Trending Now

หลังจากตลาดหุ้นไทยหลุด 1,600 จุด ตอนนี้ตลาดรีบาวน์เกือบ 50 จุดแล้ว

หลังจากที่เมื่ออาทิตย์ก่อน ตลาดหุ้นไทยร่วงหนัก จนหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าสิ่งที่นักลงทุนรุ่นใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศ ที่เคยออกมากล่าวไว้ว่า ในปลายปีนี้ หุ้นไทยจะไปไกลถึง 1800-2000 จุดอย่างแน่นอน แต่ว่าสถานการณ์กลับไม่มีแนวโน้มที่จะเป็นอย่างนั้น เพราะมูลค่ารวมของตลาดกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อพ้นจากวันหยุดยาวอย่างวันปิยะมหาราช นักทุนทุนต่างชาติก็พากันมาเทขายหุ้นในมือ เพื่อเป็นการ Cut lost ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากตลาดหุ้นยังร่วงลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ชาวเน็ตออกมาตัดต่อภาพสถานการณ์ตลาดหุ้น ให้เข้ากับภาพยนตร์เรื่องดังที่กำลังเข้าฉายอยู่ในตอนนี้อย่างเรื่องนาคี 2 ตามาพด้านล่าง

เพราะในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นพื้นฐานดีแค่ไหน ต่างก็มีผลประกอบการที่ร่วงลงไปแทบจะทุกตัว โดยหุ้นตัวที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ก็คือ JMART เพราะราคาร่วงหนักกว่าหุ้นตัวอื่น จนมีหลายคนคิดว่าจะพยายามตั้งโต๊ะซื้อหุ้นตัวที่อ่อนมากๆ เพื่อเข้าไปเป็นกรรมการบริหารบริษัทเลยทีเดียว เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว มูลค่าของบางบริษัทในตลาดหุ้น มีราคาไม่ถึง 4 ล้านบาท

นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันจึงออกมาแนะนำว่าถ้าจะ Cut loss ก็สามารถทำได้ แต่ให้ขายเฉพาะตัวหุ้นที่มีพื้นฐานแย่ แล้วทำทุนมาซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานดีเพิ่ม อันที่จริง ดูเหมือนว่าวิธีนี้จะเป็นการปรับพอร์ตการลงทุนเสียมากกว่า โดยในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกย่ำแย่มากที่สุดแบบนี้ ผู้นำของ 2 ประเทศอย่างจีนและอเมริกาก็ได้บังเิญมาพบกันในงานประชุมสุดยอดผู้นำโลก และหลังจากนั้น พอร์ตกระดานหุ้นก็เริ่มเปลี่ยนจากตัวแดงกลายไปเป็นเขียว ซึ่งตลาดหุ้นอเมริกานั้นปรับตัวสูงขึ้นถึง 500 จุดในคืนเดียว ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยรีบาวน์ขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า

อย่า panic หรือ ตระหนก เพราะที่มันลงก็ไม่แปลก เพราะหุ้นไทยมีหุ้นน้ำมันเยอะ คือ เวลาลงเลยดูเหมือนว่าลงเยอะ แต่ก็ยังเชื่อว่ายังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ และสำหรับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งพิจารณา และผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อทดแทนการส่งออกในปีหน้าที่จะหายไปจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง และจากปัญหาสงครามการค้าด้วย ซึ่งทุกอย่างแม้ว่าตอนนี้จะนำไปสู่การเลือกตั้งในอีกไม่นาน แต่ทุกอย่างต้องพร้อมไม่อยากให้ดีเลย์ เนื่องจากกว่าจะได้รัฐบาลอย่างน้อยต้องใช้เวลา 1 ไตรมาสหลังเลือกตั้งเสร็จ เรื่องความมั่นใจของประเทศเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องให้ความชัดเจน

อย่างไรก็ดี การที่หุ้นดิ่งเหวในครั้งนี้ อาจจะไม่ได้บ่งชี้ว่าหุ้นไทยยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเสียทีเดียว เพราะแท้จริงแล้ว กลไกของตลาดหุ้น อาจจะเกิดจากการแทรกแซงของรัฐบาลโลกก็อาจจะเป็นได้ ดังนั้นถ้าใครคิดจะลงทุน ก็ควรตรวจสอบดูว่าตัวเองรับความเสี่ยงในการลงทุนนี้ได้มากน้อยแค่ไหน และมีทุนสำรองในการดำรงชีวิตหรือไม่ ซึ่งควรจะปรับพอร์ตการลงทุนให้สมดุลกับตัวเองด้วย และอย่าลืมติดตามข่าวสารต่างๆ เป็นประจำด้วยล่ะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

efinancethai

 

arrow
%d bloggers like this: