ไม่อยากกล้ามหย่อนต้องรู้! 4 วิธีช่วยชะลอการเสื่อมของกล้ามเนื้อตามวัย

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น แน่นอนย่อมนำมาซึ่งความเสื่อมของร่างกายรวมทั้งกล้ามเนื้อ  แต่คุรรุ้หรือไม่ว่ากล้ามเนื้อของเราจะค่อยๆ สูญไปเมื่อเข้าสู่ช่วงวัย 30 ปี นั่นคือ ผู้ที่ชอบนั่งๆ นอนๆ อยู่กับที่ เมื่อเข้าสู่วัย 30 มีโอกาสสูญเสียกล้ามเนื้อได้ประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ของมวลกล้ามเนื้อทั้งหมด หรือแม้แต่คนที่กระฉับกระเฉงมากกว่าก็ตามก็ยังมีโอกาสสูญเสียกล้ามเนื้อไปตามช่วงวัยได้  แล้วเราจะป้องกันได้อย่างไรล่ะ มาดูวิธีกันเลย การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม แนวคิดเบื้องต้นคือ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าการป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อนั้นไม่ได้ดูแลเฉพาะเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย แต่ยังรวมถึงมวลกล้ามเนื้อสูงสุดของคุณในช่วงวัยก่อนหน้าด้วย  นั่นบอกให้รู้ว่าเราควรดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้  และ 4 วิธีดังต่อไปนี้จะช่วยให้คุณลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยที่สูงขึ้น รับประทานโปรตีนให้มากขึ้น โปรตีนมีส่วนช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ  จากการวิจัยพบว่าการรับประทานโปรตีนเพิ่มขึ้นจะช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ  นอกจากนี้ …

Read More

เคล็ด (ไม่) ลับ 10 ข้อที่จะช่วยดูแลสุขภาพไตของคุณให้แข็งแรง

คุณรู้หรือไม่ว่า “ไต” มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบในร่างกาย แต่ละวันไตจะทำหน้าที่กลั่นกรองและขจัดของเสียในกระแสเลือด ไม่เพียงเท่านั้นไตยังมีส่วนในการสร้างเซลล์เม็ดเลือด ควบคุมความดันโลหิต ดูแลกระดูก และรักษาระดับเกลือแร่ในกระแสเลือดของเราให้ปกติด้วย เห็นได้ว่าล้วนแต่เป็นระบบที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเราก็ควรจะต้องดูแลสุขภาพของ “ไต” ให้ดี  จะทำได้อย่างไรนั้น เรามีเคล็ด (ไม่) ลับในการดูแลสุขภาพไตมาฝากกัน 1.อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ น้ำช่วยในการเจือจางความเข้มข้นของแร่ธาตุที่เสียในปัสสาวะและช่วยให้ไตทำงานได้ปกติ  ดังนั้นในแต่ละวันคุณควรดื่มน้ำให้เพียงพอ คือราวๆ 2.1 ลิตรสำหรับสตรีวัยผู้ใหญ่ และ 2.6 ลิตรสำหรับผู้ชาย  และบางกรณีก็จำเป็นต้องดื่มน้ำมากขึ้น เช่น วันที่อากาศร้อนจัดหรือออกกำลังกายอย่างหนักมาซึ่งทำให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อมาก  นอกจากนี้ สีของปัสสาวะก็สามารถบ่งชี้ภาวะร่างกายขาดน้ำได้…

Read More

ความแตกต่างของ “โรคแพนิค” กับ “โรควิตกกังวล” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ใครบางคนอาจเคยประสบกับภาวะที่อยู่ดีๆ ก็คล้ายกับจะหายใจไม่ออก เหงื่อชุมโชกทั้งที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนอบอ้าวอะไร และก็เริ่มตะหนกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง อาการเหล่านี้ บางคนก็เรียกว่า “โรควิตกกังวล” ในขณะที่บางคนว่ามันคือ “โรคแพนิค” อย่างไรก็ตาม มีคำถามมากมายเกิดขึ้นถึงความข้อเกี่ยวของคำสองคำนี้ว่ามันคือสิ่งเดียวกันหรือจริงๆ แล้วมันคือคนละเรื่อง ทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่าง “โรคแพนิค” และ “โรควิตกกังวล” “โรคแพนิค” จัดเป็นโรคหนึ่งทางจิตเวช ซึ่งจะมีอาการตามเกณฑ์การวินิจฉัยของ the Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders (DSM-5) ในขณะที่ “โรควิตกกังวล”…

Read More

ปวดหัวตอนเช้า เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

หลายคนตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัวในตอนเช้า ซึ่งนั่นไม่ใช่การเริ่มต้นวันที่ดีเอาเสียเลย แล้วอาการนั้นมันเกิดขึ้นได้จากอะไร มีสาเหตุหลักๆ ที่น่าสนใจที่ทำให้คุณปวดหัวตอนเช้าๆ ได้ ดังนี้ 1. นอนหลับไม่เพียงพอ ปกติร่างกายเราต้องการนอนพักผ่อน 7-8 ชั่วโมง ซึ่งหากคุณนอนไม่พอก็พอจะเดาได้จะต้องมีอะไรผิดปกติ การตอบสนองโดยสู้หรือหนี จะทำให้อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น และเครียด และทั้งหมดนั้นก็ทำให้ปวดหัวได้ ซึ่งหากมีอาการปวดมาก คุณอาจทานยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการการปวด และหากคุณยังรู้สึกมึนๆ อยู่ก็ให้งีบกลับสัก 20-30 นาที ก็จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน (การงีบนานกว่านี้จะทำให้คุณงัวเงียและยิ่งทำให้ปวดหัวมากขึ้น) 2. นอนมากเกินไป ในทางกลับกันการนอนหลับนานเกินกว่า 9…

Read More

นั่งนาน อยู่กับที่นานเกินไปอาจทำให้แก่เร็วไปอีก 8 ปี ระวัง!

เราทราบกันดีว่าการอยู่ในอิริยาบทเดิมๆ อย่างการ นั่งนาน อยู่กับที่นานๆ  รวมถึงการนั่งทำงานทั้งวันมากกว่า 10 ชั่วโมงขึ้นไปนั่น ส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะมีส่วนทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย ตั้งแต่โรคอ้วนจนถึงโรคหัวใจ และเลยเถิดไป ถึงการเสียชีวิตได้ทีเดียว ทั้งนี้เพราะการที่เรานั่งแช่อยู่กับที่นานๆ  สามารถส่งผลให้น้ำหนักขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด หัวใจวาย เส้นเลือดสมองแตก ความดันเลือดสูง และระดับน้ำตาลในเส้นเลือดไม่สมดุล และที่สำคัญที่สุดคือ จากรายงานที่ตี พิมพ์ในวารสาร American Journal of Epidemiology บอกอีกว่ามันยังก่อผลในเชิงลบต่อระดับเซลล์ของร่างกายอีกด้วย ในการศึกษาใหม่นี้ นักวิทยาศาสตร์นำโดย…

Read More

อยู่ดีๆ ก็ร้องไห้ เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่?

เพราะ ความเครียด และการใช้ชีวิตในแต่ละวันทำให้คุณอาจเจอทั้งเรื่องดีและแย่ รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่คุณต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความสัมพันธ์ หรือเรื่องในครอบครัว และบางทีคุณก็พบว่าตัวเองหลั่งน้ำตาได้โดยไม่มีสาเหตุ ทั้งๆ ที่ขณะนั้นไม่มีเรื่องราวอะไรให้สะเทือนใจ และอาจเป็นได้ว่าสิ่งที่กระตุ้นให้คุณมีน้ำตา.. อาจเป็นไปได้จากสาเหตุเหล่านี้ค่ะ 1. การอดนอน โดยเฉลี่ยวัยผู้ใหญ่ควรนอนหลับประมาณ 7-9 ต่อวัน  การนอนไม่พอจะส่งผลต่อภาวะอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้สมองของคุณสูญเสียความสามารถในการแยกแยะว่าอะไรสำคัญและอะไรที่จัดการได้   2. ความเครียดและความเหนื่อยล้า หากอยู่ๆ คุณก็ร้องไห้นั่นอาจเพราะมาจากการส่งสัญญาณจากร่างกายของคุณต่อไลฟ์สไตล์พาเครียด  ภาวะกดดันอย่างถึงขีดสุดจะทำให้คุณเหนื่อยล้า ว่างเปล่า และหมดแรงได้  และยังอาจก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ  ปัญหาในช่องท้อง…

Read More

ประจำเดือน สีคล้ำ ไขข้อข้องใจ บอกอะไรได้บ้าง เช็คสุขภาพด่วน

ประจำเดือน เป็นสิ่งบ่งบอกการทำงานของระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงกำลังเจริญพันธุ์ ควรจะต้องมีประจำเดือนมาตลอดอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยระยะเวลาการมีประจำเดือนที่ปรกติ  ในแต่ละครั้งจะอยู่ราวๆ 3-7 วันค่ะ  แต่คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่าประจำเดือนที่ออกมานั้นมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน มีสี และกลิ่นอย่างไร  ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถบอกให้รู้ได้ว่าสุขภาพของคุณผิดปรกติหรือไม่  หรือร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่างให้คุณรู้ เรามาดูและสังเกตุดูกันดีกว่าค่ะ 1.ประจำเดือน ออกมามากกว่าปกติ ส่วนใหญ่ประจำเดือนจะมามากเพียง 3-4 วันแรก แต่ถ้าคุณยังมีเลือดประจำเดือนที่ออกมาจำนวนมาก จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยหลายแผ่นต่อวัน ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ อย่าได้นิ่งนอนใจเพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเยื่อบุมดลูกของคุณกำลังอักเสบหรือคุณอาจจะติดโรคทางเพศสัมพันธ์มาแล้วนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของภาวะแท้งไม่รู้ตัวและไทรอยด์เป็นพิษด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที 2.สีเลือดซีดจางหรือเข้มจนดำ ถ้าเลือดประจำเดือนซีดจางจากเดิมมาก มาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยมาก อาจเป็นอาการบ่งบอกว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนของคุณกำลังลดต่ำลง แต่ถ้ามีสีเลือดที่เข้มจนกลายเป็นสีดำนั่นก็อาจเป็นการบ่งบอกว่าภายในช่องคลอดมีปัญหา รวมไปถึงภาวะแท้งลูกแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย…

Read More

หิวตลอดเวลา เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

ใครเคยเป็นบ้างคะ?  หิวตลอดเวลา ทั้งๆ ที่กินอิ่ม กินจนแน่นท้องก็ยังหิวอยู่เรื่อย ๆ หากเกิดอาการอย่างนี้อาจเป็นไปได้ว่าร่างกายของคุรอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ผิดปรกติอยู่ เราลองมาดูกันค่ะว่าอาการหิวบ่อย ๆ นั้นเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง   1.ทานอาหารไฟเบอร์น้อย อาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผักและผลไม้ ถือว่าเป็นอาหารสำคัญที่คนเราควรมีติดไว้ทุกมื้อ แต่ด้วยความรู้สึกว่าไม่อร่อย ทานยาก จึงตามใจปากรับประทานแต่อาหารจำพวกของหวานน้ำตาลสูง, โซเดียมสูง และอาหารไม่มีประโยชน์ จึงทำร่างกายไม่รู้สึกอิ่ม แต่ไฟเบอร์ที่มีอยู่ในผักและผลไม้จะเป็นอาหารที่ย่อยได้ช้ากว่า ร่างกายดึงสารอาหารไปใช้งานได้ดีกว่า จึงช่วยตอบโจทย์ให้ร่างกายได้อิ่มนานขึ้น พร้อมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีอีกด้วย 2.ร่างกายขาดไขมันดี เมื่อไหร่ที่ร่างกายขาดไขมันชนิดดีและโปรตีนก็จะเกิดความรู้สึกหิวโหยตลอดเวลา เพราะสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้มีโครงสร้างที่ซับซ้อนจึงอยู่ท้องได้นาน แต่ถ้าคุณไม่ทานอะไรเลยแล้วทานคาร์โบไฮเดรตเข้าไปจำนวนมากแทน…

Read More

อาการปวดขาบ่อยๆ อาจกำลังบอกได้ว่าสุขภาพของคุณกำลังมีปัญหา

บางคนคิดว่าแค่อาการ ปวดขา ธรรมดาๆ คงไม่มีอะไรมาก นวดด้วยยาหรือกินยาคลายกล้ามเนื้อนิดหน่อยก็จบ แต่ถ้าอาการปวดขานั้นมาบ่อยครั้ง แถมมาด้วยอาการขาบวมหรือเป็นตะคริวร่วมด้วยคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงอาการเจ็บที่บริเวณฝ่าเท้าแบบไร้สาเหตุ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพด้านอื่นที่คุณไม่ควรมองข้ามค่ะเพราะนี่อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่ก็เป็นได้  เราลองมาดูกันค่ะว่าอาการปวดขาสามารถเกี่ยวข้องกับโรคใดได้บ้าง 1.โรคหัวใจ เมื่อหัวใจที่เคยทำงานครบทั้ง 4 ห้อง ลดลงมาเหลือเพียงแค่ 1-2 ห้อง ความสามารถในการนำเลือดมาเลี้ยงน้อยลง จึงทำให้การสูบฉีดเลือดมีปัญหาจนเกิดน้ำคั่งค้างตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วแสดงอาการที่ชัดเจนมากตรงบริเวณแขนและขาที่จะมีอาการบวมออกมาอย่างเห็นได้ชัด โดยมีอาการเจ็บบริเวณที่บวมร่วมด้วย ถ้าพบอาการนี้ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่าคุณอาจจะกำลังเป็นหัวใจวายเฉียบพลัน 2.โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ไม่ว่าจะเป็นการมีภาวะลิ่มเลือดหรือหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ก็จะมีการบ่งบอกถึงอาการที่ค่อนข้างชัดเจน เช่น อวัยวะส่วนต่างๆ บวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด…

Read More

ดื่มกาแฟยังให้ให้ดีต่อร่างกาย ไร้ปัญหานอนไม่หลับ

คนยุคใหม่ต้องนอนดึกตื่นเช้า ทำให้ต้องพึ่งพาคาเฟอีนใน กาแฟ เพื่อทำให้ร่างกายตื่นตัว และสามารถทำงานได้ตามปกติ ผิดกับคนสมัยก่อน ที่ดื่มกาแฟเพื่อเสพย์อารมณ์สุนทรีย์ของกลิ่นหอมๆ ของมันเป็นหลัก ว่ากันว่าคนอเมริกันถึง 65% ต้องกินกาแฟในทุกๆ วัน และมีคนกว่า 85% ดื่มกาแฟเป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีความจริงที่น่าเจ็บปวดว่าการดื่มกาแฟนั้นทำให้เราใจสั่นและนอนไม่หลับ แต่มันมีช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดื่มกาแฟ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และไม่เป็นผลเสียกับสุขภาพ จะเห็นได้ว่าการดื่มกาแฟในเวลาไม่ช้าไม่นานหลังตื่นนอน จะทำให้เรากระวนกระวายใจ และทำให้เกิดอาการไฮเปอร์มากเกินไป โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มกาแฟคือ 3-4 ชั่วโมงหลังตื่นนอน เพราะเมื่อเราตื่นนอน ร่างกายเราเต็มไปด้วยฮอร์โมนที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล ที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียด และมันทำให้เรากระวนกระวายใจอยู่เป็นทุนเดิม…

Read More
arrow