่งใช้แบตเตอรี่ 256 kWh และวิ่งได้ 180 ไมล์ หรือคิดเป็นระยะทาง 289.68 กิโลเมตร จากการชาร์จ 1 ครั้ง
เราว่าต่อไปบริษัทน้ำมันอาจจะต้องคิดหนักแล้วล่ะว่าจะทำยังไงต่อไป เพราะในยุโรปก็มีคนนิยมใช้รถไฟฟ้ากันเยอะมาก และยอดจองรถ Tesla ในไทยก็ไม่ใช้น้อย บางที นี่อาจจะเป็นการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยจริงๆ และต่อไป ก็อาจจะมีรถที่ขับเคลื่อนได้เองผ่าน AI โดยออนไลน์ข้อมูลของรถยนต์ทุกคันผ่านอินเทอร์เน็ตก็เป็นได้นะเออ

หวังว่าต่อไป ถ้าระบบขนส่งมวลชนของประเทศไทยพอจะมีงบประมาณอยู่ส่งหน่อย ถ้าจะสั่งซึ่งรถถบัสคันใหม่มาใช้ เราเองก็หวังว่าจะมี Proterra Catalyst E2 Max มาวิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ และตัวเมืองของจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศอยู่ไม่น้อย ไม่แน่นะ ถ้าคุณแชร์บทความนี้ต่อออกไปเรื่อยๆ อาจจะมีผู้ใหญ่ใจดีออกนโยบาย ซื้อรถ Proterra Catalyst E2 Max มาใช้ที่บขส. ก็เป็นได้ ต่อไปเวลาออกต่างจังหวัด จะได้มีรถดีๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่าง Proterra Catalyst E2 Max ให้ได้ใช้งานกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: https://www.theverge.com/2017/9/19/16333996/proterras-big-electric-bus-can-go-1102-miles-on-one-charge

arrow
%d bloggers like this: