ความแตกต่างของ “โรคแพนิค” กับ “โรควิตกกังวล” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ใครบางคนอาจเคยประสบกับภาวะที่อยู่ดีๆ ก็คล้ายกับจะหายใจไม่ออก เหงื่อชุมโชกทั้งที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนอบอ้าวอะไร และก็เริ่มตะหนกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง อาการเหล่านี้ บางคนก็เรียกว่า “โรควิตกกังวล” ในขณะที่บางคนว่ามันคือ “โรคแพนิค” อย่างไรก็ตาม มีคำถามมากมายเกิดขึ้นถึงความข้อเกี่ยวของคำสองคำนี้ว่ามันคือสิ่งเดียวกันหรือจริงๆ แล้วมันคือคนละเรื่อง ทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่าง “โรคแพนิค” และ “โรควิตกกังวล” “โรคแพนิค” จัดเป็นโรคหนึ่งทางจิตเวช ซึ่งจะมีอาการตามเกณฑ์การวินิจฉัยของ the Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders (DSM-5) ในขณะที่ “โรควิตกกังวล”…

Read More

ความเครียด กับ 5 วิธีรับมือในที่ทำงาน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ความเครียด ในที่ทำงานกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสำหรับใครหลายคนในปัจจุบัน ซึ่งนั่นก็เป็นผลมาจากการที่เราไม่สามารถจัดการกับระบบความคิดของเราเองได้ รวมถึงชีวิตที่ต้องวนเวียนอยู่กับการเข้าประชุม กำหนดเส้นตาย ความสัมพันธ์แย่ๆ ในที่ทำงาน ความไม่มั่นคงในตำแหน่งงาน และอีกหลายอย่างที่ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน หลายคนต้องทรมานกับอาการไมเกรน ระบบย่อยอาหารผิดปกติ นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจเนื่องจากความเครียด และเพื่อให้คุณสามารถก้าวข้ามผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้ วันนี้เรามีทริคดีๆ ที่จะมาช่วยให้คุณจัดการกับความเครียดในที่ทำงานมาฝากกันค่ะ 1.ทำสมาธิเป็นกิจวัตร การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าผู้ที่มีการฝึกฝนวิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลายจิตใจ ซึ่งรวมถึงการทำสมาธิและการฝึกโยคะเป็นประจำจะช่วยลดภาวะความเครียดได้  การทำสมาธิช่วยให้คุณจดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่ง และนั่นก็ทำให้คุณใจเย็นได้กับเรื่องที่ถาโถมมาในที่ทำงาน 2. อย่ารับปากส่งเดช จงเป็นคนที่ทำตามที่พูดให้ได้ทั้งในการทำงานและในการใช้ชีวิต  หากคุณรับปากจะส่งงานให้ทันก็อย่าปล่อยปละละเลย  เพราะการที่คุณไม่สามารถทำได้ตามที่รับปากไว้จะเป็นการผลักให้คุณไปยังจุดที่ไม่สบายใจและเกิดความตึงเครียดในที่ทำงานในที่สุด ดังนั้นเวลาจะรับปากอะไรให้ดูที่ความสามารถของคุณเองว่าทำได้หรือเปล่า 3.ช่วงพักมีก็ใช้เพื่อผ่อนคลายและฟื้นพลังให้ตัวเองบ้าง การนั่งจดจ่ออยู่กับโต๊ะทำงานทั้งวันโดยไม่ไปพักเลยไม่ได้ทำให้คุณทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นเลย …

Read More

7 สัญญาณเตือนอาการไบโพล่าร์ที่คุณไม่ควรมองข้าม

อาการไบโพล่าร์ คือ โรคของคนอารมณ์ 2 ขั้ว ที่ในบางครั้งก็อาจจะกำลังซึมเศร้าและหดหู่กับชีวิตอย่างสุดๆ  แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีอาการสติแตก โกรธจนคุมสติไม่อยู่จนถึงขั้นทำลายข้าวของ แค่มีอะไรมากระทบจิตใจให้หงุดหงิด  ซึ่งโรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางอารมณ์และอาจมีอาการทางจิตร่วมด้วย แต่ถ้ารู้ตัวทันแล้วเริ่มดูแลตัวเองและรักษาอย่างรวดเร็ว อาการของโรคก็ย่อมดีขึ้นเร็วด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าคุณกำลังรู้สึกสงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายเป็นไบโพล่าหรือไม่ ลองมาดูสัญญาณเตือนเหล่านี้กันค่ะ 1.นอนหลับยากขึ้น ผู้ที่ป่วยไบโพล่ามักจะนอนหลับยากขึ้นและนอนน้อยลงไปเรื่อยๆ โดยไม่มีความรู้สึกเหนื่อยล้าในวันถัดไปเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อใดที่เริ่มมีอาการซึมเศร้าขึ้นมา ก็จะกลับกลายเป็นเหนื่อยหนักจนแทบไม่อยากลุกไปไหนเลยทีเดียว แต่อาการนอนยาก-นอนน้อยจะเป็นมากกว่า จึงควรต้องสังเกตตัวเองให้มาก ถ้าเป็นแบบที่กล่าวมาก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ 2.การเข้าสังคมผิดปกติ ถ้าคุณเริ่มรู้สึกไม่อยากออกจากบ้าน ไม่อยากไปพบปะผู้คนภายนอก แม้กระทั่งคนรู้จัก เพื่อนสนิท หรือญาติตัวเองก็ไม่อยากจะพูดคุยด้วย แต่แล้วอยู่ดีๆ ก็กลับด้านกลายเป็นอยากออกสังคมมากผิดปกติ…

Read More
arrow